Tag Archives: คัมรี่ ไฮบริด

All New Camry Hybrid

Exterior / รูปลักษณ์ภายนอก

Interior / รูปลักษณ์ภายใน

PERFORMANCE / สมรรถนะ

ความสมบูรณ์แบบแห่งพลัง ความเหนือชั่นแห่งสมรรถนะทุกการขับเคลื่อนคือผู้นำที่ล้ำหน้าใคร

Safety / ระบบความปลอดภัย

Specifications


toyota-hybrid

TOYOTA CAMRY HYBRID ขับจริง พิสูจน์จริง จมน้ำจริง !

มีคำถามมากมาย เกี่ยวกับรถยนต์ไฮบริด ที่หลายคนยังคงสงสัยและเกิดความกังวลหรือลังเลที่จะซื้อหามาไว้ในครอบครอง สัก 1 คัน ถึงแม้ว่าโตโยต้าจะตัดสินใจเข็น คัมรี่ ไฮบริด ที่มีราคาค่าตัวประมาณ 1.7 ล้านบาท ออกมาได้ระยะหนึ่งแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังเป็นนวัตกรรมใหม่ ที่คนส่วนใหญ่ ยังไม่เข้าใจถึงหลักการทำงานของ ไฮบริด ครั้นจะให้ไปนั่งอ่านเอกสารต่างๆ มากมาย ก็คงจะไม่สะดวก นั่นจึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ต้องทำการบ้านอย่างหนัก

นอกจากความไม่เข้าใจของหลักการทำงานแล้ว ยังมีข้อกังวลอีกหลายข้อ เช่น ประหยัดน้ำมันจริงหรือ แบตเตอรี่มีราคาแพงมาก จะใช้ได้นานกี่ปี และที่สำคัญ ไฟฟ้าแรงสูงจากแบตเตอรี่จะดูดคนในรถหรือเปล่า ถ้ารถต้องลุยน้ำสูงๆ หรือตกน้ำ

และถือว่าเป็นความหาญกล้าของโตโยต้าที่นำเจ้าคัมรี่ ไฮบริด มาแช่น้ำให้สื่อมวลชนได้เห็นกันจะจะ ว่ากระแสไฟฟ้าขนาด 650 โวลต์ จะมีกระแสไฟฟ้าออกมาทำอันตรายต่อผู้โดยสารหรือไม่ หากรถต้องจมน้ำ

คัมรี่ ไฮบริด มีอุปกรณ์ป้องกันที่จะตัดกระแสไฟฟ้าแรงสูง ไม่ให้ทำอันตรายต่อผู้โดยสารอยู่หลายจุด 1. สวิตช์ตัดไฟอัตโนมัติที่ด้านหน้ารถเมื่อเกิดการชน 2. เซนเซอร์ที่ถุงลมนิรภัย 3. เบรกเกอร์ตัดไฟ และ 4. วงจรตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่ว

การทดสอบจมน้ำนี้ ทำโดยการติดเครื่องยนต์และใส่เกียร์เดินหน้าไว้ เพื่อให้ระบบจ่ายกระแสไฟฟ้า 650 โวลต์ไปยังมอเตอร์ขับเคลื่อนเหมือนกับการใช้งานปกติ จากนั้นก็เติมน้ำให้ท่วมรถที่ระดับเหนือแบตเตอรี่ โดยมีมิเตอร์ 3 ตัวค่อยๆ วัดกระแสไฟฟ้าที่ออกมาจากระบบ และมิเตอร์วัดโวลต์ที่อาจรั่วลงน้ำ

ปรากฏว่า เมื่อน้ำท่วมถึงระดับที่วงจรป้องกันต่างๆ ตรวจพบ เซ็นเซอร์ได้สั่งการให้ตัดกระแสไฟฟ้าทันที โดยมิเตอร์วัดกระแสไฟฟ้ามีค่าเป็นศูนย์ ขณะที่มิเตอร์ที่วัดกระแสไฟฟ้าในน้ำ ก็แสดงค่าขึ้นมาไม่ถึง 1 โวลต์ ไม่เพียงเท่านั้น หลังจากนำรถขึ้นจากน้ำ ช่างได้เข้าตรวจสอบความเสียหายและจัดการเปลี่ยนอุปกรณ์บางชิ้น ใช้เวลาประมาณ 40 นาที คัมรี่ไฮบริด ก็กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยเสียค่าใช้จ่ายเบื้องต้นประมาณ 3 หมื่นบาทเท่านั้น

และนี่คือโจทย์ข้อแรกที่โตโยต้าสอบผ่าน แต่อย่างไรก็ตาม นี่คือการทดสอบที่อาจจะแตกต่างจากสถานการณ์จริง ที่ความเสียหายของรถน่าจะมากกว่านี้ เช่น อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ ในรถที่จะต้องได้รับความเสียหายจากน้ำ เช่น เบาะไฟฟ้า เครื่องเสียง หรืออุปกรณ์ชิ้นใดๆ ก็ตามที่ไม่ถูกกับน้ำ

อีกข้อหนึ่งที่ยังคงค้างคาใจ คือแบตเตอรี่ที่มีราคาแพงจะคุ้มค่ากับราคาของรถที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ผู้เชี่ยวชาญจากโตโยต้าได้ให้คำตอบในกรณีนี้ว่า ในช่วงแรกแบตเตอรรี่น้ำหนักมาก แต่มีอายุการใช้งานที่ต่ำและมีราคาแพง โตโยต้าได้วิจัยและพัฒนาแบตเตอรี่ของรถไฮบริดมานานกว่า 40 ปี จนปัจจุปันมีการพัฒนาเป็นแบบนิเกิล เมทัล ไฮไดร Nikel Metal Hydry ที่มีอายุการใช้งานนานถึง 10 ปี มีการควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้มีความสม่ำเสมอด้วยระบบระบายความร้อนและ ระบายอากาศ โดยมี ECU ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไป หากพบว่าแบตเตอรี่ร้อนเกินไปก็จะสั่งให้พัดลมระบายอากาศทำงาน นอกจากนี้ ยังมีระบบควบคุมการชาร์จไม่ให้ระดับไฟในแบตเตอรี่มีมากหรือน้อยเกินไป โดยการควบคุมการชาร์จไฟให้เหมาะสม ซึ่งแตกต่างจากแบตเตอรี่ในโทรศัพท์มือถือ ซึ่งช่วยให้อายุการใช้งานของแบตเตอรรี่ยาวนานเทียบเท่าชิ้นส่วนสำคัญของรถ ยนต์ ที่สำคัญราคาไม่ได้แพงอย่างที่คิด จาก 4 แสนบาท ลดลงมาเหลือไม่เกิน 1 แสนบาทเท่านั้น

สุดท้ายกับโจทย์ที่ว่า รถไฮบริด ช่วยประหยัดน้ำมันได้จริงหรือ

จึงเป็นที่มาของการจัดทดสอบทางไกลบนเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน ทั้งไปและกลับ 460 กิโลเมตร โดยเปรียบเทียบกับคัมรี่ เครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร ความเร็วเฉลี่ยอยู่ที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คัมรี่ ไฮบริดมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยจากที่ปรากฏบนหน้าปัด Multi Information Display อยู่ที่ 15.5 กิโลเมตรต่อลิตร ดีกว่าคัมรี่ 2.4 G ที่ 33% ในขณะที่คัมรี่ ไฮบริด 2.4 G ได้อัตราสิ้นเปลืองที่ 11.9 กิโลเมตรต่อลิตร

และนี่คือ 3 โจทย์ใหญ่ที่โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ต้องการสื่อไปถึงผู้บริโภคที่ยังลังเลต่อการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฮบริด สัก 1 คัน อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าหัวใจหลักของรถยนต์ไฮบริดไม่ได้อยู่ที่การประหยัดเงินในกระเป๋าของ เราเท่านั้น แต่อยู่ที่การช่วยกันลดมลพิษในอากาศและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่จะไม่ให้ โลกของเราร้อนมากไปกว่านี้ต่างหากครับ

ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์ จำกัด ในฐานะผู้ใช้รถยนต์ไฮบริด และคัมรี ไฮบริด ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการทำการทดสอบความปลอดภัยและความทนทานของแบตเตอรี่ไฮบริด

“ผมคิดว่าบทพิสูจน์ครั้งนี้สร้างความมั่นใจให้กับสื่อมวลชนด้วย แล้วก็ผู้ใช้ที่หลายๆ ท่านมีความกังวลเรื่องของแบตเตอรี่ แล้วก็เรื่องน้ำท่วม ความชื้นที่จะมีผลเสียหายต่อแบตเตอรี่ เราทราบดีกันอยู่แล้วว่า ทางด้านโตโยต้าเอง มีบันทึกอายุการใช้งานของแบตเตอรี่มากถึง 10 ปี แล้วก็ได้พิสูจน์แล้ววันนี้ว่า แบตเตอรี่ที่มีโวลล์สูงเวลารถจมน้ำแล้ว ถึงระดับนี้ ท่วมถึงที่เบาะที่นั่งคนขับแล้ว ไม่มีไฟรั่ว ไฟดูด ซึ่งเป็นระบบความปลอดภัยที่มั่นใจมาก และไม่เกิดอันตรายแก่ผู้ที่นั่งอยู่ในรถเลย ฉะนั้น เราหมดความกังวล แต่ที่แน่นอนที่สุดนะครับ เครื่องยนต์ไฮบริดของโตโยต้าเป็นเครื่องยนต์ที่ดีที่สุดตอนนี้ ฉะนั้น ผมมีความมั่นใจตรงนี้ด้วย

คือถึงตอนนี้แล้วมันเป็นบทพิสูจน์ได้เลยว่า คัมรี่ไฮบริด ของโตโยต้าและเครื่องไฮบริดของโตโยต้าเอง มีความคงทน โดยเฉพาะเรื่องแบตเตอรี่ที่เราเป็นห่วงกันอยู่ และก็ผมคิดว่าในสิ่งที่ผมสัมผัสมา ใช้รถที่เครื่องยนต์ไฮบริดมา ถึง 3 คัน โดยใช้ระยะเวลา 4 ปีเศษนะครับ ก็ไม่มีปัญหาอะไร โดยเฉพาะในเรื่องแบตเตอรี่ และวันนี้ก็มีข้อพิสูจน์ให้ความมั่นใจแก่ท่านนะครับ ผมรับรองได้ครับ”

TOYOTA CAMRY HYBRID ขับจริง พิสูจน์จริง จมน้ำจริง !TOYOTA CAMRY HYBRID ขับจริง พิสูจน์จริง จมน้ำจริง !TOYOTA CAMRY HYBRID ขับจริง พิสูจน์จริง จมน้ำจริง !

TOYOTA CAMRY HYBRID ขับจริง พิสูจน์จริง จมน้ำจริง !

ที่มา :  http://auto.sanook.com

คัมรี่ ไฮบริด น้ำท่วม "แบตฯ" ไม่พัง

กระแส ตอบรับดีเกินคาด สำหรับ “คัมรี่ ไฮบริด” บ้านเราตอนนี้ฟาดไปแล้ว กว่า 5,100 คัน ส่วนทั่วโลกทะลุ 2 ล้านคัน เหมือนเครื่องบินที่กำลังจะพลิกปีกรับลมทะยานขึ้นท้องฟ้า แต่ก็ต้องมา “สะดุด” กับข่าวเรียก “พรีอุส ไฮบริด” กว่า 2 แสนคันคืนในประเทศญี่ปุ่น เพื่อเอากลับมา ปรับการตอบสนองของระบบเบรกและการทำงานของกล่องควบคุมอิเล็กทรอนิกส์

แม้จะเป็นตระกูล “พรีอุส” ก็ตาม แต่พอขึ้นชื่อว่า “ไฮบริด” ผู้บริโภคก็เหมารวมไปหมด ทำให้ผู้บริหาร โตโยต้าในไทยนั่งไม่ติด

ต้องออก มายืนยันว่า คัมรี่ ไฮบริด ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศไทย มีคุณภาพได้มาตรฐาน และไม่พบปัญหาเกี่ยวกับระบบเบรกแต่อย่างใด เนื่องจากระบบเบรกของคัมรี่ ไฮบริด มีการออกแบบแตกต่างจากพรีอุส และมีการปรับให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทย โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ได้มีการชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกค้าอย่างรวดเร็ว พร้อมยืนยันคุณภาพการผลิต และคุณภาพของรถยนต์โตโยต้าในประเทศไทย

และ เพื่อสร้างความมั่นใจยิ่งขึ้น ยังได้จัดกิจกรรม Drive Confident Drive Hybrid กับลูกค้าและสาธารณชนทั่วไป เพื่อถ่ายทอดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับการทำงานและประโยชน์ของระบบไฮบริ ด

นายนิกร ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้จะสร้างความมั่นใจ ให้กับลูกค้าเกี่ยวกับข้อมูลในเชิงลึกและแสดงให้เห็นจริงถึงระบบ สำคัญของไฮบริดในด้านความปลอดภัยความทนทาน และมาตรฐานการผลิตที่ได้คุณภาพ ตลอดจนการบำรุงรักษาที่ไม่แตกต่างจากรถยนต์ก๊าซโซลีนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ไฮบริด และ ได้จัดทดสอบในโหมดขับทางไกล และมีการกำหนดการใช้ความเร็วในระดับต่าง ๆ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะประหยัด น้ำมันของคัมรี่ ไฮบริด ซึ่งเหนือกว่าเครื่องยนต์ก๊าซโซลีนทั้งการใช้งานในเมือง

ในช่วง เช้าเป็นการให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับระบบไฮบริดที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบตเตอรี่ที่ได้พัฒนาไปอย่างมากจากการพัฒนารถยนต์ไฮบริดใน รุ่นแรก ๆ ซึ่งโตโยต้ามีประสบการณ์ในการพัฒนารถยนต์ไฮบริดมามากกว่า 40 ปี และมีการผลิตเชิงพาณิชย์เป็นเวลากว่า 10 ปี และมียอดขายรถยนต์ไฮบริดมากกว่า 2 ล้านคันทั่วโลก ซึ่งแบตเตอรี่มีการพัฒนาเป็นแบบ nikel metal hydry ให้กำลังไฟ 244.8 โวลต์

ฝ่ายข้อมูลเทคนิคของโตโยต้าได้นำแบตเตอรี่มาแสดงให้เห็นถึงการออก แบบเพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนานและทนทานกว่าแบตเตอรี่ทั่วไป ซึ่งเริ่มตั้งแต่การออกแบบให้แบตเตอรี่มีการแบ่งโมดูล (module) ทั้งสิ้น 34 โมดูลที่เป็นอิสระจากกัน โดยมีเซ็นเซอร์ควบคุมและตัดวงจรทันทีในสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งจากการเข้าซ่อมตามระยะเวลา การเกิดอุบัติเหตุ การขับขี่บนถนนที่มีน้ำท่วมสูง หรือแม้แต่การจมน้ำ

นอกจากนี้ยังมี การควบคุมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้มีความสม่ำเสมอด้วยระบบระบายความร้อน และระบายอากาศ โดยมี ECU ควบคุมอุณหภูมิไม่ให้สูงเกินไป นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมการชาร์จไม่ให้ระดับไฟในแบตเตอรี่มีมากหรือน้อย เกินไป ซึ่งช่วยให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ยาวนานเทียบเท่าชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์

สำหรับการทดสอบในวันนี้ โตโยต้าได้ทำบ่อน้ำจำลองขึ้น โดยขับรถเข้าสู่บ่อ แล้วสูบน้ำเข้าไปจนสูงถึงระดับ 80 เซนติเมตร เพื่อดูระบบความปลอดภัย เมื่อระดับสูงท่วมแบตเตอรี่ที่อยู่ใต้เบาะหลัง เซ็นเซอร์ จะตัดกระแสไฟทันที โดยกำลังไฟฟ้าที่ปรากฏบนโวลต์มิเตอร์มีค่าเท่ากับศูนย์ และมีเจ้าหน้าที่ของโตโยต้าลงไปในบ่อน้ำ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่มีกระแสไฟฟ้าบนตัวถังรถซึ่งเป็นโลหะ

หลังจากนั้น 40 นาทีได้ระบายน้ำออก แล้วนำรถเข้ามาซ่อมโดยใช้เวลา 40 นาที พบว่าแบตเตอรี่ไม่มีความเสียหาย และเปลี่ยนวงจรควบคุมซึ่งติดตั้งอยู่ด้านนอก 2 ชุด คัมรี่ ไฮบริด ก็สามารถวิ่งได้ตามปกติ โดยใช้เวลาซ่อมประมาณ 25 นาที และมีค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนอะไหล่ประมาณ 30,000 บาท

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ ในวันที่ 01 มีนาคม พ.ศ. 2553 ปีที่ 33 ฉบับที่ 4188