phithan-toyota.com | พิธานพาณิชย์ จำกัด ศูนย์บริการและจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น

บทความ

รวมถามตอบด้านเทคนิค

หมวด ถาม-ตอบที่น่าสนใจ | จำนวนคนอ่าน 54844 ครั้ง | เมื่อ : 15 พ.ย. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

  เครื่องยนต์ระบบ VVT-i ทำงานอย่างไร?      

เครื่องยนต์ระบบ VVT-i เป็นระบบควบคุมการเปิด - ปิด วาล์วไอดี และ ไอเสีย คือหัวใจหลักในการพัฒนาเครื่องยนต์ การเปิด - ปิดวาล์วจะขึ้นอยู่กับความต้องการกำลัง ของเครื่องยนต์ ในแต่ละสถานการณ์ (ระยะเดินเครื่องเบา เร่งแซงหรือขับเร็วคงที่) วิศวกรโตโยต้าได้ทุ่มเทพัฒนา ระบบวาล์วอัจฉริยะ เพื่อความสุดยอดในจุดนี้ ระบบ VVT-i จะคำนวณหารอบเครื่องยนต์ (RPMs) องศาการเปิดลิ้นปีกผีเสื้อ และปัจจัยอื่นๆเพื่อให้เกิดจังหวะการทำงานที่แม่นยำและต่อเนื่องที่สุด ในขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ เพียงแต่เปลี่ยนไทยม์มิ่ง ของรอบเดินเครื่อง ณ. จุดสูงสุดหรือต่ำสุดเท่านั้น การควบคุมการทำงานของเครื่องยนต์ VVT-i ของโตโยต้า ให้การตอบสนองที่ฉับไวอย่างไม่น่าเชื่อ นั่นคือ มีจังหวะเปลี่ยน 1/1000 ครั้งในหนึ่งวินาทีผลดีที่ได้รับคือเครื่องยนต์ให้พลังแรงจัดทำงานเต็มสมรรถนะ และสะอาดหมดจด      

คุณสมบัติเด่น 3 ประการของ VVT-i
กำลังแรงจัดยิ่งขึ้น จากระบบควบคุมเวลาการเปิด - ปิดวาล์ว VVT-i จึงให้แรงบิดสูงในทุกรอบเครื่องยนต์ ทำให้มีอัตราเร่งที่ดีเลิศ และนุ่มนวลขณะเร่งเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น เครื่องยนต์ VVT-i ใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นทำงานได้เต็มสมรรถนะ ปริมาณควันพิษลดลง การเผาไหม้ที่สมบูรณ์ทำให้ควันพิษลดลง ด้วยเหตุนี้เครื่องยนต์โตโยต้าจึงช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม ขณะที่มีสมรรถนะเครื่องยนต์เพิ่มขึ้น

ระบบท่อไอเสียวางหลังดีกว่าระบบท่อไอเสียวางหน้าจริงหรือ?    
ระบบท่อไอเสียวางหลัง Rear Exhaust Pipe Layout เครื่องยนต์ใหม่ มีการสลับที่ของท่อนำเข้าไอดีและท่อผ่านไอเสีย โดยให้อากาศดีผ่านท่อซึ่งอยู่ด้านหน้า และระบายอากาศเสียออกไปทางท่อที่อยู่ด้านหลังของเครื่องยนต์ส่งผลให้เครื่องยนต์มีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้นลดเสียงดัง และร่นระยะทางไปยังเครื่องกรองไอเสียให้สั้นลง เป็นการเพิ่มสมรรถนะเครื่องยนต์ได้เป็นอย่างดี ดังรูป
 

พ่วงแบตเตอรี่ ขั้วบวกหรือขั้วลบ ก่อน  
ควรพ่วงแบตเตอรี่ขั้วบวกก่อน แล้วค่อยพ่วงขั้วลบทีหลัง ซึ่งจะเป็นผลให้ ขณะพ่วงมีไฟสปาร์คน้อยหรือไม่มี แต่ถ้าพ่วงขั้วบวกทีหลังจะมีไฟสปาร์คมาก หรือรุนแรงได้     

แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานกี่ปี ?    
ถ้าเป็นแบตเตอรี่ที่ใช้กันอยู่ทั่วๆไป จะมีอายุการใช้งานตั้งแต่ 2 - 3 ปี แต่ถ้าเป็นแบตเตอรี่แบบพิเศษ( ซึ่งจะมีราคาแพง) จะใช้งานได้นานกว่านี้

ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่

  1. การดูแลระดับของน้ำกลั่น ( น้ำยาอิเลคโตรไลท์ ) ในแบตเตอรี่ให้พอดีอยู่เสมอๆ
  2. การทำงานของไดชาร์ท หรือ Alternator ถูกต้อง
  3. แบตเตอรี่ไม่ได้ถูกใช้ไฟจนหมด หรือเกือบหมด เช่น เปิดไฟหน้าทิ้งไว้ทั้งคืนจนไฟหมด ฯลฯ จะทำให้แบตเตอรี่หมดอายุเร็ว
  4. ขั่วแบตเตอรี่แน่น ไม่มีขี้เกลือ
  5. ระบบไฟฟ้าเครื่องยนต์ และตัวถังปกติ ไม่มีการชอร์ต
  6. จอดรถทิ้งไว้นาน หลายวัน โดยไม่ได้ถอดขั้วแบตเตอรี่ ฯลฯ      

จะทราบได้อย่างไรว่า แบตเตอรี่ใกล้หมด  ?  
แบตเตอรี่ใกล้หมดอายุการใช้งานมักจะมีอาการดังนี้

1. เครื่องยนต์หมุนช้าเมื่อทำการสตาร์ทเครื่อง โดยเฉพาะตอนเครื่องเย็น
2. แม้ว่าจะสามารถประจุไฟฟ้าให้แบตเตอรี่มีแรงดันปกติได้ แต่หลังจากทำการสตาร์ท
    เครื่องยนต์แบตเตอรี่จะมีแรงดันลดลงอย่างรวดเร็ว
3. ความถ่วงจำเพาะ ( ถ.พ. ) ของน้ำยาอิเล็คโตรไลท์ไม่เพิ่มขึ้น เมื่อทำการชาร์ทแบตเตอรี่
4. ความถ่วงจำเพาะ ( ถ.พ. ) ของน้ำยาอิเล็คโตรไลท์ ของแต่ละช่องในแบตเตอรี่มีค่าต่างกันมาก
5. ปริมาณน้ำยาอิเล็คโตรไลท์ช่องใดช่องหนึ่งของแบตเตอรี่ลดลงอย่างมาก

 ดับเบิ้ลวิชโบน กับ แมคเฟอร์สันสตรัท ต่างกันอย่างไร? 
ข้อที่เหมือนกัน คือ เป็นระบบรองรับแบบอิสะมีความนุ่มนวลต่างกัน คือ

ดับเบิ้ลวิชโบน
แมคฟอร์สันสตรัท
  * มีปีกนกสองชั้น
  มีปีกนกล่างขนาดใหญ่ตัวเดียว
  * มีจุดเชื่อมยึดหลายจุด   จุดเชื่อมยึดน้อย
  * ค่าบำรุงรักษาแพง เพราะ
    ต้องเปลี่ยนหลายชิ้น
  ค่าบำรุงรักษาน้อย เพราะเปลี่ยนน้อย
  ชิ้น
  * ใช้โช๊คอัพขนาดเล็ก   ใช้โช๊คอัพขนาดใหญ่
  * เกาะถนนทรงตัวดีในทาง   เกาะถนนทุกสภาพทางและทนทานที่สุด

ข้อแตกต่างระหว่างการใช้ ดิสก์ทั้งสี่ล้อ กับ หน้าดิสก์หลังดรัม เป็นอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร?
เปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของระบบเบรกสองแบบคือ Disc และ Drum

Disc
Drum
ข้อดี
   1. เบรกทั้งสองข้างทำงานเท่ากัน
   2. ระบบระบายความร้อนดี
   3. ผ้าเบรกแห้งเร็วเมื่อวิ่งผ่าน
       น้ำท่วมขัง
  
   1. แรงจับเบรกมาก (ประสิทธิภาพสูง)
   2. ป้องกันฝุ่นละออง หินกรวดดี
   3. ทนทานกว่า
   4. ราคาอะไหล่ถูกกว่า
ข้อเสีย
   1. ประสิทธิภาพต่ำ (ต้องใช้หม้อ
       ลมเบรกช่วย)
   2. ผ้าเบรก จานเบรกสึกเร็ว
   3. ราคาอะไหล่แพง

   1. แรงจับเบรกสองข้างมีโอกาสทำงาน
       ไม่เท่ากัน
   2. ผ้าเบรกแห้งช้ากว่า แบบ Disc
       เมื่อวิ่งผ่านน้ำท่วมขัง

การใช้เกียร์ช่วยเบรก ในเกียร์ Auto เช่น ใช้เกียร์ 2 เพื่อชลอรถ จะมีผลเสียหรือไม่ ?     
ไม่มี แต่ความเร็วขณะนั้น ต้องไม่เร็วเกินกว่าความเร็วสูงสุด ณ. เกียร์ที่เปลี่ยนไป  

MINOR CHANGE ต่างกับ MODEL CHANGE อย่างไร     
MINOR CHANGE -
เป็นการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละรุ่นของรถ หรือ อีกนัยหนึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย อันรวมถึงการแก้ไข   หรือปรับปรุงเปลี่ยนแปลงบางส่วนในเครื่องยนต์แซสซีส   ห้องเกียร์   หรือรูปแบบของรถทั้งหมด แต่ในบางครั้ง   จะรวมถึงเครื่องยนต์แบบใหม่ หรือรูปทรงตัวถังใหม่ เป็นต้น

MODEL CHANGE  - โดยทั่วไปจะหมายถึง  การเปลี่ยนรุ่นแบบเต็มตัว ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงระบบและการทำงานที่สำคัญ ๆ     เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงรูปทรงของรถที่มีอยู่แล้วในตลาดรถ ถ้าเป็นการเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเรียกว่า Minor changes หรือ Facelifts การเปลี่ยนรุ่นแบบเต็มตัวนี้ รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในเครื่องยนต์หรือ แซสซีส หรือ รูปทรงของตัวถัง  โดยทั่วไปแล้วรถยนต์โดยสารจะเปลี่ยนรุ่นแบบเต็มตัวในทุก ๆ 4-6 ปี และจะเปลี่ยนรุ่นเพียงเล็กน้อย   ในทุก ๆ 2-3 ปี เพื่อแนะนำการเปลี่ยนแปลงบางส่วนทั้งภายในและภายนอกของรถพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงการทำงาน 
     
KICK-DOWN คืออะไร  ?  
คือเทคนิคการขับขี่ที่ใช้กับเกียร์อัตโนมัติเพื่อเพิ่มความเร็วเมื่อเวลาต้องการเร่งรถยนต์โดยการเหยียบแป้นคันเร่งให้จมลงไปทีเดียว     จะทำให้เกียร์
เปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำโดยอัตโนมัติ และให้กำลังมากขึ้น เราจึงนิยมใช้เทคนิคแบบนี้ในการเร่งแซงและเปลี่ยนช่องทางบนทางด่วน 

CRUISE CONTROL SYSTEM (CCS) คืออะไร  ?  
ระบบตั้งความเร็วหรือระบบตั้งความเร็วอัตโนมัติ ทำให้สามารถขับรถได้ โดยไม่ต้องเหยียบแป้นคันเร่ง เมื่อขับรถอยู่ที่ความเร็วคงที่แล้ว เราสามารถตั้ง CRUISE CONTROL ไว้ที่ความเร็วที่เราต้องการจะทำให้รถยนต์สามารถรักษาความเร็วคงที่ไว้ได้ตามที่ตั้ง ไม่ว่าจะขึ้นหรือลงเขาอัตราความเร็วที่ตั้งไว้จะถูกเร่งขึ้นและลดเองโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้ขับเหยียบแป้นเบรก    ระบบตั้งความเร็ว   (CRUISE CONTROL SYSTEM)   จะถูกล้างออกโดยอัตโนมัติ ระบบนี้ทำให้ผู้ขับรถที่ใช้อัตราเร็วคงที่ และในระยะทางไกล ๆ   เกิดความรู้สึกสะดวกสบายและเพลิดเพลิน กับการขับรถมากขึ้น 

หัวเทียนร้อน - หัวเทียนเย็น  
หัวเทียนเย็น (Cold Plug)
ตัวฉนวนส่วนที่หุ้มแกนกลางจะสั้น ระยะทางความร้อนจึงสั้น จึงระบายความร้อนได้ง่าย

หัวเทียนร้อน (Hot Plug) ตัวฉนวนส่วนที่หุ้มแกนกลางจะยาว ระยะทางระบายความร้อน จึงระบายความร้อนได้ยากกว่า

 

การเลือกใช้หัวเทียน ที่มีช่วงความร้อนของหัวเทียนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับภาระในการทำงาน ถ้าใช้หัวเทียนเย็นเกินไป หัวเทียนจะบอด ถ้าใช้หัวเทียนร้อนเกินไป อายุการใช้งานของหัวเทียนจะสั้น  จึงต้องเลือกให้เหมาะกับภาระในการทำงาน

สำหรับเครื่องยนต์ที่ทำงานที่ความเร็วสูง ๆ หรือ ภาระมาก ๆ เช่นรถยนต์วิ่งทางไกลไปต่างจังหวัด หัวเทียนจะร้อนมาก จำเป็นต้องเลือกใช้หัวเทียนเย็น เพื่อให้ระบายร้อนได้ง่าย

สำหรับเครื่องยนต์ที่ทำงานที่ความเร็วต่ำ ๆ หรือ ภาระน้อย ๆ เช่นรถยนต์ที่วิ่งในเมืองที่มีรถติดมาก ๆ หัวเทียนจะเย็น จำเป็นต้องเลือกใช้หัวเทียนร้อน

Shift Lock หรือ Shift Lock Overdrive (ปุ่มปลดล็อคเกียร์)    
กรณีถ้าเลื่อนคันเกียร์ออกจากตำแหน่ง   " P "   ไปยังตำแหน่งที่ต้องการไม่ได้ ให้ใช้ปุ่ม Shift Lock หรือ Shift Lock Overdrive (ปุ่มปลดล็อคเกียร์) เราจะสามารถเลื่อนเกียร์ออกจากตำแหน่ง " P " ได้โดยการกดปุ่ม Shift Lock (บริเวณโคนเกียร์)และสามารถเลื่อนเกียร์ จากตำแหน่งเกียร์ " P " ไปยังตำแหน่งเกียร์ที่ต้องการได้

หรือใช้ใน กรณีที่เรา จอดรถและต้องการให้มีการเลื่อนรถได้ขณะจอดรถทิ้งไว้ เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือ โรงภาพยนต์ เป็นต้น เราควรปฎิบัติดังนี้
    
      - ควรเหยียบคันเหยียบเบรคให้รถยนต์หยุดสนิท
      - เลื่อนคันเกียร์มาที่ตำแหน่ง " P "
      - ดับเครื่องยนต์
      - ถอดกุญแจออก
      - กดปุ่ม Shift Lock ค้างไว้
      - เลื่อนตำแหน่ง เกียร์ " P " มายังตำแหน่ง " N "
    

อัตราส่วนการอัด    
อัตราส่วนการอัด คือ อัตราส่วนปริมาตรของกระบอกสูบและปริมาตรของห้องเผาไหม้ที่ลูกสูบอยู่ที่ศูนย์ตายล่าง (V2) กับปริมาตรห้องเผาไหม้ซึ่งลูกสูบอยู่ที่ศูนย์ตายบน (V1)ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังนี้
                 อัตราส่วนกำลังอัด = (V1 + V2)/ V1

    โดยทั่วไป อัตราส่วนกำลังอัดจะอยู่ระหว่าง 8 : 1 และ 11 : 1 สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน และอยู่ระหว่าง 16 : 1 หรือ 20 : 1 สำหรับ เครื่องยนต์ดีเซล

วิธีการสตาร์ทเครื่องยนต์ 

เกียร์ธรรมดา
เกียร์อัตโนมัติ
ก่อนการสตาร์ท
1.  ดึงเบรกมือ

2. ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

3. เหยียบคลัทช์สุดและเข้าเกียร์ว่าง
เหยียบคลัทช์ค้างไว้จนสตาร์ทเครื่องยนต์ติด
1. ดึงเบรกมือ

2. ปิดไฟและอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ไม่จำเป็น

3. ตำแหน่งคันเกียร์ มอเตอร์สตาร์ทจะไม่ทำงาน
ถ้าคันเกียร์ไม่อยู่ในตำแหน่ง " P " หรือ " N "
-  กรณีที่เครื่องยนต์ดับและรถจอดอยู่กับที่ ให้สตาร์ทเครื่องยนต์ขณะที่คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง
" P "
-  กรณีที่เครื่องยนต์ดับแต่รถกำลังเคลื่อนที่ให้เลื่อน
คันเกียร์อยู่ในตำแหน่ง " N "

4.ให้เหยียบแป้นเบรกค้างไว้จนกว่าจะพร้อมขับเคลื่อน
รถออกจากบริเวณที่จอดอยู่
ไม่ว่าเครื่องยนต์จะเย็นหรือร้อนให้สตาร์ทเครื่องยนต์ตามวิธีดังนี้
      - ปล่อยเท้าจากคันเร่ง (ไม่ต้องเหยียบคันเร่ง) ปิดกุญแจในตำแหน่ง "START" เมื่องเครื่องยนต์ติด แล้วปล่อยกุญแจคืนตัวเอง
      - ปล่อยให้เครื่องยนต์ติดประมาณ 10 วินาทีเป็นการอุ่นเครื่อง แล้วจึงนำรถออกใช้งานตามปกติ

 ไฟเตือนพื้นฐานของรถยนต์       
ไฟเตือนพื้นฐาน ของรถยนต์ มีอย่างน้อย 2 ดวงคือ ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง (รูปกาน้ำมันเครื่อง หรือ หยดน้ำมัน) และ ไฟเตือนการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ (รูปแบตเตอรี่)

ไฟเตือนแรงดันน้ำมันเครื่อง - ไฟเตือนจะสว่างขึ้นเมื่อไม่มีแรงดันน้ำมันเครื่อง เช่น ขณะดับเครื่องยนต์ น้ำมันเครื่องขาดมาก ๆ หรือ ปั๊มน้ำมันเครื่องพัง และไฟเตือนต้องดับลงเมื่อมีแรงดันน้ำมันเครื่องตามปกติ    ดังนั้น ไฟเตือนจะดับลงในเวลา 2-3 วินาที หลังสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าดับช้า
นั้นแสดงว่าปั๊มอาจจะเริ่มเสื่อมหรือน้ำมันเครื่องไม่ปกติหากไฟเตือนนี้สว่างขึ้นขณะขับควรรีบจอดและดับเครื่องยนต์ทันที นั้นแสดงว่า ไม่มีแรงดันน้ำมันเครื่องอาจเกิดจากปั๊มพังหรือน้ำมันรั่ว ถ้าฝืนขับต่อไปเครื่องยนต์อาจเสียหายได้

ไฟเตือนการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่ - ไฟเตือนจะสว่างขึ้น แสดงว่า ขณะนั้น ไม่มีการชาร์จไฟ และ ไฟเตือนจะดับเมื่อ มีการชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรี่     ดังนั้น ไฟเตือนจะดับลง หลังจากสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าไฟเตือนนี้สว่างขึ้น นั้นหมายถึง ไดชาร์จเสีย หรือ สายพานขาด แต่ถ้าตรวจเช็คดูแล้ว ไดชาร์จไม่ทำงานแต่ สายพานไม่ขาด ก็ยังพอขับต่อไปได้จนไฟในแบตเตอรี่หมด

เมื่อไหร่ยางหมดสภาพ ?    
ยางหมดอายุได้หลายลักษณะ เช่น ดอกหมด , ไม่เกาะถนน , เนื้อยางแข็ง ,โครงสร้างกระด้าง , ยางแตกปริ , ยางแตกลายงา , หรือ แก้มยางบวม
เกิดขึ้นเพียงลักษณะเดียว หรือ ควบคู่กันก็ถือว่ายาง หมดอายุ

ยางรถยนต์ส่วนใหญ่ จะเริ่มแข็งตัวขึ้น แต่รู้สึกได้ชัดเจนเมื่อผ่านการใช้งานได้ระยะ 1 ปี หรือ ประมาณ 20,000 กม. เมื่อเนื้อยางแข็ง ดอกยางก็ไม่ค่อยสึก แต่แรงเสียดทานระหว่างยางกับผิวถนนจะลดลง

อายุการใช้งานของยางสำหรับเมืองไทย จะอยู่ที่ประมาณ 2-3 ปี หรือ 40,000 - 50,000 กม. ก็ถือว่ายางเสื่อมสภาพแล้ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับการดูแลรักษา และ ลักษณะการใช้งาน ถ้าจะใช้งานเกินระยะเวลาหรือ ระยะทางข้างต้น ควรพิจารณาว่าสภาพของยางยังดีอยู่หรือไม่

อัตราความจุ (CAPACITY RATING)      
อัตราความจุหรือความจุของแบตเตอรี่ คือ ตัวกำหนดความสามารถในการจ่ายกระแสไฟของแบตเตอรี่ มีหน่วยเป็นแอมแปร์-ชั่วโมง ซึ่งจะบอกอัตราการจ่ายกระแสต่อชั่วโมง เช่น 32 แอมแปร์-ชั่วโมง 50 แอมแปร์-ชั่วโมง หรือ 100 แอมแปร์-ชั่วโมง โดยจะเปรียบเทียบอัตราส่วนภายใน 20 ชั่วโมง เช่นแบตเตอรี่มีอัตราความจุ 100 แอมแปร์-ชั่วโมง จะมีความสามารถจ่ายกระแสไฟได้ สูงสุด 5 แอมแปร์ เป็นเวลานาน 20 ชั่วโมง

 อัตราความจุของแบตเตอรี่ จะผันแปรไปตามอุณหภูมิ เช่น แบตเตอรี่มีความจุ100 แอมแปร์-ชั่วโมง ที่อุณหภูมิ 25 C เมื่ออุณหภูมิลดลงเหลือ 0 C จะเหลือค่าความจุ 90 แอมแปร์-ชั่วโมง และเมื่ออุณหภูมิลดลงเหลือ -15 C จะเหลือค่าความจุเพียง 70 แอมแปร์-ชั่วโมง นี้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ การสตาร์ทเครื่องยนต์ติดยาก ในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิต่ำ ๆ

 

หมวด ถาม-ตอบที่น่าสนใจ | จำนวนคนอ่าน 54844 ครั้ง | เมื่อ : 15 พ.ย. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

    แสดงความคิดเห็น (16)

  • ความเห็นที่ 1
  • อยากทราบว่า อายุการใช้แบตเตอรี่รถวีออส รุ่น ปี 2006 มีอายุการใช้งานกี่ปี หากเปลี่ยน ราคาจะอยู่ที่เท่าไร มีสเป็กหรือไม่ในการเลือกซื้อให้เหมาะกับรถ
  • จาก : รุ้ง
  • เมื่อ : 2008-03-16 12:27:47
  • ความเห็นที่ 2
  • ในการเช็คระยะรถตู้ D4D COMMUTER ทุก 10000 กม. จะมีการเช็คศูนย์ล้อทุกครั้งหรือไม่ค่ะ แล้วมีค่าใช้จ่ายหรือไม่กรณีที่รถได้ศูนย์อยู่แล้ว
  • จาก : iris
  • เมื่อ : 2008-03-20 10:41:37
  • ความเห็นที่ 3
  • เครื่องยนต์ TOYOTA 4S ใช้น้ำมันเครื่องก้นอ่างกี่ลิตร ครับ
  • จาก : อภิชัย
  • เมื่อ : 2008-04-13 07:38:21
  • ความเห็นที่ 4
  • CAMRY 2.0 G รุ่นล่าสุดจะไปติดตั้ง CNG จะมีป้ญหาไหมครับ
  • จาก : somchcj
  • เมื่อ : 2008-05-23 23:09:05
  • ความเห็นที่ 5
  • ได้ความรู้เพิ่มขึ้นมากเพราะเพิ่งเริ่มใช้รถเบ็นซิน
  • จาก : เล็ก
  • เมื่อ : 2008-05-28 16:11:07
  • ความเห็นที่ 6
  • ไดสตาร์ททำงานอย่างไร
  • จาก : เเบงค์
  • เมื่อ : 2008-06-17 19:17:48
  • ความเห็นที่ 7
  • Toyota Camry 2.2 GXI ปี 1997 ติดตั้งแก๊ส CNG ได้ 2 ปีแล้ว ปัจจุบันก็ยังใช้งานได้ดี แต่บางครั้งขับไปได้ประมาณ30กิโลเมตร ก็จะมีไฟเตือน ABS ขึ้นมาและไม่ดับจนกว่าจะดับเครื่อง (ตอนก่อนติดเครื่องก็มีไฟ ABS ขึ้นมาแล้วก็ดับเป็นปกติ)
    ไม่ทราบว่าเกิดปัญหาอะไรขึ้นครับและจะต้องแก้ไขอย่างไรบ้างครับ ช่วยให้ข้อแนะนำด้วยครับ
    ขอบคุณครับ
    อภิชัย พงษ์กิจมงคล
  • จาก : อภิชัย พงษ์กิจมงคล
  • เมื่อ : 2009-03-09 09:08:31
  • ความเห็นที่ 8
  • ขอถามว่าตอนนี้ทางศูนย์มี ครูสคอลโทล ที่จะติดตั้งเพิ่มกับ fortuner ตัวเก่าหรือยัง เพราะข้างนอกเขามีติดแล้ว ช่วยแนะนำหน่อยครับ
  • จาก : สายัณ เรืองบำรุง
  • เมื่อ : 2009-04-13 13:29:44
  • ความเห็นที่ 9
  • ขอถามว่า รถยนต์hibrid ถ้าน้ำมันหมดถังจะสตาท์ครั้งแรกติดไหม๊(หมายถึงมอเตอร์2 นะครับที่เริ่มต้น)และเคลื่อนที่ได้ไหม๊(คืนนิดเดียวจนกว่าไฟจะหมดและดับไปเพราะไม่มีน้ำมันไปติดเครื่องยนต์)ขอบคุณครับ
  • จาก : เช
  • เมื่อ : 2009-07-06 12:27:07
  • ความเห็นที่ 10
  • ขอถามว่า Toyota Vios ใช้หัวเทียนเข็มได้หรือไม่ มีผลดีผลเสียอย่างไร (ไม่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์เลย) ขอบคุณค่ะ
  • จาก : พนิดา
  • เมื่อ : 2009-07-15 13:33:54
  • ความเห็นที่ 11
  • แบตเตอร๊รถวีออส เป็นแบบแห้ง ถ้ามีการเติมน้ำกลั่นลงไป ปริมาณหนึ่งขวด จะมีผลเสียอะไรไหมคะ
  • จาก : มือใหม่
  • เมื่อ : 2009-12-13 14:15:17
  • ความเห็นที่ 12
  • รถโตโยต้าไมตี้ x ขึ้นเขาแรงปกติ แต่วิ่งทางตรงไม่วิ่ง แต่รอบเครื่องจัด เสียงดังเหมือนอืด
    ขอถามว่ารถล้อใหญ่ กับล้อเล็ก อันไหนวิ่งทางตรงเร็วกว่ากัน
  • จาก : พุธรักษ์ สนิทการ
  • เมื่อ : 2010-02-24 20:24:14
  • ความเห็นที่ 13
  • หม้อน้ำรั่วเข้าศูนย์ซ่อมค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
    ขณะสตาร์ทรถแล้วเปิดฝาหม้อน้ำ น้ำก็จะพุ่งออกมา
    เหมือนกับขระดับเครื่องเกิดจากอะไร
    ถ้าซ่อมต้องใช้ค่าใช้จ่ายประมาณเท่าไร
  • จาก : ณัฐพงษ์
  • เมื่อ : 2010-04-24 15:13:00
  • ความเห็นที่ 14
  • ขอถามว่ารถผมวีโก้ พรีรันเนอร์ 2.5 VN ออกมาเดือน มิ.ย. 53 เวลาสตาทจะมีเสียงเตือนเวลาบิดกุญสตาท(ติ๊ด ติ๊ด 2 ครั้ง)แต่ตอนนี้ไม่มีเสียงนั้นแล้วเป็นเพราะอะไร และไฟส่องรูกุญแจสว่างไม่สม่ำเสมอเป็นวงกลมขอบล่างสว่างแต่ขอบบนไม่สว่าง ช่วยตอบหน่อยครับกลุ้มใจมาก
  • จาก : นิรันดร์
  • เมื่อ : 2010-09-09 21:58:55
  • ความเห็นที่ 15
  • อยากทราบว่าผมใช้รถ TOYOTA ไมตี้ มีอาการเวลาสตาร์ทเครื่องแล้วรถสั่นทั้งคันสั่นแบบว่ารถโยกทั้งคัน แต่ก็สตาร์ทไม่ติด อาการดังกล่าวนี้เกิดจากอะไรครับ? แล้วถ้าจะซ่อม ค่าซ่อมประมาณเท่าไหร่? (จะเกี่ยวกับรถจอดไว้นานหรือเปล่า?เพราะเดือนนึงผมจะได้ใช้ประมาณ1ครั้ง ขับเดือนละประมาณ 100 กิโลเมตรโดยประมาณ)
  • จาก : เมธา
  • เมื่อ : 2010-11-02 15:31:07
  • ความเห็นที่ 16
  • รถที่ใช้หน้าปัดรถแสดง LOW WASHER FLUID ช่วยแนะนำด้วยค่ะ รถจะเป็นอะไรหรือเปล่า เพราะรถมาใช้ที่ต่างจังหวัด ยังไม่มีเวลาไปเข้าศูนย์ฯ
  • จาก : jan
  • เมื่อ : 2011-03-04 18:21:21

เลือกซื้อสินค้าออนไลน์ Trumq