ตอบ

ชื่อ:
อีเมล์:
หัวข้อ:
ไอค่อนข้อความ:
แนบภาพ
ตอบคำถามด้านล่างนี้:
ชื่อเล่นของนายกหญิงคนแรกและคนปัจจุบันของไทย?:

shortcuts: กด alt+s เพื่อตั้งกระทู้ หรือ alt+p แสดงตัวอย่าง


สรุปหัวข้อ

ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 13 มีนาคม 2020, 16:54:57 »

























Friday...Travel #80

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้เราจะพาลงใต้ ได้พบทะเลสีฟ้าใสราวกระจก ย่ำหาดทรายขาวละเอียด กับแหล่งดำน้ำที่สวยงามติดอันดับโลก จะเป็นที่ใหนกันนั้น ไปดูกันเลยยยย....

"เกาะสิมิลัน"

เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการเดินทางสู่หมู่เกาะสิมิลัน เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด มีหาดทรายขาวละเอียดใต้ทะเลมีปะการังหลายชนิด เป็นเกาะที่สามารถดำทั้งน้ำลึกและน้ำตื้น
ด้านเหนือของเกาะมีหินขนาดใหญ่ มีลักษณะคล้าย รองเท้าบู๊ต ถัดมาเป็นหินเรือใบ ซึ่งเป็น สัญลักษณ์ของหมู่เกาะสิมิลันด้วย

เกาะสิมิลันเป็นสถานที่ ท่องเที่ยวที่ครบ ทุกรสชาติตั้งแต่การเที่ยวชายหาด ดำน้ำดูปะการัง เส้นทาง เดินศึกษาธรรมชาติ และจุดชมวิวที่สวยงาม

ชายหาดของเกาะมีทั้งหมด 2 หาด แนวชายหาดที่โดดเด่นอยู่ทางทิศตะวันตก และชายหาดด้านทิศตะวันออก ชายหาดทั้งสองด้านนี้ถูกเชื่อมด้วยด้วยเส้นทางเดินป่าระยะทางประมาณ 2.5 ก.ม.ซึ่งใช้เวลาใน การเดินทางศึกษาธรรมชาติใช้เวลาเดินทาง 1.30-2 ชั่วโมง

บนเกาะเป็นที่ตั้งของหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่มีศูนย์บริการ นักท่องเที่ยว ลานกางเต้นท์ ร้ายอาหาร ที่อำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยว

จุดท่องเที่ยวที่สำคัญของเกาะสิมิลัน ได้แก่ อ่าวเกือก และ อ่าววงช้าง

การเดินทางไป "เกาะสิมิลัน"

ออกเดินทางจาก กทม. จนถึงเส้นทางหลวงหมายเลข 4 (ช่วงระนอง - พังงา ) มาทางตะกั่วป่า จากตะกั่วป่ามาที่บ้านลำแก่นจะมีสามแยกขวามือไปท่าเรือทับละมุ ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร ก่อนถึงท่าเทียบเรือทับละมุประมาณ 50 เมตร จะมีที่ทำการของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลันตั้งอยู่ทางซ้ายมือ

พิกัด "เกาะสิมิลัน"
https://goo.gl/maps/fHCFT1f6TS6c2FAx8

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.govivigo.com
www.phangnga.go.th
th.wikipedia.org
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 13 มีนาคม 2020, 16:51:57 »

































Friday...Travel #79

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

วันนี้เราจะพาไปเที่ยวบางแสนกัน แต่เรามาแนะนำกันทั้งทีต้องไม่ธรรมแน่นอน เพราะที่นี่นอกจากจะมีอาหารทะเลสดๆให้ชิมแล้ว บรรยากาศที่นี่จะเหมือนคุณไปอยู่ริมทะเลในต่างประเทศเลยทีเดียว แถมมุมถ่ายรูปเพียบไปหมดเลยจ้าาา ว่าแล้วก็เตรียมชุดสวยๆแล้วไปกันเลยยย

"Seafood Club Bangsan"

เป็นร้านอาหารริมทะเลที่บางแสน ตัวร้านตกแต่งแบบฮาวาย อะโลฮ่าสุดๆ โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติในการตกแต่ง
ที่นี่เป็นร้านอาหารกึ่งคาเฟ่ ตัวร้านกว้างขวาง ที่บรรยากาศดี มีหลาโซน ฟีลสบายๆ แบบนั่งรับลม ชนแก้วเพลินๆ
มีบริการทั้งอาหารซีฟู้ดสดๆ และเครื่องดื่มก็มีทั้งแบบค็อกเทล และม็อกเทล จะกินหนักๆหรือกินชิลๆก็ได้หมด
แถมมุมถ่ายรูปก็เยอะมาก พลาดไม่ได้กับมุมยอดฮิตที่เปลนอนอาบแดด หรือจะเป็นมุมชิงช้ากลางทะเล สำหรับคนที่อยากลงน้ำให้ตัวเปียกเบาเบา ก็เก๋สุดๆ บอกเลยว่ามาร้านเดียวอัพไอจีไปได้เป็นเดือนเลยจ้าา

พิกัด Seafood Club Bangsan
สุขุมวิท ซอย 22 ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี
https://g.page/seafoodclubbangsaen?share

ร้านเปิดบริการ : ทุกวัน 11.00 - 23.00 น.

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.travel.trueid.net
www.chillpainai.com
www.wongnai.com
www.thairath.co.th
Facebook : Seafood Club Bangsaen
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2020, 18:01:59 »




















Friday...Travel #78

     มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...
     
     วันนี้ที่ๆเราจะแนะนำกัน เป็นอีกจุดชมวิว ที่หลายคนอาจจะพลาดไป โดยเป็นจุดชมวิวที่มีความสวยงาม  น่าสนใจ จากวิวของ อ่าว 3 อ่าว และ น้องลิงที่จะออกมาทักทายตลอดเส้นทางที่เดินขึ้นไป อาจจะต้องขึ้นบันไดกันเยอะหน่อยแต่คุ้มแน่นอนนน

"เขาช่องกระจก"
     เป็นภูเขาขนาดเล็กมีลิงเสนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทางขึ้นอยู่ด้านหลังศาลากลางจังหวัด มีบันได 396 ขั้น ขึ้นไปจนถึงยอดเขาซึ่งมีความสูง 245 เมตรจากระดับน้ำทะเล และเป็นที่ตั้งของวัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2501

     ว่ากันว่าเขาช่องกระจกแห่งนี้คือสัญลักษณ์ของเมืองประจวบคีรีขันธ์ซึ่งเต็มไปด้วยความพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการเป็นจุดชมวิวเมืองประจวบคีรีขันธ์ที่ดีทีสุดอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งมองเห็นทัศนียภาพไกลถึง เขาตะนาวศรี อ่าวประจวบฯ เขาตาม่องล่าย เขาล้อมหมวก ฯลฯ บนเขาช่องกระจกยังเป็นที่ตั้งของ วัดเขาช่องกระจก ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธบาทจำลองและพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จมาทรงประกอบพิธีบรรจุเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2501 พร้อมทั้ง ทรงปลูกต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำมาจากพุทธคยา ซึ่งการเดินสู่เขาช่องกระจกนั้นจะมีบันไดคอนกรีต 396 ขั้น และระหว่างทางยังได้ทักทายลิงเสน ที่มักออกมาทำท่าซุกซนหยอกล้อกับนักท่องเที่ยวอยู่เป็นประจำ

พิกัดเขาช่องกระจก
https://goo.gl/maps/LTmYCs6oyfL3xikg7

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.thailandtourismdirectory.go.th
www.thai.tourismthailand.org
www.avengo.net
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2020, 16:56:41 »

.
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020, 16:27:36 »



















Friday...Travel #76
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...
บรรยากาศวาเลนไทน์แบบนี้ ไครที่ยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวใหนดี เรามีแนะนำที่นึงงง เป็นคาเฟ่สุดคิวท์ ที่น่าจะถูกใจสาวๆ กันเลยล่ะ นอกจากจะมีมุมถ่ายรูปน่ารักๆ ขนมอร่อยๆ แล้วยังมีโซนทำเล็บ แล้วยังมีเสื้อผ้าน่ารักๆขายด้วยยยย หนุ่มๆพาแฟนไปที่นี่ สาวๆน่าจะแฮปปี้เลยล่ะ

"Cintage School"
     
โรงเรียนแสนหวานสไตล์เกาหลี ย่านสยามตัวร้านโดดเด่นสะดุดตา เป็นตึกสีชมพูแบ่งเป็น 3 ชั้น ตกแต่งร้านแบบเกาหลีผสมผสานกับความวินเทจ
เริ่มต้นที่ชั้นแรก เสื้อผ้าผู้หญิงสไตล์เกาหลี ชั้นที่สองจะพบกับร้านทำเล็บ boonie.studio สุดน่ารักราคาสบายกระเป๋า แถมยังมีเสื้อผ้า big sale ให้ช้อปกันแบบไม่อั้น ต่อมาพบกับชั้นสุดท้ายโซน Cintage Canteen คาเฟ่สไตล์เกาหลีสุดน่ารัก โทนสีชมพูฟรุ้งฟริ้ง ผนังร้านตกแต่งด้วยสติ๊กเก้อและรูปภาพ ได้อารมณ์เหมือนอยู่ในโรงเรียนมีมุมสระว่าน้ำ ไว้ถ่ายรูปแบบชิคๆ เมนูเครื่องดื่ม และเค้กให้เลือก สาวๆที่ชอบความฟรุ้งฟริ้ง ต้องโดนใจ

พิกัด ร้าน Cintage School
ตั้งอยู่ที่สยามสแควร์ ซอย 10 ตรงข้ามเรดซัน https://goo.gl/maps/omDLxHx69n8BQHWKA

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.edtguide.com
www.wongnai.com
www.Jelly.in.th
www.dplusguide.com
www.facebook.com/Cintageshop
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2020, 16:56:09 »


















Friday...Travel #75

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

เนื่องด้วยเสาร์นี้เป็นวัน มาฆบูชา ที่ที่เราจะแนะนำกันก็ต้องเข้ากับบรรยากาศซักหน่อย ใช่แล้วเราจะพาไปวัดกันนน แต่ก็ไม่ใช่วัดธรรมดาๆนะ วัดนี้เป็นวัดที่มีความสำคัญ นอกจากจะได้ไหว้พระทำบุญแล้ว ที่นี่ยังมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ไครที่ชอบถ่ายรูปลองไปถ่ายรูปที่นี่ซักครั้งก็ดูชิคดีไม่น้อยเลยล่ะ....

"วัดอรุณราชวราราม"

วัดอรุณราชวราราม หรือ วัดแจ้ง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่าริมน้ำเจ้าพระยา ถือเป็นวัดสำคัญคู่บ้านคู่เมืองมาช้านาน เป็นวัดโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา เดิมชื่อว่า “วัดมะกอก” แต่เมื่อครั้งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช มีพระราชประสงค์ย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี โดยกรีธาทัพมาทางชลมารค และมาถึงหน้าวัดมะกอกเอารุ่งสาง จึงเปลี่ยนชื่อเป็น “วัดแจ้ง”

จวบจนสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก รัชกาลที่ 1 เถลิงถวัลยราชสมบัติ แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์เสด็จสวรรคต พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 จึงทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อจนเสร็จ โดยพระราชทานนามวัดว่า “วัดอรุณราชวราราม” และกลายเป็นวัดประจำรัชกาลในพระองค์

พระปรางค์วัดอรุณฯ เป็นสถาปัตยกรรมไทยโดดเด่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ถือได้ว่าเป็นศิลปกรรมที่สง่าและโดดเด่นที่สุด นอกจากนี้ยังมีพระปรางค์รองอีก 4 ปรางค์ ซึ่งได้รับการบูรณะเสมอมา ความวิจิตรตระการตาที่เห็นนั้น มาจากการประดับด้วยชิ้นเปลือกหอย กระเบื้องเคลือบ จานชามเบญจรงค์สีต่างๆ เป็นลายดอกไม้ ใบไม้ และลายอื่น ๆ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากประเทศจีน นอกจากนี้ยังมีการประดับตกแต่งด้วย กินนร กินรี ยักษ์ เทวดา และพญาครุฑ ส่วนยอดบนสุดของพระปรางค์ติดตั้งยอดนภศูล

บริเวณโดยรอบพระปรางค์ใหญ่วัดอรุณฯ ประกอบด้วยพระปรางค์เล็ก 4 องค์ รอบ 4 ทิศ ภายในมีรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ กำแพงแก้วกั้น มีฐานทักษิณ 3 ชั้น มีรูปปั้นมารและกระบี่แบกฐานสลับกัน นอกจากนั้นมีซุ้ม 4 ซุ้ม มีพระนารายณ์อวตาร เหนือขึ้นไปเป็นยอดปรางค์ มีเทพพนมนรสิงห์เพื่อปราบยักษ์

ก่อนบูรณะเราอาจคุ้นตากับภาพพระปรางค์สีเข้มดูขลังหน่อย แต่พอเปลี่ยนมาเป็นสีขาวในช่วงแรกอาจไม่คุ้นชินตา แต่วัดอรุณโฉมใหม่ก็สวยดูสะอาดตาดี แถมมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเยอะขึ้นกว่าเดิมมาก คือ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก พื้นสีขาวก็ช่วยขับสีของกระเบื้องให้โดดเด่นขึ้น กลายเป็นแบบวัดที่ดูทันสมัยและมีเอกลักษณ์มากขึ้น จะแต่งตัวมาแบบกรุยกรายหรือแบบวินเทจ หรือแบบชิคทันสมัย ก็ไปได้หมด

วัดอรุณฯ จึงนับเป็นอีกหนึ่งศาสนสถานสำคัญที่ทรงคุณค่า งดงามด้วยศิลปะและสถาปัตยกรรมมากมายที่ควรค่าแก่การศึกษา ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เราคนไทยทุกคนควรภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง

การเดินทางไป วัดอรุณฯ

การเดินทางมาที่วัดโพธิ์ วัดแจ้ง แนะนำให้ใช้รถสาธารณะทั้งรถประจำทางสาย 19, 57, 83 แท็กซี่ รวมทั้งรถไฟฟ้าบีทีเอส ลงสถานีสะพานตากสิน S6 (สายสีลม)ใช้ทางออกที่ 2 ใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยาที่ท่าสาทร (Central Pier)ไปขึ้นที่ท่าเตียน (สามารถใช้บริการเรือข้ามฟากจากท่าเตียนไปยังท่าวัดอรุณราชวรารามได้ หากนำรถส่วนตัวมาสามารถจอดภายในบริเวณวัดได้หรือจอดรถในถนนเชตุพน ซึ่งเป็นซอยข้างๆ วัดพระเชตุพนฯ แล้วลงเรือที่ท่าเตียนข้ามฟากมา

ที่ตั้ง วัดอรุณฯ
https://goo.gl/maps/Jiagi4brb4Jz76ix5

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.paiduaykan.com
www.thai.tourismthailand.org
www.dhammathai.org
th.readme.me / Holdhands journey
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 31 มกราคม 2020, 17:00:30 »


















Friday...Travel #74

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ที่ๆเราจะพาไป ได้รับขนานนามว่า สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย กันเลยทีเดียว ไอหมอกบนผิวทะเลสาบ กับธรรมชาติสวยงาม ควรค่าแก่การมาพักผ่อนสุดๆไปเลยยย

"ปางอุ๋ง"

มีลักษณะเป็นพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นทิวสนที่ปลูกเรียงรายกัน

ปางอุ๋ง ที่หลายๆ คนอาจยังไม่เข้าใจความหมาย คำว่า “ปาง” ซึ่งหมายถึงที่พักของคนทำงานในป่า ส่วน “อุ๋ง” นั้น เป็นภาษาเหนือหมายถึงที่ลุ่มต่ำ คล้ายกระทะใบใหญ่มีน้ำขังเฉอะแฉะ ก็น่าจะหมายถึงที่พักริมอ่างเก็บน้ำนี่เอง

ภาพอันสวยงามของไอหมอกที่ลอยเหนือทะเลสาป กับบรรยากาศอันหนาวเหน็บในยามเช้า ทำให้ปางอุ๋ง กลาย เป็น เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ยอดฮิตสุดแสนโรแมนติกติดอันดับต้นๆของ แม่ฮ่องสอน จนได้รับขนานนาม ว่าเป็น "สวิตเซอร์แลนด์แห่งเมืองไทย" ยิ่งยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำผ่านทิวสน และไอหมอกบางๆ ยิ่งเป็นภาพที่สร้างความประทับยากจะลืมเลือน แม้ในกระทั่งเวลาที่หมอกเลือนลางหายไปก็ยังคงความงาม

ที่ปางอุ๋งนอกจากชมบรรยากาศของสายหมอกในยามเช้าแล้ว กิจกรรมอีกอย่างหนึ่งที่พลาดไม่ได้ คือ การนั่งแพชมทัศนียภาพและ บรรยากาศโดยรอบ รวมถึงชมนดาราแห่งปางอุ๋ง นั่นก็คือหงส์พระราชทานจากสมเด็จพระราชินี ซึ่งเป็นหงส์ดำและหงส์ขาวอย่างละ 1 คู่ด้วยกัน

และไม่ควรพลาดที่จะไปชมสวนปางอุ๋งใกล้กับ ที่ทำการของโครงการพระราชดำริฯ ซึ่งจัดสร้างขึ้นมาเพื่อให้มีพืชพรรณ ที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูงทดแทนไร่ฝิ่น ร้างแต่ดั้งเดิมซึ่งไว้ลูกพืชที่ให้ประโยชน์ทางด้านอาหารและยาแพทย์แผนไทย และสร้างความกลมกลืนกับ ภูมิประเทศ เช่น อะโวคาโด พลับ สาลี่ บ๊วยอีกทั้งยังมีการตกแต่งด้วยสวนไม้ ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น กุหลาบ ไฮเดรนเยีย พวงแสด อีกทั้งยังมีการพยายามนำพืชและสัตว์ประจำถิ่นของพื้นที่ปางอุ๋งกลับมา เช่น เอื้องแซะและ กล้วยไม้ต่างๆ และสัตว์อย่างเขียดแลน เป็นต้น

การเดินทางไป ปางอุ๋ง

จากกรุงเทพ ถ้าขับรถไปเองอาจใช้เส้นทางกรุงเทพ-ฮอด ผ่านอยุธยา-นครสวรรค์-ตาก ถึง อำเภอลี้ แยกซ้ายเข้า อำเภอ แล้วเดินทางต่อไปตามเส้นทาง ลี้-บ้านโฮ่ง ก่อนถึง อำเภอบ้านโฮ่ง จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายไปทะเลสาบ ดอยเต่า ขับไปจนถึงฮอด จากนั้นใช้เส้นทาง ฮอด - แม่ฮ่องสอน ผ่าน อำเภอขุนยวม เข้าสู่ อำเภอเมือง แม่ฮ่องสอน - จากเมืองแม่ฮ่องสอนสู่ปางอุ๋ง ตามเส้นทางสู่ แม่ฮ่องสอน-ปางมะผ้า-ปาย ขับไปเรื่อย ๆ ผ่านน้ำตก ผาเสื่อ ผ่านพระตำหนักปางตอง เข้าสู่บ้านหมอกจำแป๋ หมู่บ้านใหญ่เป็นจุดแยก ซ้ายไปปางอุ๋ง ขวาไปถ้ำปลา (ระยะทางไปถ้ำปลาแค่ 3 ก.ม.)เลี้ยวซ้ายจากนี้ไป หนทางคดโค้งไต่เขาชันขึ้นเรื่อยๆ มาถึง บ้านนาป่าแปก หมู่บ้านรวมมิตรที่จะเห็นชาวบ้านทั้งกระเหรี่ยงและไทยใหญ่ แต่งกายเป็นเอกลักษณ์ เลี้ยวซ้ายเข้า หมู่บ้านรวมไทย ผ่านหมู่บ้านรวมไทย ก็เข้าถึงจุดหมายโครงการสวนป่าในพระราชดำริปางตอง 2 “ปางอุ๋ง” ทะเลสาบสวยแต่ถ้าตรงไปเป็น หมู่บ้านรักไทย หมู่บ้านของชาวจีน จากกองพล 93

ที่ตั้ง ปางอุ๋

https://goo.gl/maps/Rj1hS8WhNtWU2ebP9

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.paiduaykan.com
www.traveloka.com
th.readme.me / แบกแฟนเที่ยว
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 24 มกราคม 2020, 16:51:27 »



















Friday...Travel #73

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

ช่วงตรุษจีนแบบนี้ก็ต้องไปเที่ยวในที่ที่ให้ฟิลจีนๆกันซะหน่อย วันนี้เรามีที่นึงมาแนะนำ จะชอบเดินเล่นก็สุดชิล ชอบถ่ายรูปก็สุดชิค ไครที่อยากมีรูปแนวจีนๆลงโซเชียลอวดเพื่อนๆกันในช่วงนี้ ไปที่นี่ไม่ผิดหวังฟิลจีนจัดเต็มแน่นอน

"ล้ง 1919"

ล้ง 1919 ที่เที่ยวสุดชิคริมแม่น้ำเจ้าพระยา เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร โดยการบูรณะอาคารเก่าทั้งหมด มีความโดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมจีน ก่ออิฐถือปูนและการใช้โครงสร้างไม้ที่ยังคงเก็บรูปแบบอย่างเดิมไว้

ภายใน ล้ง 1919 ประกอบด้วย ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะและหัตถกรรม พิพิธภัณฑ์การเรียนรู้ ศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว ศาลเจ้าจีนเก่าแก่ในเขตคลองสาน ลานกิจกรรมกลางแจ้ง มาที่นี่ได้เสพความคลาสสิคกลิ่นไอความโบราณของสถาปัตยกรรมจีน จิตรกรรมฝาผนังฝีมือช่างศิลป์โบราณ สำหรับใครที่กำลังมองหามุมภ่ายรูปสวยสไตล์แบบเก่าอาร์ตหลายมุม โดยเฉพาะกำแพงเก่าที่พอได้ไปยืนแล้วจะทำให้ภาพออกมาดูดีเลยทีเดียว

อาคารล้ง 1919 เคยใช้เป็นท่าเรือกลไฟและโกดังเก็บสินค้าที่สร้างขึ้นในสมัย 2393 โดยเปลี่ยนมือมาหลายยุคหลายมัย จนมาถึงรุ่นปัจจุบันของตระกูล “หวั่งหลี” ที่ได้บูรณะจนกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงศิลปวัฒนธรรมไทย-จีน ริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดย จัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่า “ซาน เหอ หยวน” เป็นการออกแบบวางผังอาคารในแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลัง เชื่อมต่อกัน 3 ด้าน เป็นผังรูปทรงตัวยู มีพื้นที่ว่างตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 หลัง ใช้เป็นลานอเนกประสงค์

อาคารประธานเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว และห้องภายในตึกมีศาลเจ้าแม่ทับทิม ที่พ่อค้าชาวจีน ต้องมาสักการะทั้งตอนมาถึงและก่อนออกจากเมืองไทยภายในตึกดัดแปลงให้ทันสมัยเป็นร้านค้า ขายอาหาร ของฝาก ตกแต่งสไตล์จีนร่วมสมัย

ภายในออกแบบได้สวยงามผสมกลมกลืมกันลงตัว มีความร่วมสมัยและกลิ่นไอโบราณร่วมกัน แต่ละมุมของตึก ทั้งกำแพง และหน้าต่าง รวมทั้งห้องภายในตึก จึงกลายเป็นมุมถ่ายรูปสวยงามหลายจุด

ร้านค้าและร้านอาหารภายในตึกส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ชั้นล่าง ซึ่งมีร้านไม่มากนักเกือบทุกร้านตกแต่งแนวโบราณแต่ร่วมสมัย ถูกใจร้านไหนลองแวะไปอุดหนุนได้

ส่วนชั้นสองเป็นส่วนของภาพวาดจีนโบราณรอบกรอบหน้าต่าง ถึงแม้สีของภาพจะเลือนลาน แต่ยังมองเห็นได้ถึงความอ่อนช้อย ปราณีต ผนังเก่าที่มองเห็นร่องปูนกลายเป็นความเท่ ที่เชื้อเชิญให้เราต้องเดินไปถ่ายภาพ

นอกจากร้านอาหารแล้วในแต่ละห้องยังมีการจัดแสดง ของเก่าโบราณ ทั้งร้านขายยา แกลลาลี่ภายถ่าย รวมทั้งพิพิธภัณฑ์จัดแสดงต่างๆ

ล้ง 1919 สถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่า เหมาะกับการเที่ยวพักผ่อน ดื่มด่ำความรื่นรมย์ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในแวดล้อมของหมู่อาคารเก่าย้อนยุค มาเก็บความทรงจำไว้เป็นที่ระลึก

การเดินทางไป ล้ง 1919

ขับมาบนถนนเจริญกรุงเลี้ยวเข้าถนนเชียงใหม่ (ถนนนี้อยู่ตรงข้ามสถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา ซอยเดียวกับวัดทองธรรมชาติวรวิหาร) ตรงเข้ามาสุดซอยจะพบที่จอดรถอยู่ทางขวามือ

ที่ตั้ง ล้ง 1919
https://goo.gl/maps/2EFcvxUd335Hs4Pn6

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.paiduaykan.com
facebook/LHONG 1919
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 17 มกราคม 2020, 17:39:00 »


















Friday...Travel #72
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้เราจะพาไปเที่ยวทะเลกันนน แต่ไม่ใช่ทะเลธรรมดาๆนะ มันเป็นทะเลสีชมพูด้วยล่ะ มันคือที่ใหนกันนะ ไปดูกันเลยยยย

"ทะเลบัวแดง"

ทะเลบัวแดง ตั้งอยู่ในอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี

อยู่ในบึงน้ำจืด บึงหนองหาน แหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไป ด้วย พันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำ จำนวนมาก

โดยดอกบัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณ ลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวจะบานในช่วงเช้าตรู่จนถึงเวลาประมาณ 11.00 น.

นักท่องเที่ยวจะมองเห็น ดอกบัวแดง บานเต็มท้องน้ำ หนองหานสุดลูกหูลูกตางดงาม อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่า ทะเลบัวแดง

ซึ่งในทุกปี นักท่องเที่ยว สามารถความงดงามของทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนธันวาคม จนถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี

การเดินทางไปทะเลบัวแดง

จากตัวเมืองอุดรธานี ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-กุมภวาปี) ถึงกิโลเมตรที่ 26 เลี้ยวซ้ายที่แยกบ้านนาดี-หนองเม็ก ระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร ก็จะถึงจุดหมายบ้านเดียม ทะเลบัวแดง หนองหาน

ที่ตั้งทะเลบัวแดง
https://goo.gl/maps/TPomBQBTa8EA7bkG9

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.paiduaykan.com
saravutybank.wordpress.com
blog.traveloka.com
th.readme.me / 9Mot / Nuim Navigator
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 10 มกราคม 2020, 16:54:00 »



















Friday...Travel #71
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

หลังเทศกาลปีใหม่ใหม่แบบนี้ ไครที่ยังเที่ยวไม่จุใจหรือยังไม่ได้ไปใหนตอนปีใหม่ เรามีที่เที่ยวมาแนะนำกัน สัปดาห์นี้ขึ้นสูงกันหน่อย กับสถานที่ที่มี บรรยากาศเป็นธรรมชาติ มีความสงบเงียบ และ ไฮไลท์เด็ด ก็คือ การมาชมพระอาทิตย์ขึ้น และ ทะเลหมอกยามเช้า จะเป็นที่ใหน ไปดูกันเลยยยย

"ภูชี้ฟ้า" จังหวัดเชียงราย

ภูชี้ฟ้า เป็นยอดเขาสูงที่สุดในเทือกเขาดอยผาหม่น มีเอกลักษณ์ทางธรรมชาติด้วยลักษณะหน้าผาปลายยอดแหลมเป็นแนวยาว ที่ชี้ไปบนฟ้าทางฝั่งประเทศลาว จึงเป็นที่มาของชื่อเรียกว่า "ภูชี้ฟ้า" นั่นเอง

สำหรับไฮไลต์สำคัญของภูชี้ฟ้าต้องยกให้จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงาม อีกทั้งทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล โดยในตอนเช้าจะมีทะเลหมอกปกคลุมในหุบเขาเบื้องล่าง มีพระอาทิตย์ขึ้นผ่านพ้นทะเลหมอก ท่ามกลางทุ่งหญ้า แซมด้วยทุ่งดอกโคลงเคลง สวยงามราวกับภาพวาด

และหากรอจนสายหมอกถูกความร้อนระเหยหมดแล้ว ก็ยังคงมองเห็นสายน้ำโขงไหลคดเคี้ยว ท่ามกลางป่าไม้ของฝั่งลาวที่เขียวสุดสมบูรณ์อีกด้วย มาเที่ยวภูชี้ฟ้าในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม เส้นทางขึ้นภูชี้ฟ้าจะผ่านป่าซากุระหรือต้นนางพญาเสือโคร่งสีชมพูสวยงามมากอีกเช่นกัน

นอกจากนี้เสน่ห์ของ "ภูชี้ฟ้า" ยังคงมีบรรยากาศเมืองเหนือเหมือนอุทยานและดอยอื่น ๆ มีหมู่บ้านชาวเขา บริเวณตีนภูชี้ฟ้า เป็นบรรยากาศของการท่องเที่ยวมีที่พักขนาดเล็ก ๆ หลายแห่งให้เลือกใช้บริการ ดำเนินงานโดยชาวเขาบ้างชาวเราบ้าง

การเดินทาง ทางรถยนต์

ภูชี้ฟ้าอยู่ห่างจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ประมาณ 144 กิโลเมตร การเดินทางจากอำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ไปยังภูชี้ฟ้าได้ตามแนวเส้นทาง ดังนี้

เดินทางจากจังหวัดเชียงรายระยะทางประมาณ 108 กิโลเมตร โดยใช้เส้นทางเชียงราย - เทิง ระยะทาง 64 กิโลเมตร และจากเทิง-ปางค่า ระยะทาง 24 กิโลเมตร จากนั้นเป็นลูกรังถึงภูชี้ฟ้าระยะทาง 19 กิโลเมตร

ที่ตั้งภูชี้ฟ้า

https://goo.gl/maps/rmQpJz89tfZwHHieA

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
travel.kapook.com
www.thairath.co.th
www.avengo.net
readme.me / Exploring X เที่ยวไหน ไปด้วย / บันทึกเดินดอย
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 27 ธันวาคม 2019, 16:40:27 »



















Friday...Travel #70
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

ใกล้ถึงวันขึ้นปีใหม่แล้ว ทุกท่านมีที่ไปเคาท์ดาวน์ กันหรือยัง ถ้ายังไม่มี วันนี้เรามาแนะนำสถานที่เคาท์ดาวน์ ในกรุงเทพฯ ทั้ง 10 จุด กันจ้าาาาา

1. ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (Central World)
เริ่มต้นด้วยที่แรก กับสถานที่ “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” สุดฮิตในตำนานอย่าง Central World ที่เป็นจุด Countdown ยอดฮิตมานาน กับงาน “AIS Bangkok Countdown 2020” ณ ลานด้านหน้าห้างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ การันตีด้วยเวทีใหญ่ที่สุด 220 เมตร ย้ำความเป็น World of Best Entertainment Countdown จุดเคาท์ดาวน์ที่ดีที่สุด มันส์ที่สุด และแฮปปี้ที่สุดตลอดกาล

2. ASIATIQUE The Riverfront
ถ้าคุณกำลังหาสถานที่ “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” ในกรุงเทพฯ บวกกับบรรยากาศสุดโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยา “เอเชียทีค” เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่เหมาะมากเลยทีเดียว และปีนี้ ASIATIQUE Thailand Countdown 2020 มาในคอนเซปต์ “Boost Your Energy Up” ในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 นี้ 17.00 น. เป็นต้นไป เตรียมชาร์ทความสนุก รับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง ท่ามกลางบรรยากาศมันส์ๆ ตื่นตาไปกับเวที แสง สี เสียง สนุกสุดเหวี่ยงไปกับมหกรรมคอนเสิร์ต จากศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย

3. Iconsiam
สำหรับ Iconsiam แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทั้งคนไทยและชาวต่างประเทศ ก็จัดงาน “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” อย่างยิ่งใหญ่ โดยร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และพันธมิตรสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สร้างมหาปรากฏการณ์ “Amazing Thailand Countdown 2020” เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สุดยิ่งใหญ่ตระการตา ภายใต้แนวคิด มหัศจรรย์พร 7 ประการ ในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ตั้งแต่ 17.00 น. ณ ริเวอร์พาร์ค ไอคอนสยาม

4. Future Park & Zpell
สำหรับคนที่บ้านอยู่ชานเมือง เลยกรุงเทพฯ ไปนิดหน่อย แค่ปทุมธานี หากไม่อยากฝ่าเข้ามาเบียดเสียดฝูงชนย่านใจกลางเมือง ก็มาร่วม “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” กันได้ที่ “Future Park & Zpell Countdown 2020” ระเบิดสีสันความสุข กับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ข้ามปี!!

5. Crystal Design Center (CDC)
สำหรับคนที่อยู่ในย่านเลียบทางด่วน เอกมัย-รามอินทรา สามารถมาชิคๆ ชิวๆ “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” กันได้ที่ “CDC Countdown 2020” ฟรีคอนเสิร์ตเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี!!! ยกทัพศิลปิน Joeyboy, Paradox, Cocktail, Zeal และ นิวจิ๋ว

6. Mega Bangna
อันนี้แม้จะเลยเขตกรุงเทพฯ เข้าไปเขตจังหวัดสมุทรปราการนิดหน่อย แต่ก็ถือว่าอยู่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ละกัน ในการร่วมนับถอยหลังข้ามปี “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” กับงาน “The Forestias by MQDC Presents Mega Countdown 2020” สนุกมันส์ข้ามปีกับคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่เต็มรูปแบบจากศิลปินดัง ตอกย้ำแลนด์มาร์คงานเคาท์ดาวน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แห่งกรุงเทพตะวันออก

7. คิง เพาเวอร์ มหานคร
สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ไป “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” แบบสูงๆ แบบหรูๆ ดูบ้าง ก็เชิญไปได้ที่ “คิง เพาเวอร์ มหานคร” มาร่วมนับถอยหลังสู่ปีใหม่บนรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย พร้อมชมการแสดงพลุจากทั่วกรุงเทพฯ ในแบบ 360 องศา บนชั้น 78 ของคิง เพาเวอร์ มหานคร

8. Seacon Square
มหกรรมฟรีคอนเสิร์ต! เต็มรูปแบบ จากศิลปินดังที่จะทำให้คุณต้องกรี๊ดกันแบบสุดเสียง เต้นกันให้สุดแรง เติมเต็มความสุขสนุกสุดมันส์แบบไร้ขีดจำกัด กับงาน “SEACON Countdown Concert 2020” ต้อนรับ “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” ตลอด 3 คืนเต็ม 29-31 ธ.ค. 2562 ลานหน้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ ตั้งแต่ 20.30 – 00.00 น.

9. The Street Ratchada
ศูนย์การค้าเดอะสตรีท รัชดา เตรียมกิจกรรม “เคานท์ดาวน์ปีใหม่” กับงาน “The Street Countdown 2020” สุดอลังการและยิ่งใหญ่ที่สุดในย่านรัชดา และปาร์ตี้กับศิลปินสุดคูลล์ ที่มาสร้างความสนุกภายในงาน อาทิ ACTART, VARINZ, Z TRIP, KANOM, NONNY9, เต-นิว

10. ตึกใบหยก 2
ส่วนใครที่อยาก “เคาท์ดาวน์ปีใหม่” แบบแข่งกันกินไปด้วย ก็ต้องไปที่ Baiyoke Marathon Rally Buffet Count Down Party 2020 บุฟเฟ่ต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี ทานได้ไม่จำกัด (แต่ไม่ฟรี ราคาเริ่มต้น 2,900 บาท ที่นั่งมีจำนวนจำกัด) เริ่มตั้งแต่เวลา 19.30 น. จนถึงเคาท์ดาวน์ ซึ่งใครเก็บ RC ครบ 10 RC ลุ้นชิงรางวัลรวมกว่า 200,000 บาท

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก https://th.carro.co/blog/countdown-in-bangkok/
https://blog.bangkokair.com/
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 20 ธันวาคม 2019, 18:01:37 »



















Friday...Travel #69

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

หน้าหนาวแบบนี้อะไรจะดีไปกว่าการขึ้นดอยล่ะ ที่่ที่เราจะแนะนำกันวันนี้ สามารถเห็นทะเลหมอกได้ 360 องศา สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกส่วนในตอนกลางคืนถ้าฟ้าเปิดก็จะเห็นดาวเต็มท้องฟ้าไปหมด น่าสนใจแล้วใช่มั๊ยล่ะ ส่วนจะเป็นที่ใหน ไปดูกันเล๊ยยย

"ดอยพุ่ยโค"

ดอยพุ่ยโค หรือ ดอยพุย (ภาษาท้องถิ่นของชาวกระเหรี่ยง) ตั้งอยู่ที่ บ้านอุมดาเหนือ ต.แม่คะตวน อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ระดับความสูงที่ 1406 ม.จากระดับน้ำทะเล ห่างจากที่ว่าการอำเภอสบเมยประมาณ 10 กิโลเมตร

ดอยพุ่ยโค ขึ้นชื่อว่าเป็นดินแดน แห่งทุ่งหญ้าสีทอง วิวทิวทัศน์สวยงามและสุดยอดทะเลหมอกที่สามารถมองวิวได้รอบ 360 องศา ทำให้สามารถชมได้ทั้งพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกดิน ในยามค่ำคืนมีดาวเต็มฟ้า

ระยะทางเดินเท้าไม่ไกลประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมงก็ถึงยอดดอย เส้นทางบางช่วงชัน เล็กน้อยแต่ถือว่าเป็นการเดินป่าที่ค่อนข้างง่ายและใช้เวลาเดินขึ้นไม่นานนัก แต่กลับได้พบความสวยงามของ ธรรมชาติที่ สวยงามแสนบริสุทธิ์

***บนยอดดอยไม่มีที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกใดๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมเต้นท์ อาหาร และน้ำดื่ม มาเอง จากจุดเริ่มเดินเท้าใช้เวลา ประมาณ 30-45 นาที แต่มีลูกหาบสามารถติดต่อบริการได้

การเดินทางไปดอยพุ่ยโค

จาก อ.อมก๋อย ด้วยเส้นทาง 1099 สู่ปากทางหลวง 108 อ.ฮอด-แม่สะเรียง 50 กิโลเมตรสู่แม่สะเรียง 64 กิโลเมตร จากแม่สะเรียง มุ่งสู่ทาง หลวง 105 แม่สะเรียง-แม่สอด จุดหมายอำเภอปลายทางที่ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ระยะทางอีก 26 กิโลเมตร เรียกว่าเป็นการ นั่งรถที่ค่อนข้างนานประมาณ 4 ชั่วโมง เมื่อถึงอำเภอสบเมย เจอสี่แยกอำเภอสบเมยเลี้ยวขวาจะเข้าไปในตัวอำเภอสบเมย แล้วเลี้ยว ซ้ายไปบ้านอุมดาเหนือ มีป้ายบอกทางไปโรงเรียนบ้านอุมดาเหนือ ขับเข้าไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร สภาพทางเป็นถนนคอนกรีต ตอนเริ่มต้น หลังจากนั้นเป็นทางลูกรัง วิ่งไต่ระดับเขาไปเรื่อย ๆ หลังจากนั้นเดินทางต่อขับผ่านหมู่บ้านอุมดาเหนือ สภาพทางเป็นลูกรัง +หิน ทางชันไต่ ระดับขึ้นเขาและลงเขาไปเรื่อย ๆ ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร ไปจนถึงจุดเดินเท้าดอยพุ่ยโค แนะนำเป็นรถโฟรวิว เท่านั้น ใครที่นำรถส่วนตัวเป็นรถเก๋งหรือตู้สามารถจอดรถที่โรงเรียนแล้วใช้บริการรถและลูกหาบแทน

ที่ตั้งดอยพุ่ยโค

https://goo.gl/maps/dkA6PC1W6C9pKAFH6

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :

www.paiduaykan.com
www.chiangmainews.co.th
th.readme.me / Pongsakorn Foto / เหลี่ยมพาเที่ยว
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 13 ธันวาคม 2019, 16:48:37 »


















Friday...Travel #68

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ ใครที่อยากหนีความวุ่นวายไปพักผ่อนแบบส่วนตัว แบบ ชิลๆ สงบๆ ชมวิวสวยๆ อากาศดีๆ ที่นี่เหมาะมาก โดยที่นี่ ได้ชื่อว่าเป็นเพชรเม็ดงามแห่งทะเลตะวันออกเลยทีเดียว จะสวยสมฉายาแค่ใหน ไปดูกันเล๊ยยยย

"เกาะเหลายา"

ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง อยู่ทางตอนใต้ของเกาะช้าง เป็นเกาะเล็ก ๆ 3 เกาะ ตั้งเรียงกันอยู่ใกล้กับเกาะช้าง อยู่กลางอ่าวสลักเพชร ประกอบด้วยเกาะเหลายาใน เกาะเหลายากลาง และเกาะเหลายานอก เป็นเกาะที่มีหาดทรายขาว น้ำทะเลใสมาก ๆ และแมกไม้เขียวครึ้มไปทั่วทั้งเกาะ ที่นี่ยังมีจุดดำน้ำที่สมบูรณ์ไปด้วยปะการังมากมายหลายชนิด สวยงามมาก เป็นที่พักผ่อนตากอากาศ ที่มีธรรมชาติสวยงามอีกแห่งหนึ่ง มีสะพานเชื่อมระหว่างเกาะเหลายาในและเกาะเหลายากลาง และเหลายานอก ให้สามารถเดินข้ามกันไปสัมผัสทัศนียภาพโดยรอบของเกาะกันได้แบบทั่วถึง

ที่นี้เป็นอีกหนึ่งเกาะที่น้ำใสมากๆ หาดที่นี้สีขาวละเอียดเป็นแนวยาวและตลาดหาดมีต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นเรียงรายอยู่ริมชายหาด ทำให้บรรยากาศดูร่มรืนมาก ๆ สมกับเป็นบรรยากาศหาดส่วนตัว ผู้คนแทบไม่มีให้เห็น

บรรยากาศเหมาะกับการมาฮันนีมูนกับคู่รักเป็นที่สุด เพราะที่นี้มีบ้านพัก และรีสอร์ทคอยให้บริการนักท่องเที่ยวด้วย คู่รักนิยมมาพักกันเยอะมาก ๆ เพราะด้วยความเป็นส่วนตัว อีกทั้งเกาะนี้มีทัศนียภาพที่สวยงามและไม่เหมือนเกาะอื่น ๆ ในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

และจุดที่เป็นไฮไลน์ของที่เกาะเหลายาแห่งนี้เลยคือ ตรงสะพานข้ามเกาะระหว่าง เกาะเหลายานอก เกาะเหลายากลางและใน ซึ่งเป็นจุดชมวิวและจุดถ่ายภาพที่สวยที่สุดของเกาะ นักท่องเที่ยวที่มาต้อง มาเก็บภาพตัวเองยืนอยู่กลางสะพานทุกคน ไม่งั้นเหมือนมาไม่ถึง

การเดินทางไป เกาะเหลายา

เกาะเหลายาเป็นกลุ่มเกาะ 3 เกาะวางเรียงกัน อยู่ใกล้กับเกาะทรายขาวและเกาะหวาย ไม่มีเรือโดยสารประจำทาง แต่สามารถใช้บริการแพกเกจทัวร์จากเหลายา รีสอร์ท ซึ่งจะจัดเรือ ที่พัก อาหาร เครื่องดื่ม ให้พร้อมสรรพ โดยลงเรือที่ท่าเรืองแหลมงอบ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง เรือเร็วประมาณ 1 ชั่วโมง หรืออาจใช้บริการจากสลักเพชรทัวร์ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะช้าง ที่อ่าวสลักเพชร ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้กับเกาะเหลายา มีโปรแกรม Day tour พาเที่ยวเกาะทรายขาว เกาะเหลายา และเกาะหวาย

ที่ตั้ง เกาะเหลายา
https://goo.gl/maps/aRfpZdZG1UvU1emGA

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.chillpainai.com
www.dooasia.com
www.unseeninthai.com
www.cocoislandresort.com
www.painaidii.com
th.readme.me/IPZPEAR
Facebook - เพื่อนร่วมทาง
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 13 ธันวาคม 2019, 10:33:20 »



















Friday...Travel #67

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ ไปทดสอบความกล้าท้าความสูงกันหน่อยดีกว่า
กับจุดชมวิวพื้นกระจก ที่จะทำให้คุณหวาดเสียวไปพร้อมๆกับการชมวิวที่สวยงาม ถือเป็นอีกหนึ่งอารมณ์ที่ควรไปสัมผัสซักครั้ง

" Skywalk วัดผาตากเสื้อ "

สกายวอล์ก ตั้งอยู่ที่วัดผาตากเสื้อ ต.ผาตั้ง อ.สังคม จ.หนองคาย อยู่บนเทือกเขาสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 เมตร ซึ่งวัดแห่งนี้ถือว่าเป็นจุดชมวิวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองหนองคายเลยทีเดียว โดยมีสกายวอล์กแห่งนี้เป็นไฮไลต์

สกายวอล์ก ถูกออกแบบและสร้างเป็นรูปเกือกม้ายื่นออกไปหาแม่น้ำโขง พื้นทั้งหมดปูด้วยกระจกใสแจ๋ว หนา 4 เซนติเมตร แต่ละแผ่นยึดกับเหล็กบริเวณฐานที่เป็นชั้นหินอยู่ด้านล่าง เขาใช้เหล็กกันสนิมด้วยนะเพื่อลดการสึกกร่อนตามกาลเวลา ส่วนระยะทางของสะพานแห่งนี้ก็ราวๆ 15 เมตร รวมทางเดินที่ยื่นออกไปตรงหน้าผา 6 เมตร มีการออกแบบให้สามารถรับน้ำหนักนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 2,500 กิโลกรัม หรือจำกัดประมาณ 20 คนต่อครั้ง

เมื่อเดินบนแผนกระจกคุณอาจจะหวาดเสียวเล็กน้อย แต่ด้วยวิวที่สวยมากๆจะทำให้คุณดื่มด่ำกับมันจนลืมความสูงเลยทีเดียว จุดชมวิวที่นี่ เราสามารถมองเห็นทัศนียภาพแบบพาโนรามาของเมืองหนองคาย เห็นแม่น้ำโขงทอดตัวยาวในม่านหมอก เห็นเมืองสังข์ทอง และแขวงกำแพงนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว อีกด้วย

**ข้อควรปฏิบัติ ให้นักท่องเที่ยวลงไปเดินได้ไม่เกินจำนวน 20 คน นักท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ก็ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามขายเครื่องดื่มมึนเมา ห้ามใส่รองเท้าลงไปเดินบนสะพานกระจก ให้เปลี่ยนเป็นรองเท้ายางที่จัดเตรียมไว้ให้

ใครที่มีเด็กและผู้สูงอายุมาด้วย ควรมีผู้ดูแลขณะเดินบนสกายวอล์ก ส่วนผู้ที่มีอาการมึนเมา ผู้ป่วยโรคลมชัก และผู้พิการที่ต้องนั่งวีลแชร์ ห้ามขึ้นไปบนสกายวอล์กเด็ดขาด ห้ามวิ่งเล่น หยอกล้อ โหน เขย่า โยก กระจกบนสะพานรวมถึงราวสะพานด้วย

การเดินทางไป วัดผาตากเสื้อ

จากตัวเมืองหนองคาย ให้มุ่งหน้าสู่ถนนหมายเลข 211 เลียบแม่น้ำโขง ระยะทางประมาณ 96 กิโลเมตร จนถึงตำบลผาตั้ง อ.สังคม จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ

จากนั้นจะพบป้ายบอกว่าไปวัดน้ำเพียงดินอีก 15 กิโลเมตร และวัดผาตากเสื้อ 7 กิโลเมตรก็ตรงไปตามป้ายวัดผาตากเสื้อได้เลย

ที่ตั้ง : https://goo.gl/maps/VaMjpL7Q4yvheowX8

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.thairath.co.th
www.thetrippacker.com
th.readme.me
www.ThaiTour.com
Facebook - วัดผาตากเสื้อ - Prakasit Noollawong
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 29 พฤศจิกายน 2019, 17:50:59 »



















Friday...Travel #66

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ เป็นคิวของสายรักสัตว์กันบ้าง เพราะที่ที่เราจะแนะนำกันวันนี้ จะพาคุณไปฟินกับน้องๆสัตว์ป่าน่ารักหลากหลายสายพันธุ์กันแบบไกล้ชิด เหล่าคนรักสัตว์ทั้งหลายไม่ควรพลาดจ้าาา

"ซาฟารี ปาร์ค & แคมป์ กาญจนบุรี"

สวนสัตว์เปิดแห่งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี สามารถเข้าชม ถ่ายภาพ และให้อาหารสัตว์อย่างใกล้ชิดอย่างมาก ถึงขนาดว่าสามารถ “กอดคอยีราฟถ่ายรูป” หรือ “ป้อนอาหารด้วยปาก” ก็ยังได้ ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกตื่นเต้น สนุกสนาน แต่สำหรับโซนสัตว์อันตราย อย่างเช่น เสือ สิงโต หมีควาย กรุณาอย่าเปิดกระจก ปกติเขาจะไม่เข้ามาหาเราอยู่แล้ว นักท่องเที่ยวสามารถนำรถส่วนตัวเข้าเที่ยวชมสวนสัตว์เปิด หรือใช้บริการรถมินิบัส ของทางสวนสัตว์ ซึ่งบริการฟรี นอกจากนี้ท่านจะได้ชมการแสดงโชว์ของสัตว์ที่น่ารักและแสนรู้ อาทิ โชว์ช้าง และตื่นเต้นเร้าใจกับโชว์จระเข้ รวมถึงเรายังมีจุดให้ท่านได้ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกับลูกสัตว์ เช่น ป้อนนมลูกเสือโคร่ง-เสือดาว-สิงโต

กิจกรรมที่น่าสนใจ

– ให้อาหารสัตว์นานาชนิดอย่างใกล้ชิด อาทิ กวางฟลอโลว์สีแฟนซี , แบล๊คบัคและเนื้อทราย , กวางดาวอินเดีย กวางฟลอโลว์สีขาว นกอีมู , ยีราฟ ม้าลาย ลามา นกกระจอกเทศ และนกฟลามิงโก้
– ตื่นเต้นกับชมสัตว์อันตรายอย่างใกล้ชิด อาทิ หมีควาย เสือโคร่ง สิงโต เสือดาว
– การแสดงโชว์ช้างแสนรู้ ( 3-4 รอบ /วัน )
– การแสดงโชว์จับจระเข้ด้วยมือเปล่า ( 3-4 รอบ /วัน )
– ลานแสดงนกมาคอว์
– ป้อนนมลูกเสือโคร่ง-เสือดาว-สิงโต
– บริการ ค่ายพักแรมลูกเสือ ค่ายจริยธรรม และ ปฏิบัตธรรม

การเดินนทางไป ซาฟารี ปาร์ค & แคมป์ กาญจนบุรี

ซาฟารี ปาร์ค & แคมป์ กาญจนบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอบ่อพลอย ห่างจากตัวเมืองประมาณ 40 กิโลเมตร ไปตามทางหลวงหมายเลข 3086 (กาญจนบุรี-บ่อพลอย) ประมาณกิโลเมตรที่ 21 จะเห็นป้ายสวนสัตว์เปิดทางซ้ายมือ

ที่ตั้ง :
40/2 หมู่5 ต.หนองกุ่ม อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี 71160
https://goo.gl/maps/Q2cDkNJCFgqwRPoC8

เปิดบริการ : 9.00 น. – 17.00 น. ทุกวัน

ค่าบริการ :
ชาวไทย
– ผู้ใหญ่ 200 บาท
– เด็ก 100 บาท (ความสูงไม่เกิน 120 ซ.ม.)
หมายเหตุ : เด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบไม่เสียค่าบัตรผ่านประตู
ชาวต่างชาติ
– ผู้ใหญ่ 550 บาท
– เด็ก 350 บาท

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
kanchanaburi.center
th.readme.me / Somewhere Someone
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 22 พฤศจิกายน 2019, 17:22:55 »


















Friday...Travel #65

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

เบื่อเขาแล้ว...ไปทะเลกันบ้างดีกว่า อากาศดีๆแบบนี้ ได้ไปพักผ่อนสงบๆ กินลมชมวิวทะเลสวยๆ ก็คงดีไม่น้อย สับดาห์นี้เราจึงมีเกาะๆนึง ที่ตอบน่าตอบโจทย์นั้นได้ดี มาแนะนำกันนน...

"เกาะพยาม ระนอง"

เกาะพยาม อยู่ฝั่งทะเลอันดามัน จ.ระนอง เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่รองลงมาจากเกาะช้าง(ระนอง) อยู่ห่างเกาะช้างมาทางใต้ 4 กิโลเมตร ตอนกลาง ของเกาะพื้นที่เป็นภูเขามีป่าไม้และสัตว์ป่าประเภทนก ลิงและหมูป่า พื้นที่บางส่วนถูกปรับเปลี่ยนเป็นสวน ชาวบ้านบนเกาะมี อาชีพทำสวนมะพร้าว สวนยางและสวนกาหยู

ลักษณะทางภูมิศาสตร์ รอบๆ ชายฝั่งเป็นอ่าวสลับกับโขดหิน บริเวณตอนกลางของอ่าว เป็นหาด เกาะพยามเป็นแหล่งปลูก มะม่วงหิมพานต์ หรือกาหยู ที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัด บนเกาะมีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร

ช่วงเวลาที่เหมาะสมเดินทางมาเที่ยวที่หมู่เกาะพยามคือ เดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม

เกาะพยาม มีชายหาดที่สวยงามขาวสะอาดหลายแห่ง ได้แก่ อ่าวใหญ่ และอ่าวเขาควาย ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเกาะและเป็น ที่ตั้งของรีสอร์ท หลายแห่ง

ส่วนอ่าวแม่ม้ายซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกเป็นท่าเทียบเรือ และเป็นศูนย์กลาง การคมนาคมและการค้าของ เกาะพยาม รวมทั้งสามารถเช่ามอร์เตอร์ไซค์ให้ไปส่งตามรีสอร์ทที่หาดต่างๆมีร้านค้าต่าง ๆ และเกสท์เฮ้า บนเกาะมีมอเตอร์ไซค์ให้เช่า และมีเรือเช่าเที่ยวรอบเกาะไปดำน้ำเกาะขามซึ่งอยู่ใกล้กัน ใกล้ๆ กันมีวัดเกาะพยามมีสะพานทางเดิน ไปสู่โบสถ์ที่ยื่นลงไปในทะเล

เส้นทางของอ่าวต่างๆจะตั้งอยู่ไม่ไกลกันมากใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-10 นาที โดยจะเรียงลำดับตามนี้ อ่าวแม่ม้าย(ท่าเรือ) อ่าวใหญ่ อ่าวเขาควายฝั่งใต้ อ่าวเขาควายฝั่งเหนือ อ่าวกวางปีบ(ไกลสุด)

ที่พักบนอ่าวต่างๆ มีให้เลือกหลายราคา หากที่พักราคาไม่แพง ในหลักร้อยต้นๆจะเปิดไฟเวลา 18.00 น. ถึง 6.00 น.ไม่ได้มีไฟฟ้าใช้ ทั้งวันเนื่องจากต้องปั่นไฟใช้เอง แต่ถ้าที่พักในระดับราคาสูงขึ้นมา หน่อยในระดับหลักร้อยปลายถึงพันก็อาจจะมีไฟฟ้าใ้ช้ตลอดทั้งวัน

ที่ตั้งเกาะพยาม

https://goo.gl/maps/YXgeWTYokrsjFMfh7

มาทะเลก็ต้องกินอาหารทะเลเรามีร้านนี้มาแนะนำ

"ร้านเกาะพยาม ซีฟู้ด"

ร้านอาหารทะเล แบบสไตล์ชาวบ้านง่ายๆ บรรยากาศร้านแบบบ้านติดทะเล มองเห็นวิวทะเลสวยงาม เป็นกันเอง อาหารทะเลสดๆ รสชาติดี ราคาเหมาะสม

ที่ตั้งร้านเกาะพยาม ซีฟู้ด

https://goo.gl/maps/qVqroTHmougjH1ya6

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.paiduaykan.com
www.painaidii.com
www.thailetgo.com
www.twipu.com/Gulikoh1
www.wongnai.com
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 15 พฤศจิกายน 2019, 17:34:12 »

















Friday...Travel #64

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

เริ่มเข้าหน่าหนาว อากาศดีๆแบบนี้ จะไปเที่ยวใหนดี...ก็ต้องเป็นทางเหนือสิ...แต่จะไปใหนดีล่ะ ? ที่ๆเราจะแนะนำวันนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย สำหรับสายที่ชอบถ่ายรูปชิคๆ พร้อมหาอะไรอร่อยๆทาน น่าจะชอบกัน ว่าแล้วก็หยิบกล้องแล้วไปกันเล๊ยยย

ไร่ชาฉุยฟง

ไร่ชาฉุยฟง เป็นที่ปลูกไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเนื้อที่กว่า 500 ไร่ ปลูกโค้งวนไปตามไหล่เขา ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถแวะถ่ายภาพและชมความงามของไร่ชาฉุยฟงได้หลายจุด

นอกจากจะได้ชมทัศนียภาพที่สวยงาม ของไร่ชาฉุยฟงแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์ที่หลายคนตั้งใจมาเพื่อสิ่งนี้ นั่นก็คือ คาเฟ่ของไร่ชาฉุยฟง คาเฟ่ของไร่ชาฉุยฟง นี้มีเครื่องดื่มและเมนูขนมที่ทำมาจากชาเขียวและวัตถุดิบท้องถิ่นมากมาย แต่ที่ฮิตที่สุดใครมาก็ต้องสั่งนั่นก็คือ เครื่องดื่มชาเขียว นั่นเอง

กินเครื่องดื่มและขนมอร่อย ๆ พร้อมกับชมวิวไร่ชาฉุยฟงกว้างสุดลูกหูลูกตา ความเขียวขจีของไร่ชาฉุยฟงนั้นทำให้เรานั่งมองได้แบบเพลิน ๆ สบายใจสุด ๆ

บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นของต้นชาและความหอมหวานของขนมและเครื่องดื่ม เป็นสิ่งที่เข้ากันได้อย่างลงตัวจริง ๆ

ใครเป็นสายชาเขียว ต้องห้ามพลาดที่จะมาที่นี่ ไร่ชาฉุยฟง ขอบอกเลยว่าฟินจริง ๆ มีมุมถ่ายรูปเยอะด้วย ได้ภาพสวย ๆ กลับไปพร้อมกับความประทับใจแน่นอน

เวลาทำการ

เปิดบริการเวลา 8.30 – 17.30 น. เปิดทำการทุกวัน สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

การเดินทางไปไร่ชาฉุยฟง

จากตัวเมือง ใช้เส้นทางเชียงราย – แม่จัน เลยโรงเรียนแม่จันเเล้วให้เตรียมตัวเลี้ยวซ้ายไปตามถนน 1130 อีก 4.8 กิโลเมตร จะเจอแยกขวามือ มีป้ายบอกไปไร่ชาฉุยฟง เเล้วให้ไปตามทางอีก 3 กิโลเมตร

ที่ตั้งไร่ชาฉุยฟง

https://goo.gl/maps/X9PsCgYduKepBdFC6

97 หมู่8 ป่าซาง ตำบลแม่จัน อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57110

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก :
www.sanook.com
th.readme.me / OPW Story
www.tripgether.com
facebook/ไร่ชาฉุยฟง
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 8 พฤศจิกายน 2019, 16:43:58 »



















Friday...Travel #63

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

ใกล้ถึงวันลอยกระทงแล้ว ศุกร์นี้เลิกงานเราไปเที่ยวงานวัดเก่าแก่ของ กรุงเทพมหานครกันดีกว่า

"งานวัดภูเขาทอง"

บรรยากาศในค่ำคืน.. เที่ยวงานวัดภูเขาทอง
งานวัดภูเขาทองเป็นงานวัดเก่าแก่และคลาสสิคที่สุดในกรุงเทพ ตามประวัติย้อนไปสมัยรัชกาลที่๑ เมื่อครั้งก่อนสร้างภูเขาทอง ก็มีการจัดงานในคลองมหานาคเป็นประจำอาทิ การละเล่นเล่นเพลงเรือ เทศกาลสงกรานต์ เทศกาลลอยกระทง โดยรู้จักกันในชื่องานวัดสะเกศ

จนกระทั่งภูเขาทองก่อสร้างเสร็จในสมัยรัชกาลที่ ๕ ชาวพระนครจึงรู้จักกันในชื่อ "งานวัดภูเขาทอง"นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

หลังจากห่างหายไปนาน 3 ปี ผ้าแดงก็กลับมาห่มภูเขาทอง เป็นสัญลักษณ์ของการสมโภชองค์พระบรมสารีริกธาตุ (ภูเขาทอง)อีกครั้ง
สีแดงตามความเชื่อโบราณคือสีแห่งความเป็นมงคล และมีความเชื่อที่ว่า ผู้ที่เขียนชื่อ นามสกุล บนผ้าสีแดง แล้วนำผ้านั้นไปห่มพระบรมสารีริกธาตุ ก็จะมีความเป็นสิริมงคล

แท้จริงเป็นวิธีการประชาสัมพันธ์อันชาญฉลาด เนื่องจากในสมัยก่อนไม่มีการประชาสัมพันธ์อันรวดเร็วเช่นปัจจุบัน การห่มผ้าแดงให้เห็นเด่นสง่าแต่ไกล จึงเป็นสัญลักษณ์บอกชาวพระนครได้รู้ว่ากำลังมีงานสมโภชประจำปีขึ้น

งานวัดภูเขาทองปีนี้จัดกัน 10 วัน 10 คืน วันที่ 4 – 13 พฤศจิกายนนี้ ตั้งแต่เวลา 07.00-24.00 น.
ดีใจปีนี้เราจะได้ลอยกระทง ในคลองมหานาคที่ภูเขาทอง ได้ไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ได้ทำบุญ กราบหลวงพ่อโต บูชาหลวงพ่อดวงดี
ในงานก็ยังคงความเป็นงานวัดภูเขาทองที่เราคุ้นเคย ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน ต่อคิวเข้าบ้านผี ยิงปืนจุกน้ำปลา ปาลูกโป่ง

รอบๆงานก็มีของกินมากมาย ข้าวโพดคั่วโบราณคั่วกันใหม่ๆ ข้าวหลาม ขนมลา ไก่ย่าง หอยทอด ขนมเบื้อง ฯลฯ อีกมากมาย

อากาศดีๆแบบนี้ ชวนเพื่อน ชวนแฟน จูงลูกหลาน ไปเที่ยวงานภูเขาทองกัน จะไประลึกความหลัง หรือสร้างความทรงจำดีๆให้เด็กๆ

แต่ขออย่างเดียวปีนี้เราจะลอยกระทงด้วยวัสดุธรรมชาติเท่านั้นนะจ๊ะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/RNL48MHuo34APiCJ9

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก : https://www.facebook.com/watsraket/
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 1 พฤศจิกายน 2019, 17:30:03 »














Friday...Travel #62

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

อากาศเริ่มหนาวแล้ว ที่ที่เราจะพาไปสัปดาห์นี้ เขาว่ากันว่าถ้าอยากพิสูจน์รักแท้ ให้พาคนที่เรารักเดินทางไปพิชิตที่นี่กัน อาจจะต้องเดินทางกันเหนื่อยหน่อย แต่พอไปถึงแล้วคุ้มค่าแน่นอนจ้าาา

"ภูกระดึง"

ตั้งอยู่ในท้องที่ตำบลศรีฐาน อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย ครอบคลุม มีระดับความสูงอยู่ระหว่าง 400 – 1,200 เมตร จุดสูงสุดอยู่ที่บริเวณคอกเมย มีความสูง 1,316 เมตร

สภาพทั่วไปของภูกระดึงประกอบไปด้วยพรรณไม้นานาชนิด พันธุ์สัตว์ป่านานาพันธุ์ หน้าผา ทุ่งหญ้า ลำธาร และน้ำตก อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ต้นน้ำของลำน้ำพองซึ่งเป็นลำน้ำสายสำคัญสายหนึ่งของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ด้วยความสูง บรรยากาศ และสภาพอากาศที่เย็นสบายตลอดปีบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิอาจลดต่ำจนถึง 0 องศาเซลเซียส จึงเป็นแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวปรารถนาที่หวังจะเป็นผู้พิชิตยอดภูกระดึงสักครั้งหนึ่งในชีวิต

การเดินทางไปยัง ภูกระดึง

จากกรุงเทพฯ ให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 ผ่านจังหวัดสระบุรี จากสระบุรีให้ใช้ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ พอถึงอำเภอสีคิ้วให้เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 201 ซึ่งจะผ่านจังหวัดชัยภูมิ ไปจนถึงอำเภอชุมแพ ขับตามทางหลวงหมายเลข 201 มาเรื่อย ๆ จนมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 276 จะมีทางแยกเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 2019 ขับตามทางไปประมาณ 8 กิโลเมตรก็จะถึงบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

พิกัด : https://goo.gl/maps/RMQewSjmn2aoKNa47

ขอขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

avengo.net
workpointnews.com
travel.mthai.com
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 25 ตุลาคม 2019, 16:46:49 »


























Friday...Travel #61

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ที่ๆเราจะพาไปน่าจะถูกใจสายผจญภัยกันเลยล่ะ สัปดาห์นี้เราจะเข้าป่ากัน เพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติเต็มๆ และที่ปลายทางของเรายังมีน้ำตกที่สวยสุดๆรออยู่ อาจจะต้องบุกป่า ลุยน้ำกันซักหน่อย แต่คุ้มแน่นอนจ้า พร้อมแล่้วก็เตรียมร่างกาย และจิตใจให้พร้อม แล้วไปลุยกันเลยยยย

"น้ำตกโกรกอีดก"

เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความสูงเจ็ดชั้น แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติที่งดงามมีความหลากหลายของพืชและสัตว์ โกรกอีดกมีน้ำตลอดทั้งปีแต่จะสวยมากในช่วงฤดูฝนเพราะปริมาณน้ำจะไหลเต็มหน้าผา มีน้ำตกครบทุกสาย สามารถพบเห็ดแชมเปญสีชมพู และ ผีเสื้อ สวยๆ เยอะแยะมากมาย

น้ำตกโกรกอีดก อยู่ในพื้นที่การดูแลของศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า การเดินทางไปเข้าน้ำตกโกรกอีดกเป็นเส้นทางเดินป่าขึ้นเขาเข้าป่าลึกซึ่งไม่มีเส้นทางเด่นชัดดังนั้นการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกควรติดต่อเจ้าหน้าที่ที่ศูยน์เจ็ดคตให้นำทางเข้าไป สภาพเส้นทางเป็นธรรมชาติมากๆ จะต้องผ่านป่าผ่านลำธารหลายจุด ทรายริมลำธารเป็นโป่งผีเสื้อ ปกติจะมีฝูงผีเสื้อลงที่โป่งให้เห็นประจำ เห็ดต่างๆ ก็เยอะ มอส เฟิร์น และพืชพรรณในป่าฝนมีมากมาย น้ำตกแบ่งเป็น 3 ชั้น ความสูงโดยรวม 350 เมตร แต่สามารถชมได้เพียงชั้นล่างสุดเท่านั้น ทางขึ้นชั้นถัดไปเป็นหน้าผาสูงชันปีนป่ายขึ้นลำบากและอันตราย

การเดินทางไปยัง น้ำตกโกรกอีดก

จากกรุงเทพฯ มุ่งสู่จังหวัดสระบุรี ถึงสระบุรีเลี้ยวขวาไปตามถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าไปทางมวกเหล็ก ก่อนถึงมวกเหล็กบริเวณ โรงงานฟูรูกาวาก่อนถึงทับกวางจะมีป้ายบอกเส้นทางไปศูนย์ศึกษาธรรมชาติเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า เป็นเส้นทางแยกขวาจะต้องไป U-turn กลับรถแล้วขับไปตามเส้นทางที่มีป้ายบอก ไปไม่ยากมีเส้นทางหลักทางเดียว สภาพเส้นทางเป็นทางลาดยางอย่างดีขับสบาย ระยะทางประมาณ 26 กม

พิกัด : https://goo.gl/maps/5p59q86UokxyJ6zBA

ขอบคุณข้อมูลจาก

www.paiduaykan.com
thailandtourismdirectory.go.th
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 18 ตุลาคม 2019, 17:34:16 »


















Friday...Travel #60

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ที่ๆเราจะไป สูดอากาศบริสุทธิ์ ใกล้กรุงกันกับที่นี่เลย

"บางกระเจ้า"

บางกระเจ้า อีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยว หรือ ปอดใจกลางกรุงฯ อุดมไปด้วยแหล่งโอโซน อากาศบริสุทธิ์มากมายให้เราได้เดินเล่นเย็นใจ ยิ่งอากาศร้อนๆ ไปปั่นจักรยานเย็นๆ เป็นอีกหนึ่งบรรยากาศที่น่าชวนคนรู้ใจมาสัมผัสแม้ว่าวันหยุด หรือ วันธรรมดาก็สามารถเที่ยวกันได้
สำหรับการท่องเที่ยวภายในบางกระเจ้านั้น หลังจากที่เพื่อนๆมาถึงก็สามารถเช่าจักรยาน ราคาคันละ 20 บาท ปั่นเที่ยวชิลๆ ฟินๆ กันได้ บอกเลยว่าทั้งวันก็ไม่มีเบื่อ เพราะที่นี่นอกจากมีตลาดแล้วยังมีอีกหลายๆ มุมให้เพื่อนๆ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ พร้อมกับถ่ายภาพเก๋ๆ กัน
ที่แรกที่ต้องขี่จักรยานเที่่ยวกันคือ สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ เป็นสวนสาธารณะที่เป็นธรรมชาติและเป็นสวนพฤกษชาติที่มีต้นไม้หลากหลายชนิด หนึ่งในสถานที่ไฮไลท์ของเรา ไม่มีค่าเข้าชม ขอแค่กายพร้อม ใจพร้อม ก็ไปลุยกันได้เลย

ปั่นจักรยานกันเหนื่อยแล้วก็ต้องหิว งั้นเราไปแวะนี่กัน

"ตลาดบางน้ำผึ้ง"

ตลาดบางน้ำผึ้ง อยู่ภายในบริเวณบางกระเจ้านั้นจะเปิดเฉพาะวันเสาร์อาทิตย์และวันหยุดนักขัตรฤกษ์เท่านั้น ใครที่อยากมาหาของกินอร่อยๆ ราคาไม่แพง  ที่นี่เป็นอีกหนึ่งตลาดน้ำน่ารักๆที่ไม่ไกลเมืองกรุง

พิกัด : https://goo.gl/maps/Si1q4vjJC7DveC44A


ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.estopolis.com
www.weekdayspecialthailand.com
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 18 ตุลาคม 2019, 17:33:27 »



















Friday...Travel #59

มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้ที่ๆเราจะไป เหมาะกับคนที่ต้องการการพักผ่อน ชิวๆ อยู่ธรรมชาติ อากาศดีๆ ท่ามกลางสายหมอก อาจจะต้องเดินทางกันไกลหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มค่าแน่นอนนน

"อีต่อง ปิล็อก"

บ้านอีต่อง เป็นที่ตั้งของเหมืองปิล็อก ที่เคยรุ่งเรืองในอดีต เมื่อราวปี พ.ศ. 2483 เหมืองขุดแร่ดีบุกที่มีคนงานร่วม 600 คน

จนราคาแร่ทั่วโลกตกต่ำ ผลจากการตัดราคาของแร่จากจีน ประมาณปี พ.ศ. 2527-2528 ความรุ่งโรจน์ของการขุดแร่ได้จบลง ปิล๊อกที่เคยรุ่งเรือง มีตลาดที่เฟื่องฟู เคยมีโรงภาพยนตร์ถึง 2 โรงก็เงียบเหงา เหมืองแร่ต่างๆ ที่นี่ทยอยปิดตัวลง คนงานเริ่มทยอยกลับบ้านแยกย้ายกันไป

ปัจจุบันนี้รายได้หลักของหมู่บ้านอีต่องคือ การท่องเที่ยว ที่พักโฮมสเตย์ เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบธรรมชาติ อากาศดี อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร เมืองที่ร่ำรวยด้วยหมอก ปัจจุบันเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวหลายคนต้องการมาสัมผัส

การเดินทางต้องเดินทางผ่าน 399 โค้ง เพื่อมาที่ หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีแค่บ่อน้ำ ตลาด วัด เหมือง ร้านอาหาร โฮมสเตย์ ไม่ได้มีอะไรพิเศษเลย...แต่ด้วยมนต์เสน่ห์น่าค้นหาบางอย่าง จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้อยากมาสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติบริสุทธิ์ของหมู่บ้านแห่งนี้

การเดินทางไปยัง อีต่อง ปิล็อก

จากตลาดทองผาภูมิ ไป หมู่บ้านอิต่อง ระยะทาง 70 กม. เส้นทางโค้งกว่า 399 โค้ง ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง สภาพถนนเป็นถนนลาดยาง บางช่วงมีผิวถนนชำรุดเป็นหลุมบ่อ ควรเดินทางออกก่อนเวลา 15.00 น. เติมน้ำมันให้เต็มถังก่อนขี้นไป เพราะด้านบนมีแค่ปั้มหลอดแก้ว

พิกัด : https://goo.gl/maps/42cUJAuTRubmqyG79

เมื่อมาถึง อีต่อง ปิล็อก ร้านที่ไม่ควรพลาดต้องร้านนี้เลย

"ร้าน ครัวเจ๊ณี บ้านอีต่อง"

เป็นร้านอาหารพื้นบ้าน เล็กๆ กะทัดรัด ไม่ได้ใหญ่โตมาก แต่จัดว่าเป็นร้านดัง ที่ใครได้มาเยือนหมู่บ้านอีต่องจะต้องไม่พลาด ที่แนะนำคงต้องเป็นอาหารทะเลสดๆ จากทะเลพม่า อาหารอร่อย ราคาไม่แพง ได้กินอาหารทะเลสดๆ บนภูเขาแบบนี้ ก็แปลกๆดีเหมือนกัน

พิกัด : https://goo.gl/maps/g5P5h26kUTGTEMvXA

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.wongnai.com
th.readme.me / มะนาวก้าวเดิน
www.tiewluem.com
MilDMoN
www.chillpainai.com
kanchanaburi.center
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 4 ตุลาคม 2019, 17:59:39 »



















Friday...Travel #58
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

สัปดาห์นี้เราจะพาไปเดินตลาดกัน...แต่ไม่ใช่ตลาดธรรมดาๆแน่นอน แต่จะไม่ธรรมดาอย่างไง ไปดูกันเลยยย

"ตลาดน้ำสะพานโค้ง สุ่มปลายักษ์"

จุดเช็กอินสุดเก๋แห่งสุพรรณบุรี ตั้งอยู่ในอำเภอสองพี่น้อง ได้บรรยากาศแบบธรรมชาติ พร้อมมุมถ่ายรูปสวยหลายมุม ทั้งสุ่มปลายักษ์ สะพานทางเดินไม้ไผ่ที่โค้งไปมาท่ามกลางทุ่งดอกบัว มีร้านขายอาหารของชาวบ้านที่ขายอยู่ในตลาดราคาย่อมเยาว์ ข้ามสะพานไปจะพบกับคาเฟ่เจดีย์ ที่ตั้งอยู่ริมน้ำมองเห็นวิวของตลาดและสุ่มปลายักษ์ที่อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

ทางเดินเข้าตลาด เป็นสุ่มปลาขนาดใหญ่จนถึงสะพานไม้ไผ่ที่ทอดยาวรอบด้านให้เดินถ่ายรูป มีป้ายหัตถสานบ้านต้นตาล ด้านหน้าสุ่มปลายักษ์ ซึ่งเป็นสุ่มปลาที่ทางชุมชมร่วมกันสร้างขึ้นมา ภายในสุ่มมีบันไดที่สามารถขึ้นไปชมวิวของตลาดในมุมสูง มองเห็นวิวคุ้งน้ำ วัดทองประดิษฐ์ ซึ่งอยู่ฝั่งตรงกันข้าม บนสุ่มปลาลมพัดเย็นสบายมาก นอกจากทางเดินสะพานไม้ไผ่ ยังมีมุมแปลญวน สำหรับนั่งแล่น นอนเล่นพักผ่อน อีกด้วย

ภายในตลาด ที่ตั้งอยู่บนแพหลังคามุงจาก มีทางเดินทอดยาวได้อารมณ์แบบวิถีพื้นบ้าน ร้านค้าร้านอาหารและของขายภายในตลาดมีไม่มากนัก สำหรับสายกินอาจไม่ฟินเท่าไหร่ อาหาร จะเป็นก๋วยเตี๋ยวเรือ ส้มตำ ผัดไทย ทอดมัน ขนมไทย ของทานเล่น มีผลผลิตทางการเกษตรของคนในชุมชนมาจำหน่าย เช่น ผักกระเฉด ผักบุ้ง ปลาแดดเดียว ฝักบัว แต่ก็ถือว่าไม่มาก สำหรับที่นั่งทานอาหารก็จะฟินหน่อย เป็นแบบที่นั่งริมน้ำรับลมเย็น

เดินไปสุดทางของตลาด ข้ามสะพานไม้ไปยัง ฝั่งวัดทองประดิษฐ์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ คาเฟ่เจดีย์ ไปนั่งจิบเครื่องดื่มชิวๆกัน คาเฟ่มีขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมคลอง ซึ่งวิวฝั่งตรงข้าม คือ ตลาดน้ำสะพานโค้งและสุ่มปลายักษ์ สำหรับใครที่ตั้งใจมาที่คาเฟ่ก่อนไปเดินเล่นที่ตลาด สามารถมาจอดรถไว้ที่วัดทองประดิษฐ์ ใกล้กับร้านได้ คาเฟ่เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา : 08:00 – 17:00 น. หยุดทุกวันพุธ

เพียงแค่ชั่วโมงกว่าจากกรุงเทพ จะได้พบกับบรรยากาศแบบชาวบ้าน สไตล์บ้านทุ่ง ถ่ายรูปสวยๆ ได้ ที่ ตลาดน้ำสะพานโค้ง

เปิดทุกวัน (ร้านค้าจะเปิดเยอะในวันเสาร์-อาทิตย์)

เวลา : 9.00 - 18.00 น.

พิกัด : https://goo.gl/maps/umafHqxC5WH2

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.paiduaykan.com
th.readme.me / LoverTraveler
www.twipu.com/ChaKaiPed
www.Twitter.com
www.viriyah.co.th
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 27 กันยายน 2019, 17:34:27 »















Friday...Travel #57
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

เนื่องจากพรุ่งนี้ เข้าสู่เทศกาล กินเจ ประจำปี 2562
วันนี้เราเลยจะมาบอกสถานที่หลัก การจัดงานกินเจ ทั่วประเทศ มีที่ไหนบ้างมาดูกัน

สถานที่จัดงานเทศกาลกินเจ 2562 ทั่วไทย

- เยาวราช กรุงเทพมหานคร

- วัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

- อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

- จังหวัดสมุทรสาคร ประเพณีไหว้เจ้า 9 ศาล ได้แก่
1.ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองสมุทรสาคร
2.โรงเจมูลนิธิการกุศลสมุทรสาคร
3.ศาลเจ้าปุนเถ้ากง คลองมหาชัย
4.ศาลเจ้าแม่กวนอิมพันมือ คลองจาก
5.ศาลเจ้าแม่จุ๋ยบ๋วยเนี้ย
6.โรงเจเช็งเฮียงตั๊ว
7.ศาลเจ้าพ่อกวนอู
8.ศาลเจ้าปุนเถ้ากง ท่าฉลอม
9.พระโพธิสัตว์กวนอิม

- ศาลเจ้าพ่อ-เจ้าแม่หน้าผา เมืองปากน้ำโพ นครสวรรค์

- วัดเขตร์ และสมาคมสว่างกตัญญูฯ  จังหวัดจันทบุรี

- มูลนิธิสว่างบริบูรณ์ฯ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

- บริเวณศาลเจ้าต่างๆ จังหวัดภูเก็ต

- บริเวณศาลเจ้าต่างๆ จังหวัดพังงา

- หน้าสำนักงานเทศบาลนครตรัง จังหวัดตรัง

- ศาลเจ้าโป้เจ้เก้ง ตำบลพิมาน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล

- มูลนิธิท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก
https://travel.kapook.com
ข้อความโดย: admin
« เมื่อ: วันที่ 20 กันยายน 2019, 17:54:26 »





















Friday...Travel #56
มาอีกแล้วจ้าา ทุกๆวันศุกร์แบบนี้ เราจะมาแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวให้กับลูกค้าทุกท่านกัน เผื่อสุดสัปดาห์นี้ใครอยากออกไปเที่ยว ไปกิน ไปแฮงเอ้าท์ ไปชิวๆ วันหยุดกันจ้าาาา...

ช่วงปลายเดือนตุลา ฤดูที่ข้าวกำลังออกรวงแบบนี้ ไปเที่ยวนาขั้นบันไดกันดีกว่า เหนื่อยจากทุกสิ่งอย่างมา ได้ไปสูดอากาศดีๆ ทานอาหารพื้นบ้านอร่อยๆ พร้อมชมทะเลหมอกกับวิวทุ่งนา ที่มีรวงข้าวเหลืองอร่ามสวยงาม ก็คงจะดีไม่น้อยนะ ว่าแล้วก็ชวนเพื่อน ชวนแฟนแล้วไปกันเลยยยยย

"บ้านป่าบงเปียง"

บ้านป่าบงเปียง ตั้งอยู่ในอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เป็นหมู่บ้านที่รายล้อมไปด้วยนาขั้นบันได ต้นข้าวโพด เป็นสถานที่เที่ยว ที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวและบรรดาช่างภาพที่ชอบเก็บภาพความ อุดมสมบูรณ์ของภูเขาและป่าไม้ หากมาในยามเช้าจะ ได้พบกับทะเลหมอกและแสงอุ่นยามเช้าแต่ถ้าหากมาช่วงเย็นสามารถชมพระอาทิตย์และแสงยามเย็นสวยๆ ที่ลอดผ่านก้อนเมฆมา กระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก

โดยถ้าไปในช่วงปลายเดือน ตุลาคม แบบนี้ ก็จะพบกับสีทองของรวงข้าว ปกตินักท่องเที่ยวที่มาป่าบงเปียงจะมาเที่ยวแบบไปกลับ คือ จะเน้นมาเก็บแสงสวย ในยามเย็น เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าแสงเย็นสวยมากถ้าโชคดีก็จะได้เห็นเป็นลำแสงลอดผ่านก้อนเมฆมากระทบกับหุบเขาที่เรียงรายการสลับ ซับซ้อนเป็นภาพที่งดงามยิ่งนัก หากมาในยามเช้าจะได้พบกับทะเลหมอกที่คลอเคลียอยู่ตามไหล่เขาแต่จะเจอมาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับ สภาพอากาศในแต่ละวันด้วย ถ้ามีฝนตกลงมาตอนกลางคืนก็มีโอกาสได้พบเห็นมากกว่า

แต่หากอยากพบเห็นทั้งสองบรรยากาศ คือ แสงเย็นและทะเลหมอกก็แนะนำให้ค้างคืนซักคืนไปเลยยยย

การเดินทางมาที่บ้านป่าบงเปียง

ต้องอาศัยรถกระบะที่มีแรงกำลังในการขับเคลื่อนเท่านั้นรถเก๋ง รถตู้ เข้าไม่ได้ เนื่องจากสภาพถนนแคบ ชัน ขรุขะ และเป็นดินแดง ตลอดทาง บางช่วงชัน หากไม่มีรถส่วนตัว สามารถใช้บริการรถนำเที่ยวจากบ้านป่าบงเปียง

พิกัด : https://goo.gl/maps/MuZLyx9Q9dr6MU9cA

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก

www.wongnai.com
th.readme.me / เกรียนแบกเป้เที่ยว / เที่ยวจนวันลาหมด
www.paiduaykan.com
X ปิดหน้าต่างนี้
X ปิดหน้าต่างนี้