ตอบ

คำเตือน: กระทู้นี้ถูกโพสต์เกิน 120 วันแล้ว.
ถ้าเป็นไปได้กรุณาตั้งกระทู้ใหม่.
ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:
แนบภาพ
ตอบคำถามด้านล่างนี้:
ชื่อเล่นของนายกหญิงคนแรกและคนปัจจุบันของไทย?:

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: PHITHAN Club
« เมื่อ: วันที่ 27 สิงหาคม 2012, 16:35:38 »

โตโยต้าเปิดตัว New Yaris Hybrid ยานยนต์ไฮบริดเต็มระบบ (Full hybrid vehicle) รุ่นแรกในเซกเมนต์บี (B-segment) ของยุโรป ด้วยเทคโนโลยีไฮบริดเต็มระบบ ที่มีความประหยัดเป็นเลิศ

รายละเอียดข่าวและภาพจากเว็บไซต์ข่าว ไทยรัฐ



เครื่องจิ๋ว ประสิทธิภาพแจ๋ว...
  เครื่อง  ยนต์เบนซิน ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า   ถูกเลือกใช้เป็นหัวใจในการเชื้อเชิญพละกำลัง 98 แรงม้า มาสิงสถิตย์ใน   Toyota Yaris Hybrid โดยมอบหน้าที่ส่งผ่านแรงม้าลงสัมผัสพื้นด้วยเกียร์แบบ   CVT ยอดฮิต มาพร้อมโหมดการขับขี่แบบปกติ แบบ Eco และโหมด EV ซึ่งการ  ขับขี่ในโหมด Eco   จะทำให้เครื่องยนต์ลดการสิ้นเปลืองพละกำลังโดยเปล่าประโยชน์   พร้อมทั้งควบคุมระบบปรับอากาศให้ทำงานสัมพันธ์กับการใช้งาน   ส่งผลให้การบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงกว่า 10% จากการขับขี่แบบปกติ


ประหยัดและรักษ์โลก
    สำหรับ  การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีอัตราบริโภคอยู่ที่ราว 3.1 ลิตร/100 กม.เท่านั้น   หรือเท่ากับระยะทาง 32.25 กม. จะใช้น้ำมันเพียงแค่ 1 ลิตรเท่านั้น!! ถ้า   Yaris Hybrid   สามารถทำตัวเลขประหยัดน้ำมันในการใช้งานจริงได้สวยหรูขนาดนี้แล้วล่ะก็   มันเป็นรถในยุคนี้ที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

นอก  เหนือจากความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นจนออกนอกหน้า   เรื่องความสะอาดของการเผาผลาญเป็นอีกหนึ่งจุดที่เด่นไม่แพ้กัน   ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพียง 79 กรัม/กม.   และในขณะที่ใช้กำลังจากระบบมอเตอร์ไฟฟ้าแล้วล่ะก็ Yaris Hybrid   แทบจะเป็นรถที่สะอาด 100% เพราะไม่มีการปล่อยมลพิษใดๆ ไม่ว่าจะ Nox   หรือคาร์บอนไดออกไซด์


ไม่ต้องแรงมาก แต่เร้าใจ
  สำหรับ  ผู้ที่มีความเอ็นดูรถประเภทไฮบริดเป็นพิเศษ   มักให้ความสำคัญกับความแรงของเครื่องยนต์ไม่มากนัก แต่สำหรับ Yaris Hybrid   ให้การตอบสนองที่ไม่ขี้เหร่เลยทีเดียว   ไม่ว่าจะด้านความเร็วหากเร่งเต็มฝีเท้ามันสามารถทะยานได้ถึง 165 กม./ชม.   และใช้เวลาน้อยนิดเพียง 11.8 วินาทีเท่านั้น   สำหรับการกระชากหนีจากจุดหยุดนิ่งสู่ความเร็ว 100 กม./ชม.

ดีไซน์ให้อารมณ์อย่างลงตัว 
  ด้าน  การดีไซน์ในส่วนรูปโฉมภายนอก ต้องบอกว่ากลิ่นอายของ Yaris   รุ่นมาตรฐานยังเหลืออยู่ไม่น้อย   เนื่องจากเป็นการพัฒนาบนพื้นฐานของรุ่นเดิมนั่นเอง   เพียงแต่ว่าได้มีการผสานเอกลักษณ์ของรถตระกูลไฮบริดในค่ายเดียวกัน อย่าง   Prius  เข้าไป เพื่อขับเอกลักษณ์ไฮบริดออกมาให้เห็นเด่นเจนมากยิ่งขึ้น   โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวโลโก้สีฟ้า ที่จะพบได้ในรถไฮบริดทุกรุ่นของ Toyota   นั่นเอง


รูป  ทรงยังคงสไตล์แฮ็ชแบ็ก 5 ประตู   ด้านหน้าถูกแต่งเติมด้วยวัสดุล้ำยุคอย่างไฟหน้าโปรเจกเตอร์   พร้อมไฟเดย์ไลท์สไตล์รถหรูในตัว ไฟท้าย LED ทรงสปอร์ต   ทำให้ตัวรถดูโดดเด่นตั้งแต่หน้าจรดท้าย   คาดว่าในรุ่นจะมีล้ออัลลอยที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษให้เลือก 2 ขนาดด้วยกัน   คือ 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว
ภายในล้ำหน้า เกินกว่าจะมองผ่าน
 
  ส่วน  การดีไซน์ภายใน ถือได้ว่ามีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรุ่นก่อนหน้า   ไม่ว่าจะเป็นเรือนไมล์ หรือว่าในส่วนของแดชบอร์ดเอง   ก็มีการปรับปรุงให้เข้ากับยุคสมัยดูล้ำหน้ามากขึ้นกว่าเดิม   และนั่นทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย   และสะดวกสบายเยี่ยมยอด



ลู่ลมและสมดุล
 
  โครงสร้างของ Yaris Hybrid   ถูกปรับแต่งให้เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์และมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำเพื่อสร้าง  สมดุลการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น ฐานล้อถูกพัฒนาให้มีความยาวมากกว่าเดิม   โดยลำตัวของรถนั้นเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนแล้ว   จะพบว่ามันมีตัวถังที่ยาวกว่าเดิมถึง 20 มม.
ครบครันเรื่องปลอดภัย
 
  สำหรับ  ระบบความปลอดภัยที่มีมาให้อย่างครบครัน ทั้งระบบกระจายแรงเบรก (EBD)   พร้อมช่วยเบรก ระบบควบคุมการลื่นไถล (TRC) ระบบควบคุมการทรงตัว (VSC)   และยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการเบรก (ECB) อีกด้วย





คุณสมบัติ  แทบทั้งหมดของ Toyota Yaris Hybrid   ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นไฮไลท์ที่น่าจับตามองขึ้นมาทันที   โดยเฉพาะอย่างยิ่งแล้วเมื่อ Yaris   รุ่นมาตรฐานสามารถสร้างความสำเร็จไว้ทั่วโลก   แต่หลังจากนี้หน้าที่จะถูกส่งต่อสู่ Yaris Hybrid   เพื่อสานต่อความสำเร็จนั้นต่อไป...



















 

 
 ที่มา : http://www.thairath.co.th/content/life/286232
X ปิดหน้าต่างนี้
X ปิดหน้าต่างนี้