Tag Archives: โตโยต้า

6146096430_b572d7f0e8

รถยนต์นั่งโตโยต้า ทุกรุ่นได้รับเครื่องหมาย “ฉลากเขียว”

รถยนต์นั่งโตโยต้า
ทุกรุ่นได้รับเครื่องหมาย “ฉลากเขียว”
อันแสดงถึงผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม


มร.เคียวอิจิ  ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รับมอบเครื่องหมาย “ฉลากเขียว” รับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับรถยนต์นั่งทุกรุ่น จาก คุณรัตนาภรณ์ จึงสงวนสิทธิ์   เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) โดยมี ดร.ไชยยศ บุญญากิจ รองประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ร่วมลงนามรับรอง ที่ อาคาร The Style by Toyota   สยามสแควร์

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นใน การพัฒนาและผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการดำเนินงานเพื่อสิ่งแวดล้อม อย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “โตโยต้า…เพื่อสิ่งแวดล้อม” Toyota…All for Environment จากความพยายามทุ่มเทในการพัฒนาและผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ การปรับปรุงด้านการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เป็นผลให้รถยนต์โตโยต้า ได้รับรางวัลด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ต่างๆ อาทิ รางวัลเจดี พาวเวอร์ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี (TAQA Award) อย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าและบริการในธุรกิจยานยนต์และพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศ

สำหรับเครื่องหมายฉลากเขียวที่ได้รับในครั้งนี้ เป็นการรับรองผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้มอบให้กับรถยนต์นั่งที่ผลิตในประเทศไทยทุกรุ่น ได้แก่       วีออส, ยาริส, โคโรลล่า อัลติส และคัมรี่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป

          เครื่องหมาย “ฉลากเขียว” เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 โดยสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม และสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย (สสท.) เป็นเครื่องหมายที่แสดงคุณค่าของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะมอบให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยกว่าเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ที่ทำหน้าที่อย่างเดียวกัน ซึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์ยานยนต์นั้น ทางคณะอนุกรรมการโครงการฉลากเขียว ได้เริ่มจากการออกข้อกำหนดเฉพาะรถยนต์นั่ง ทั้งนี้ ข้อกำหนดของฉลากเขียวจะแตกต่างไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์ โดยข้อกำหนดทั่วไปของฉลากเขียวสำหรับรถยนต์นั่ง อาทิ โรงงานต้องมีระบบควบคุมคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001:2000 การกำจัดของเสีย ทั้งจากกระบวนการผลิตและผู้แทนจำหน่าย เป็นไปตามมาตรฐาน ISO 14001 ส่วนข้อกำหนดเฉพาะด้านนั้น ได้แก่ สีและสารเคมีที่ใช้กับผลิตภัณฑ์ จะต้องไม่มีส่วนผสมโลหะหนัก ระดับมลพิษทางเสียงไม่เกินที่กำหนด และมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานไม่ต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด รวมทั้งต้องผ่านมาตรฐานการปล่อยไอเสียยูโร 3 และสารทำความเย็นที่ใช้ในระบบปรับอากาศต้องมีค่าโอดีพี* เท่ากับศูนย์ ตลอดจนส่วนประกอบและชิ้นส่วนพลาสติกที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ (recycle) เป็นต้น

เครื่องหมาย “ฉลากเขียว” ไม่เพียงแต่เป็นความภูมิใจของโตโยต้า ที่ผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพ และคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังเป็นความภูมิใจของลูกค้าผู้ใช้รถยนต์    โตโยต้า ที่ได้มีส่วนในการรักษาสิ่งแวดล้อมอีกทางหนึ่ง

“อนาคตสังคมไทย ความภูมิใจของเรา”

 

276

TOYOTA ประกาศกำลังการผลิตกลับสู่สภาวะปกติเร็วกว่าคาด

บริษัท Toyota แถลงถึงความคึบหน้าของบริษัทในการเดินไลน์ประกอบรถยนต์ หลังจากเหตุการณ์ภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น…

จาก เหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผลทำให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน ไม่สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายัง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย ได้ ส่งผลให้บริษัทฯต้องปรับลดกำลังการผลิตลง ตั้งแต่วันที่ 25 เมษายน เป็นต้นมา

ขณะนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ประเทศไทย จำกัด ได้ประเมินสถานการณ์และแก้ไขปัญหา ด้วยความร่วมมือและความพยายามอย่างสุดความสามารถจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในการฟื้นฟูกำลังการผลิต ทำให้สามารถจัดส่งชิ้นส่วนมายังบริษัทฯได้รวดเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ และ ส่งผลดีต่อการผลิตรถยนต์ในโรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าทั้ง 3 แห่ง ได้แก่ โรงงานสำโรง โรงงานเกตเวย์ และ โรงงานบ้านโพธิ์ ทำให้เริ่มทำการผลิตได้ในระดับปกติ ตั้งแต่วันที่ 23 พฤษภาคม 2554 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้มีการเตรียมพร้อมการผลิตเป็นอย่างดีในช่วงการชะลอการผลิต โดยจัดกิจกรรมและจัดการอบรมต่าง ๆ สำหรับพนักงานให้พร้อม เพื่อรองรับการกลับมาสู่สภาวะปกติสำหรับการผลิตรถยนต์ และสำคัญที่สุด บริษัทฯ ต้องขออภัยลูกค้าทุกท่านที่ได้รับความไม่สะดวกจากการจัดส่งรถยนต์ล่าช้า และขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ได้ให้ความไว้วางใจ และ ให้โอกาสในการรอรับรถยนต์โตโยต้าในสถานการณ์เช่นนี้ สำหรับการยืนยันวันที่จะทำการส่งมอบรถให้กับลูกค้าทุกท่านนั้นทางผู้แทน จำหน่ายในแต่ละท้องที่ จะเป็นผู้ดูแลและประสานงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าทุกท่านต่อไป เพื่อให้สามารถรับรถได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าที่เลือกใช้รถยนต์จากโตโยต้า

ส่วนความเสียหายที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่มีขนาดความแรง ถึง 9.0 แมคนีจูดสเกล ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งไม่สามารถทำการส่งมอบอะไหล่ให้กับบริษัทโตโยต้าได้ทันตามกำหนด ผลกระทบในครั้งนี้ทำให้ค่ายโตโยต้าต้องขาดทุนถึงกว่า 1.10 แสนล้านเยน หรือ ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยในช่วงกลางเดือนมิถุนายน 2554 นี้ บริษัทฯ จะวางแฟนฟื้นฟูผลผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศให้กลับมาอยู่ที่ระดับ ร้อยละ 70  และตั้งเป้าผลักดันการผลิตให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนพฤจิกายนหรือ ธันวาคม 2554 เป็นอย่างช้า.

Arcom Roumsuwan
E-Mail chang.arcom@thairath.co.th
Facebook http://www.facebook.com/chang.arcom

ที่มาของข่าว : ไทยรัฐ

TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010 มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต

ระเบิดความมันส์สนามแรก ราชมังคลากีฬาสถาน 22-23 พฤษภาคม นี้

มร.เคียวอิจิ ทานาดะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส  นายนิกร  ประเสริฐสม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวการจัดกิจกรรม โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2010 โดยได้รับเกียรติจาก นายกนกพันธ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย และผู้บริหารระดับสูงของพันธมิตรการจัดกิจกรรม ร่วมการแถลงข่าว เมื่อวันที่  29 เมษายน 2553 ที่ ร้าน Funky Villa ทองหล่อ ซอย 10

โตโยต้า…ผู้นำ วงการมอเตอร์ สปอร์ต

สร้างนักแข่งรุ่นใหม่เข้าสู่ วงการตั้งแต่ระดับสมัครเล่น จนถึงมืออาชีพส่งเสริมและพัฒนาวงการ มอเตอร์ สปอร์ตของไทย ให้ก้าวสู่สากล

ใน ฐานะที่โตโยต้าเป็นผู้นำในการ ส่งเสริม และสนับสนุนวงการมอเตอร์สปอร์ตของไทยอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี โดยให้ความสำคัญกับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในทุกๆ ด้าน เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมพัฒนานักแข่งในระดับเด็กและเยาวชน จัดการแข่งขันรถยนต์ในหลากหลายรูปแบบเพื่อสร้างโอกาสให้นักแข่งทุกระดับได้ พัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขัน พร้อมนำความสนุกสนาน ตื่นเต้น เร้าใจ อันเป็นจุดเด่นของการแข่งขันกีฬาประเภทนี้ ขยายไปยังผู้ที่สนใจได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด และยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนานักแข่งระดับอาชีพ ให้มีการพัฒนาฝีมือและสะสมประสบการณ์เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในระดับที่สูง ขึ้นต่อไปในอนาคต ตลอดจนส่งเสริมนักแข่งที่มีศักยภาพในการเข้าร่วมการแข่งขันในรายการระดับ นานาชาติ สร้างโอกาสให้นักแข่งไทยได้สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

โตโยต้ามอเตอร์ สปอร์ต 2010 ทุ่มเท พัฒนา เพื่อวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

สำหรับกิจกรรมมอเตอร์ สปอร์ตในปีนี้ จะยังคงเน้นสร้างความสุข สนุกสนานให้กับสมาชิกทุกคนในครอบครัวให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง โดยได้รับความสนับสนุนจากพันธมิตร อาทิ แม็กซ์ ไรเด้น, ยางรถยนต์โตโยไทร์, และผลิตภัณฑ์จาก ทีอาร์ดี ตลอดจนผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้ามอเตอร์ สปอร์ตต่างๆ มากมายเข้าร่วมจัดงาน

ทรูสปอร์ต-โตโยต้า จูเนียร์ โกคาร์ท เทรนนิ่ง ด้วยความมุ่งมั่นสร้างสรรค์ และพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตในระยะยาว บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ส่งเสริมให้เยาวชนที่มีใจรักกีฬามอเตอร์สปอร์ต มาตั้งแต่ปี 2545 เข้าร่วมเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ  “สิงห์-ยูบีซี-โตโยต้า จูเนียร์ โก-คาร์ท เทรนนิ่ง” และ “โตโยต้า ยูธ โก-คาร์ท เอกซ์  พีเรียนซ์” เพื่อสร้างพื้นฐานที่ดีให้นักแข่งตั้งแต่ระดับเยาวชน  และส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ โดยในปีนี้ยังได้ให้การสนับสนุนการอบรมโกคาร์ท ในรายการ ทรูสปอร์ต-โตโยต้า จูเนียร์ โกคาร์ท เทรนนิ่ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 9  จัดการแข่งขันรถยนต์ให้ ได้มาตรฐานเพื่อสร้างโอกาสให้กับนักแข่ง สร้างสรรค์ดาวดวงใหม่เข้าสู่วงการ  กับการแข่งขันรถยนต์ 3 รายการได้แก่  วีออส วันเมคเรซ  สำหรับนักแข่งมือใหม่ ผลิตผลดาวรุ่งหลายต่อหลายคน ที่ โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต สรรค์สร้างขึ้น อาทิ มานัต กุละปาลานนท์  แชมป์ซุปเปอร์คาร์ ไทยแลนด์ รุ่น ซุปเปอร์ 2000 ปี 2009  ตรัยธนิษฐ์  ฉิมตะวัน นักแข่งสังกัด สิงห์ เรซซิ่ง สคูล  และ เรย์  แมคโดแนล  เป็นต้น  วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ  สำหรับนักแข่งสุภาพสตรี ที่ชื่นชอบกีฬา มอเตอร์ สปอร์ต ยาริส วันเมคเรซ สำหรับนักแข่งที่มีประสบการณ์พร้อมเข้าสู่เส้นทางอาชีพ พร้อมนำแชมป์ยาริส วันเมคเรซ ประจำปี เข้าร่วมการแข่งขัน Netz Cup ที่ประเทศญี่ปุ่น  และที่ยังคงเป็นสีสันสำหรับการแข่งขันโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต คือ นักแข่งดาราที่ได้รับเชิญเข้าร่วมการแข่งขัน เพื่อสร้างแบบอย่างที่ดีแก่เยาวชน

โดยในปีนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงของโตโยต้า ทีมสตาร์ โดยคุณไผ่ – พาทิศ พิสิฐกุล จะยังคงเข้าร่วมแข่งขันในรุ่นยาริส วันเมคเรซ ส่วนในรุ่นวีออส วันเมคเรซ จะมีนักแข่งหน้าใหม่ คุณแบงค์ – อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม นักร้องนำจากวงแบล็ควานิลา เข้าร่วมแข่งขัน รุ่นเลดี้ คัพ มี คุณใหม่ – สุคนธวา เกิดนิมิตร และนักแข่งดาราหญิงหน้าใหม่ คุณอิม – อชิตะ ธนาศาสตนันท์

จากการจัดแข่งขันส่วนภูมิภาคในปีที่ผ่านๆมานั้น ได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก สิ่งหนึ่งที่โตโยต้าให้ความสำคัญสูงสุดมาโดยตลอด คือ ความปลอดภัยในการแข่งขัน ซึ่งในปีนี้นอกจากการติดตั้งแนวรั้วกั้นในบริเวณทางโค้งหรือในบริเวณที่อาจ เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย ยังได้มีการเพิ่มเติมอุปกรณ์ความปลอด ภัยมากขึ้นกว่าเดิมเพื่อให้สนามแข่งขันมีความปลอดภัยสูงขึ้น ทั้งนี้สนามแข่งขันทุกสนามผ่านการรับรองความปลอดภัยจากทางราชยานยนต์สมาคม แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ ร.ย.ส.ท.

โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล : พื้นฐานที่เป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนากีฬามอเตอร์สปอร์ต เริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2551 เพื่อสร้างทักษะพื้นฐานการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย ตลอดจนการเรียนรู้กฎ กติกา มารยาทในสนามแข่ง ให้กับบุคคลทั่วไปที่สนใจในกีฬามอเตอร์สปอร์ตและนักแข่งมือใหม่ พร้อมถ่ายทอดเทคนิคการขับขี่โดยนักแข่งระดับมืออาชีพของทีมโตโยต้า ทั้งนี้หลักสูตรการอบรมผ่านการรับรองจาก ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และในปีที่ผ่านมาตามนโยบายของโตโยต้า เรซซิ่ง สคูล ที่จะส่งเสริมนิสิต นักศึกษาที่มีใจรักและสนใจกีฬามอเตอร์สปอร์ตเข้าสู่วงการ โดยได้ทำการคัดเลือกนิสิต นักศึกษาที่ผ่านการอบรมจากโครงการ โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล จำนวน 2 ท่าน เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นวีออส วันเมคเรซ ในนามของ โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล ทีม ซึ่งเป็นการเปิดโอกาส สร้างนักแข่งหน้าใหม่เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป

ระดับมืออาชีพ ให้การสนับสนุนทีมแข่งเข้าร่วมการแข่งขัน ซุปเปอร์คาร์ ไทยแลนด์  แชมเปี้ยนชิพ รวมทีมแข่ง Toyota Team Thailand เข้ากับ Toyota Team ARTO โดยใช้ชื่อว่า Toyota Team Thailand by ARTO ควบคุมทีมโดย คุณสุทธิพงษ์ สมิตชาติ นักแข่งมือเก๋า ดีกรีแชมป์ประเทศไทยหลายสมัย เพื่อเป็นการเพิ่มศักยภาพของทีมให้แข็งแกร่งขึ้น โดยจะเข้าร่วมชิงชัยในการแข่งขัน ในรุ่น Super Car, Super 2000, และ Super 1500 โดยนักแข่งทั้งหมดของทีมล้วนเติบโตมาจากรายการ โตโยต้า วันเมคเรซ อาทิ ต้น – มานัต กุละปาลานนท์ แชมป์ วีออส วันเมคเรซ ปี2005 และยาริส วันเมคเรซ ปี2006 เข้าร่วมแข่งขันในรุ่น Super 2000 และ พิษณุ ศิริมงคลเกษม แชมป์ ยาริส วันเมคเรซ ปี2009 เข้าร่วมแข่งขันในรุ่น Super 1500 ร่วมกับนักแข่งระดับพระกาฬอย่าง ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และณัฐพงษ์ ห่อทองคำ

สัมผัสความตื่นเต้น สนุกสนาน กับ 5 สนาม ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ

สนามที่ 1  วันที่ 22-23 พฤษภาคม 2553  สนามกีฬาหัวหมาก กรุงเทพฯ

สนาม ที่ 2  วันที่ 10-11 กรกฎาคม 2553  จ.เชียงใหม่

สนามที่ 3  วันที่ 14-15 สิงหาคม 2553  จ.อุดรธานี

สนามที่ 4  วันที่ 2-3 ตุลาคม 2553   จ.สงขลา

สนามที่ 5  วันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2553  ริมหาดบางแสน  จ.ชลบุรี

เพื่อเน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อยกระดับให้กับวงการ มอเตอร์สปอร์ตของประเทศ โดยความร่วมมือกับการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่พัฒนากีฬาของชาติให้  การสนับสนุนโดยนำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการตรวจความพร้อมของนักแข่ง ให้เป็นไปตามมาตรฐาน สากล ตลอดจนอนุญาตให้ใช้สถานที่ของการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นสนามแข่งขัน และการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันบางแสน สปีดเฟสติวัล ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 ปี นอกเหนือจากการจัดแข่งขันรถยนต์ โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2010 ยังมีกิจกรรมที่น่าสนใจอีกมากมาย เพื่อสร้างความสุข สนุกสนานให้กับทุกคนในครอบครัว โดยหนึ่งในนั้นเป็นกิจกรรมที่โตโยต้ามุ่งส่งเสริมมาโดยตลอด คือ กิจกรรมขับขี่ปลอดภัย ภายใต้โครงการถนนสีขาว เพื่อปลูกจิตสำนึกการขับขี่และการใช้รถใช้ถนนที่ดีให้แก่เด็กและเยาวชน ตลอดจนบุคคลทั่วไป

ราย ละเอียด โตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต 2010

ระดับ เยาวชน >> สนับสนุนการจัดการอบรม และจัดการแข่งขัน

ทรูสปอร์ต – โตโยต้า จูเนียร์ โกคาร์ท เทรนนิ่ง 2010

ทรูสปอร์ต – โตโยต้า จูเนียร์ คาร์ท แชมเปี้ยนชิพ 2010

ระดับมือใหม่ >> สนับสนุนนักศึกษาที่ผ่านการคัดเลือก ลงแข่งในนาม โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล ทีม

รุ่น วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ – “เบลล์”  จิรวรรณ   พงษ์เภตรา จากมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย

รุ่นวีออส วันเมคเรซ – “ช้อป” อวิรุจธ์ ข้าวบ่อ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ระดับ มือใหม่ >> สนับสนุนนักแข่งดาราในนามของโตโยต้า ทีมสตาร์

รุ่น วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ – “อิม” อชิตะ ธนาศาสตนันท์

รุ่นวีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ – “ใหม่” สุคนธวา เกิดนิมิตร

รุ่นวีออส วันเมคเรซ – “แบงค์ วงแบล็ค วานิลา” อธิกิตติ์ พริ้งพร้อม

รุ่นยาริส วันเมคเรซ –  “ไผ่”  พาทิศ พิสิฐกุล

ระดับมืออาชีพ >> สนับสนุน Toyota Team Thailand by ARTO เข้าร่วมแข่งขันรายการ Super Car Thailand

ผู้ดูแลทีมแข่ง คุณสุทธิพงษ์ สมิตชาติ

รุ่น Super 1500 – พิษณุ ศิริมงคลเกษม (แชมป์ ยาริส วันเมคเรซ ปี 2009)

รุ่น Super 2000 – มานัต กุละปาลานนท์ (แชมป์ ยาริส วันเมคเรซ ปี 2006)

รุ่น Super Car   – ณัฐวุฒิ เจริญสุขวัฒนะ และ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ

ระดับนานา ชาติ >> เป็นผู้สนับสนุนหลักในการแข่งขันรถยนต์

รายการ บางแสน สปีด เฟสติวัล

สนับสนุนแชมป์รายการยาริส วันเมคเรซ เข้าแข่งรายการ Vitz Race ที่ประเทศญี่ปุ่น

จัดการแข่งขันรถ ยนต์ >> รายการ โตโยต้า มอเตอร์ สปอร์ต 2010

ยา ริส วันเมคเรซ

วีออส วันเมคเรซ คลาซซี

วีออส วันเมคเรซ เลดี้คัพ

YARIS ONE MAKE RACE

สัมผัสความมันส์จากสมรรถนะอันร้อนแรง ของสปอร์ตแฮ็ทช์แบ็คยอดนิยม พิสูจน์ความแรงและทนทาน ของเครื่องยนต์ VVT-i เป็นรายการแข่งขันรถยนต์ ที่ยังคงความมันส์ และน่าติดตามที่สุด

++ รถแข่งที่ใช้ในการแข่งขัน  : โตโยต้า ยาริส แฮ็ทช์แบ็ค 5 ประตู (NCP 91) ++

เครื่อง ยนต์  1 NZ-FE 1496 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i

109 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง  เกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ระบบ ช่วง ล่าง  ด้านหน้า – แม็คเฟอร์สันสตรัท

ด้านหลัง – ETA Beam

ระบบ เบรก  ด้านหน้า – ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน

ด้านหลัง – ดรัมเบรก

ล้อ และยาง  ล้ออัลลอย พร้อมยางเรเดียล ขนาด 195/50R15

++ รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน ประจำสนาม : รวมมูลค่าสนามละ 65,000 บาท

ชนะเลิศ    30,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  20,000 บาท

รอง ชนะเลิศอันดับ 2  15,000 บาท

++ รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน ประจำปี : รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 320,000 บาท

ชนะเลิศ    150,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  100,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2      70,000 บาท

VIOS ONE MAKE RACE

รายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ เพื่อสร้างสรรนักแข่งหน้าใหม่ พิสูจน์สมรรถนะ อันยอดเยี่ยม แข็งแกร่ง ทนทาน ของรถสปอร์ตซีดานยอดนิยม พร้อมร่วมเชียร์นักแข่งจากโครงการ โตโยต้า เรซซิ่ง สคูล   นักแข่งดารา และนักแข่งสาวสวยในรุ่น “เลดี้ คัพ”

++ รถแข่งที่ใช้ในการแข่งขัน : โตโยต้า วีออส 4 ประตูซีดาน (NCP 93) ++

เครื่อง ยนต์  1 NZ-FE 1496 ซีซี 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว VVT-i

109 แรงม้า ที่ 6000 รอบต่อนาที

ระบบส่งกำลัง  เกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ระบบช่วง ล่าง  ด้านหน้า – แม็คเฟอร์สันสตรัท

ด้านหลัง – ETA Beam

ระบบ เบรก  ด้านหน้า – ดิสก์เบรก พร้อมครีบระบายความร้อน

ด้านหลัง – ดรัมเบรก

ล้อ และยาง  ล้ออัลลอย พร้อมยางเรเดียล ขนาด 195/50R15

++ รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน ประจำสนาม : รวมมูลค่าสนามละ 80,000 บาท

ชนะ เลิศ   30,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  20,000 บาท

รองชนะเลิศ อันดับ 2  15,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 3  10,000 บาท

รองชนะเลิศ อันดับ 4    5,000 บาท

++ รางวัลสำหรับผู้ชนะการแข่งขัน ประจำปี : รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 400,000 บาท

ชนะเลิศ   150,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1   100,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2   70,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 3   50,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 4   30,000 บาท

++ รางวัลสำหรับ “เลดี้ คัพ” ประจำสนาม : รวมมูลค่าสนามละ 65,000 บาท ++

ชนะ เลิศ   30,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1  20,000 บาท

รองชนะเลิศ อันดับ 2  15,000 บาท

++ รางวัลสำหรับ “เลดี้ คัพ” ประจำปี : รวมมูลค่ารางวัลทั้งสิ้น 320,000 บาท ++

ชนะเลิศ   150,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 1   100,000 บาท

รองชนะเลิศอันดับ 2   70,000 บาท

TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต TOYOTA มอเตอร์สปอร์ต 2010   มหกรรมความสนุกสำหรับครอบครัวมอเตอร์สปอร์ต

ที่มา : http://auto.sanook.com

กระจกมองหลังธรรมดา ‘ที่ไม่ธรรมดา’

รถยนต์ทุกคันที่ถูกผลิตขึ้นมามีส่วนประกอบมากมาย ซึ่งทางผู้ผลิตมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เจ้าของรถยนต์เกิดประโยชน์สูงสุด แต่ในทางตรงกันข้ามเจ้าของรถยนต์ บางท่านอาจไม่เคยรู้มาก่อน หรือยังไม่ทราบ หรือ มิได้รับการแนะนำจากพนักงานขายอย่างถูกต้องครบถ้วน ทำให้ไม่สามารถรับทราบได้ว่ามีประโยชน์อย่างไร ทางด้านใด เป็นต้น และในโอกาสนี้ ขอทำการชี้แจง ในส่วนของกระจกมองหลังที่มิได้เป็นแบบตัดแสงอัตโนมัติ แต่จะเป็นกระจกมองหลังแบบธรรมดาทั่วไป เพราะรถยนต์ส่วนมาก ก็ยังเป็นกระจกมองหลังแบบธรรมดาอยู่
กระจกมองหลังแบบธรรมดานั้น จะมีประโยชน์เกิดขึ้นกับทางผู้ขับขี่ เพราะบริเวณกระจกมองหลัง จะมีก้านดันเล็กๆอยู่บริเวณตรงกลาง ซึ่งมีอยู่บ้างไม่มากก็น้อยที่ยังไม่รู้มาก่อนเลยว่า มีไว้ทำไม, ทำงานอย่างไร, ประโยชน์ทางด้านใด และจะใช้เมื่อไหร่ เป็นต้น หากผู้ขับขี่ มีความเข้าใจ และใช้งานได้อย่างถูกต้อง แล้ว เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ขับขี่นั้นเองครับ
ต่อไปมาทำความเข้าใจว่า จะใช้งานอย่างไร
กระจกมองหลังแบบธรรมดาและมีก้านดันนั้น ยามปกติ หมายถึง ตำแหน่งที่มิได้ใช้งานของก้านดัน จะต้องให้ตำแหน่งของก้านดันไปในทิศทางหน้ารถ หรือ อยู่หลังกระจกมองหลัง นอกจากจะไม่บดบังสายตาเวลามองไปด้านหน้ารถแล้ว ยังช่วยในการหักเหของลำแสงไฟหน้า ลักษณะจะเป็นการกรองแสงด้วยเช่นกัน เมื่อต้องการใช้งานก็เพียงดึงก้านดันมาทางเข้าหาตัวผู้ขับขี่ หรือ ดึงก้านดันมาทางห้องโดยสาร เมื่อพบว่ารถยนต์คันหลังเปิดไฟหน้า หรือ ไฟตัดหมอก แล้วลำแสงรบกวนสายตา ที่จะทำให้ตาพร่ามัว ก็จะมีความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น หากทุกท่านทำตามที่กล่าวมา จะพบว่า การขับขี่จะมีความปลอดภัยขึ้นกับตนเอง หลังจากที่รถยนต์คันหลัง ลำแสงไฟหน้ามิได้รบกวนแล้ว ก็ทำการดันก้านดันกลับเข้าสู่ตำแหน่งเดิม ดังนั้น หากมีความกังวลอยู่อาจจะต้องมีการทดสอบการปฏิบัติก่อนก็ได้ โดยการนำรถยนต์อีกคันมาต่อท้ายเวลากลางคืนพร้อมกับทำการเปิดไฟหน้าจากนั้นก็ ขึ้นไปนั่งบนรถยนต์คันหน้า ตำแหน่งของผู้ขับขี่ แล้วมองกระจกมองหลังทำการเปรียบเทียบระหว่างก้านดันอยู่ปกติกับถูกดึงการทำ งาน อันนี้เป็นการทดสอบเบื้องต้น แต่ถ้าไม่สะดวกเวลาขับรถในตอนกลางคืน ก็ลองปฏิบัติได้เช่นเดียวกัน หรือ แม้กระทั่งปฏิบัติตามที่กล่าวมาได้เลย ไม่ต้องทดสอบ
แรกๆอาจจะยังไม่เกิดความเคยชิน แต่ถ้ามีการใช้งานมาระยะหนึ่งแล้ว เชื่อเหลือเกินว่าผู้ขับขี่จะมีความพอใจมากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน และอีกประการหนึ่ง ผู้เขียนเชื่อว่าทุกท่านย่อมทำได้ ตามที่กล่าวมาแล้วนั้นจะเห็นได้ว่า อุปกรณ์มาตรฐานที่มากับตัวรถยนต์(โตโยต้า)ถึงแม้ว่าเป็นเพียงชิ้นส่วนชิ้น เล็กๆ  ก็มีความสำคัญเพื่อให้มีความปลอดภัย และการขับขี่ที่ดีนั่นเอง ดังนั้น ผู้ขับขี่จะได้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านั้นอย่างแน่นอน(เฉพาะผู้ขับขี่ท่าน เดียว)

มีแล้วใช้  ปลอดภัยยิ่งขึ้น
แผนกเทคนิคและฝึกอบรม

บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด (กรุงเทพ)

โตโยต้าในไทยไร้ผลกระทบกรณีสหรัฐฯเรียกคืนรถ

โตโยต้ายืนยัน รถทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย กรณีเรียกรถกลับที่สหรัฐอเมริกา ไม่ได้รับผลกระทบ

นายวิเชียร เอมประเสริฐสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า

จากกรณีที่มีกระแสข่าวในการเรียกรถกลับ เพื่อตรวจสอบความปลอดภัยจากกลไกขาคันเร่งในรถยนต์ 8 รุ่น ที่ทำการผลิตและจำหน่ายในสหรัฐอเมริกานั้น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย ขอยืนยันว่า การออกแบบ วัสดุที่ใช้ในการผลิต รวมทั้งบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนดังกล่าว สำหรับรถยนต์ที่ทำการผลิต และจำหน่ายในประเทศไทยนั้น แตกต่างจากรถยนต์ที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ไม่ได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวแต่อย่างใด

นายวิเชียร กล่าวเพิ่มเติมว่า จากกรณีดังกล่าวที่พบในสหรัฐอเมริกา เกิดจากการตรวจสอบพบว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่กลไกขาคันเร่งอาจคืนตัวช้าในขณะลดความเร็ว ซึ่งการตรวจสอบดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบต่อความปลอดภัยของลูกค้าในการใช้รถก่อนที่จะได้รับอันตราย อันเป็นมาตรการขั้นพื้นฐานในการเอาใจใส่ลูกค้าให้ได้รับความปลอดภัยสูงสุดในการใช้รถ ใช้ถนนโดยรถยนต์โตโยต้า ที่ได้รับการเรียกกลับในประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่
Rav4 รุ่นปี ค.ศ.2009 – 2010
Corolla รุ่นปี ค.ศ.2009 – 2010
Matrix รุ่นปี ค.ศ.2009 – 2010
Avalon รุ่นปี ค.ศ.2005 – 2010
Camry รุ่นปี ค.ศ.2007 – 2010
Highlander รุ่นปี ค.ศ.2010 (ยกเว้น รุ่นเครื่องยนต์ ไฮบริด)
Tundra รุ่นปี ค.ศ.2007 – 2010
Sequoia รุ่นปี ค.ศ.2008 – 2010

ไฮลักซ์ วีโก้ สมาร์ทแค็ป 2.5j ที่สุดแห่งความคุ้มค่า

เป็นเจ้าของได้แล้วด้วยราคา 569,000 บาท

>  คลิกที่ภาพเพื่อดูภาพใหญ่

2_13

โตโยต้า ห่วงใย ในสิ่งแวดล้อม (TOYOTA Hybrid)

โตโยต้า  ห่วงใย ในสิ่งแวดล้อม  1

ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิต  และอันดับต้นๆ ก็เกิดจากรถยนต์ ในการที่ปล่อยไอเสียออกมาเป็นจำนวนมาก  บวกกับการสะสมที่เป็นระยะเวลานาน  ตั้งแต่มีการเริ่มผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง  เมื่อมีการปล่อยสู่บรรยากาศจะมีก๊าซที่เป็นมลพิษ   ได้แก่     ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์  (Co) คาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ไนโตรเจนออกไซด์ (Nox ) และสารไฮโดรคาร์บอน ( Hc ) สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มีปัญหาด้านมลพิษ  ดังนั้น สิ่งมีชีวิตรับไปแบบเต็ม ๆ
ในถนนหนทางที่มีการจราจรอย่างหนาแน่น  สังเกตได้ว่าการหายใจจะแสบจมูก, เวียนศีรษะ, คันตามร่างกาย เป็นต้น  การที่มีการสูดดมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากๆ ที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายมนุษย์แน่นอนที่สุดส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ  บางครั้งร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งก็มีโอกาสเช่นกัน  เห็นไหมครับว่า ไอเสียที่คุณปล่อยออกมาจากรถยนต์นั้นน่ากลัวเช่นกัน  มิหนำซ้ำในเรื่องของชิ้นส่วนรถยนต์ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานก็มีอีกเป็นจำนวนมาก  ถึงแม้ว่าจะมีขบวนการนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ใหม่     ( RECYCLE ) ก็ตาม   ด้วยเหตุนี้  ผู้ผลิตรถยนต์จึงพยายามหาแนวทางใหม่ ๆ ในการผลิตรถยนต์ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด  ไม่ว่าจะอยู่ในขบวนการใดก็ตามผู้ผลิตย่อมคำนึงถึงโดยตลอด  การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ทันสมัยใหม่ ๆ การเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีค่ามลพิษจากการเผาไหม้ต่ำ เช่นรถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติอัด  ไม่ว่าจะเป็น  NGV หรือ CNG ก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าลูกผสมหรือที่เรียกว่า ไฮบริด ( HYBRID ) (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฮบริด)
ปัญหาสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่  ในฐานะที่โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ไม่นิ่งนอนใจ  จึงมุ่งมันพัฒนาเทคโนโลยี  เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกปลอดมลพิษอากาศสดใส เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วทางโตโยต้าได้มีสโลแกนคำหนึ่งว่า “ อากาศใส  สบายปอด ”  ถือว่าขณะนั้นประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี  บัดนี้ก็เช่นกัน  ทางโตโยต้าได้ยึดหลัก 4 ประการ  ดังนี้
1.การพัฒนาเครื่องยนต์ในรุ่นปัจจุบัน

  • เครื่องยนต์เบนซิน มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบวาวล์แปรผันอัจฉริยะ VVT- i ซึ่งแปรผันเฉพาะวาวล์ไอดี แต่ปัจจุบันกายเป็น DUAL VVT- i ซึ่งเป็นการแปรผันวาวล์ทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์มีการปล่อยมลพิษที่น้อยลง  การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็น้อยลง แต่ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ทางโตโยต้ายังมีระบบการจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบโดยตรง ( Direct  injection  4-stoke หรือ  D – 4 ) สำหรับในประเทศไทยยังไม่ค่อยได้เห็นกัน  รวมถึงระบบเผาไหม้แบบเจือจาง ( Lean  Burn ) ที่ในประเทศไทยก็ไม่ค่อยได้เห็นเช่นกัน
  • เครื่องยนต์ดีเซล ปัญหาควันดำซึ่งพบมากในเครื่องยนต์ดีเซล มีมลพิษที่ปล่อยออกมาสูง ทางโตโยต้าจึงได้พัฒนาจากเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่ามาเป็นระบบคอมมอนเรล (Common Rial ) ทุกรุ่นในปัจจุบัน  ซึ่งผ่านมาตรฐาน ยูโร 3 ( EuRo 3) ที่ประเทศไทยบังคับใช้ในปัจจุบัน

2.การใช้เชื้อเพลิงทดแทน
 ณ  ปัจจุบันทางโตโยต้า ได้ผลิตรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซได้  แต่มิใช่ว่าจะเป็นก๊าซเพียงอย่างเดียว  แต่สามารถใช้น้ำมันและก๊าซได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้รถยนต์

3.การใช้พลังงานไฟฟ้า
 พลังงานนี้  ไม่ก่อให้เกิดไอเสีย  เพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน  แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องของการใช้งาน คือต้องมีการชารท์บ่อยหลังการใช้งาน
4.การใช้เทคโนโลยี ไฮบริด (HYBRID) 
เป็นนวัตกรรมใหม่แห่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ควบคู่กันในการขับเคลื่อนรถยนต์  ในระบบโตโยต้า ไฮบริด ( TOYOTA  HYBRID  SYSTEM – THS ) ได้รับการยอมรับอย่างมากในทางปฏิบัติ จากผู้บริโภค  เช่น  รถยนต์ พรีอุส ( PRIUS ) ที่ปัจจุบันมียอดจำหน่ายที่สูงมากในทั่วโลก  ระบบไฮบริดของโตโยต้าได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกำเนิดเทคโนโลยีล่าสุด  รถยนต์ไฮบริดเซลล์เชื้อเพลิง ( FUEL  CELL  HYBRID  VEHICLE – FCHV ) ซึ่งใช้ก๊าซไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง


นอกเหนือการพัฒนารถยนต์  กระบวนการผลิต   ตลอดจนเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตโดยเฉพาะชิ้นส่วนที่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อลดปริมาณขยะจากรถยนต์ที่เสื่อมสภาพ  การเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งทางโตโยต้า พยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อรถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด

แผนที่พิธานพาณิชย์

คลิกดูแผนที่สุรวงศ์ คลิกดูแผนที่เพชรบุรี สาขารามอินทรา สาขาทวีวัฒนา

ที่อยู่และเบอร์โทรติดต่อ พิธานพาณิชย์ (กรุงเทพฯ)ทั้ง 5 สาขา

สำนักงานใหญ่สุรวงศ์
(เยื้องธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสุรวงศ์)
292 ถ.สุรวงศ์ แขวงสี่พระยา
เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร 10500
โทร. 0-2234-8760
แฟกซ์ 0-2237-5345
สาขาเพชรบุรีตัดใหม่
(ใกล้และฝั่งเดียวกับรพ.เพชรเวช)
2479 ถ.เพชรบุรีตัดใหม่
แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง
กทม. 10310
โทร. 0-2716-6360
แฟกซ์ 0-2318-2071
สาขารามอินทรา
365 ถ.รามอินทรา
แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10220
โทร. 0-2973-1500,0-2973-1261
แฟกซ์ 0-2973-1260
สาขาอู่สี รามอินทรา31
46/157 ม.4 ถ.รามอินทรา
แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน
กรุงเทพมหานคร 10220
โทร. 0-2522-6859
แฟกซ์ 0-2522-6877
สาขาทวีวัฒนา
67 ถ.บรมราชชนนี
แขวงศาลาธรรมสพน์
เขตทวีวัฒนา
กรุงเทพมหานคร 10170
โทร. 0-2888-2999
แฟกซ์ 0-2888-2477