ราคาของเคมีภัณฑ์,อะไหล่และค่าแรงต่างๆที่แจ้งไว้ในกระทู้ ซึ่งลงตามวันที่ที่ได้ตอบในกระทู้นั้นๆ อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยที่ไม่ได้แจ้งให้ทราบล่วงหน้า
(ซึ่งเป็นไปตามการปรับราคาของผู้ผลิตและผู้ให้บริการ)

ผู้เขียน หัวข้อ: อาการรอรอบ  (อ่าน 446 ครั้ง)

เจสัน

  • บุคคลทั่วไป
อาการรอรอบ
« เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน 2018, 15:29:34 »
ออกตัวเกียร์1 เหยียบคันเร่งอาการรถเหมือนจะรอรอบ สักพั รถถึงจะพุ่งออก เหมือนรถออกตัวอืดๆๆ   สับต่อเกียร์2ที่จริงต้องพุ่งแต่เหทือนรถมันไม่พุ่ง  เกิดจากสาเหตุอะไร   

staff4

  • พนักงานพิธานฯ
  • ขั้นเทพ
  • *****
  • คะแนนสะสม: 33 แต้ม
  • กระทู้: 6060
    • อีเมล์
Re: อาการรอรอบ
« Reply #1 เมื่อ: วันที่ 20 มิถุนายน 2018, 15:38:23 »
สวัสดีครับคุณ เจสัน เป็นรถรุ่นอะไรครับ ปีไหนรบกวนขอข้อมูลเพิ่มเติมนะครับผม สวัสดีครับ

staff4

  • พนักงานพิธานฯ
  • ขั้นเทพ
  • *****
  • คะแนนสะสม: 33 แต้ม
  • กระทู้: 6060
    • อีเมล์
Re: อาการรอรอบ
« Reply #2 เมื่อ: วันที่ 21 มิถุนายน 2018, 15:33:08 »
สวัสดีครับคุณ เจสัน ทางแผนกฯเห็นว่าไม่แจ้งข้อมูลกลับมา ทางแผนกฯขออนุญาตวิเคราะห์อาการให้ได้รับทราบใหม่นะครับผม ตามที่เล่ามานั้น น่าจะมาจากชุดคลัทช์นะครับ เป็นต้นว่า คลัทช์ใกล้จะหมดหรือผ้าคลัทช์หมดนะครับ,คลัทช์ลื่นเนื่องจากมีการรั่วของน้ำมันไปโดนผ้าคลัทช์,ผ้าและจานกดไม่เรียบมีรอยใหม้,และอื่นๆ เป็นต้น ไม่ทราบว่าใช้งานมาแล้วกี่กิโลเมตรครับ สรุปว่า หากชิ้นส่วนอื่นๆไม่มีการขัดข้องใดๆ ก็น่ามาจากชุดคลัทช์นี้นะครับผม ต้องทำการโอเวอร์ฮอล์ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

เจสัน

  • บุคคลทั่วไป
Re: อาการรอรอบ
« Reply #3 เมื่อ: วันที่ 21 มิถุนายน 2018, 19:09:11 »
รถ vigo เครื่อง 3.0 วิ่งมาแล้ว143000
คืออาการที่บอก. หลังจากเปลี่ยนชุดครัชมาแล้วครับ เปลี่ยนไม่น่าเกิน2เดือน
จำเป็นไหมครับ ว่าต้องยกครัชออกมาตรวจสอบว่าเกิดจากชิ้นส่วนไหนของครัช หรือมีน้ำมันซึม
ที่จริงเปลี่ยนมาใหม่. เวลาออกตัวจะต้องปรู้ดปร้าด. แต่นีกลับมีอาการรอรอบ แต่เวลาเหยียบต่อเกียร์ความเร็วขึ้นปกติ
เวลาออกตัวก้ต้องเลียครัชออก. ถึงจะพุ่ง

staff4

  • พนักงานพิธานฯ
  • ขั้นเทพ
  • *****
  • คะแนนสะสม: 33 แต้ม
  • กระทู้: 6060
    • อีเมล์
Re: อาการรอรอบ
« Reply #4 เมื่อ: วันที่ 22 มิถุนายน 2018, 08:47:35 »
สวัสดีครับคุณ เจสัน ตามที่แจ้งรายการมานั้น หากมีการเปลี่ยนใหม่และมีคุณภาพ ปัญหาคงไม่ใช่ที่จุดนี้นะครับ อาจจะมาจากกำลังของเครื่องยนต์ที่เป็นผลมาจากเช่น กรองอากาศสกปรกมาก,ลิ้นเร่งสกปรกมาก,แอร์โฟว์มีปัญหา,เชื้อเพลิงขัดข้องเป็นต้น เบื้องต้นให้ทำการตรวจสอบสิ่งต่างๆก่อนนะครับผม หากมีข้อสงสัย นำรถเข้าศูนย์บริการก็จะดีไม่น้อยนะครับ เจ้าหน้าที่อาจจะไม่คิดค่าใช้จ่ายนะครับผม ขอบคุณครับ สวัสดีครับ
 
X ปิดหน้าต่างนี้
X ปิดหน้าต่างนี้