Tag Archives: hybrid

All New Camry Hybrid

Exterior / รูปลักษณ์ภายนอก

Interior / รูปลักษณ์ภายใน

PERFORMANCE / สมรรถนะ

ความสมบูรณ์แบบแห่งพลัง ความเหนือชั่นแห่งสมรรถนะทุกการขับเคลื่อนคือผู้นำที่ล้ำหน้าใคร

Safety / ระบบความปลอดภัย

Specifications


ใหม่ล่าสุด Camry 2.4 Hybrid Extremo

สเกิร์ตกันชนหน้า สเกิร์ตข้าง  ล้ออัลลอย 16 นิ้ว รมดำ 
สปอยเลอร์หลัง และสเกิร์ตกันชนหลัง สัญลักษณ์ HYBRID EXTREMO ภายในและเบาะสีดำ

New Prius นวัตกรรมใหม่ที่ล้ำหน้าของโตโยต้าพรีอุส

นวัตกรรมที่ล้ำหน้า กับ “โตโยต้า พรีอุส ไฮบริด”

ถึงเวลาแล้วที่คนไทยจะได้สัมผัสนวัตกรรมแห่งอนาคต ที่บรรจงสร้างอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่กวาดรางวัลมาแล้วมากมาย ด้วยยอดขายที่เหลือเชื่อ สามารถที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี สมรรถนะที่เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยี่อันเหนือระดับ จากการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งจากโตโยต้า

เรามาดูกันซิว่ามีอะไรบ้างที่บรรจุอยู่ใน Prius hybrid

เริ่มจากหัวใจของรถยนต์คือเครื่องยนต์ จะใช้ขนาด 1800 cc. 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว วัฎจักร atkinson vvt-I กำลังสูงสุด 73 kw (99 ps) ที่5200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 142 นิวตันเมตรที่ 4000 รอบต่อนาที

ส่วนทางด้านมอเตอร์เจนเนอเรเตอร์ จะมีกำลังสูงสุด 60 kw(82 ps) ทางด้านแรงบิดจะมีถึง 207 นิวตันเมตร แต่ถ้าเครื่องยนต์บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าจะได้กำลังสูงสุดถึง 100 kw (136 ps) เลยทีเดียว ซึ่งมีกำลังที่เพียงพอรวมถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงอีกด้วย ตัวเครื่องยนต์จะไร้ซึ่งสายพาน ดังนั้น แรงฉุดที่จะมากระทำหรือภาระที่มีผลต่อเครื่องยนต์ก็จะดีขึ้น เป็นผลให้อัตราการสิ้นเปลืองโดยเฉลี่ยไม่ว่าจะในเมืองหรือนอกเมืองตกประมาณ ถึง 20 กิโลเมตรต่อลิตรกันเลยทีเดียว ทางด้านการปล่อยไอเสียผ่านมาตรฐาน Euro ระดับที่ 5 น้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ ตั้งแต่ E10 ขึ้นไป (อี 20 ยังใช้ไม่ได้)

ทางด้านแบตเตอรี่ไฮบริด จะใช้ชนิดนิกเกิ้ลเมทัลไฮดราย ที่มีแรงดันไฟฟ้า 201.6 โวลต์ มี 28 โมดูล หากเทียบกับ camry จะมีน้อยกว่า เพราะcamry มีแรงดันไฟฟ้า 244.8 โวลต์ มี 34 โมดูล ซึ่งจะแตกต่างกันนั่นเอง ทางด้านการรับประกันในส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดนั้น 5 ปี โดยที่ไม่จำกัดระยะทาง

มาดูกันในส่วนของการขับเคลื่อน จะใช้ระบบส่งกำลังแบบ E – CVT เหมือนที่อยู่ใน camry hybrid แต่มีการเลือกรูปแบบการขับขี่ได้คือ 1 EV 2 ECO MODE 3 PWR MODE แต่ละอย่างนั้นมีการทำงานที่ต่างกันแล้วแต่ผู้ขับขี่ต้องการนั่นเอง

คันเข้าเกียร์จะมีเอกลักษณ์เป็นของตนเองอาจดูแปลกตากันไปบ้าง ที่แน่ๆสะดวกสบายทันสมัย เบาแรง เข้าเกียร์ง่าย การที่จะเข้าเกียร์ผิดตำแหน่งจะกระทำไม่ได้เลย นอกจากนั้นเงื่อนไขในการทำงานผู้ขับขี่จะต้องทำความเข้าใจเช่นกัน ซึ่งรายละเอียดจะแสดงบนที่มาตรวัดเพื่อให้ผู้ขับขี่ทราบว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร เป็นต้น ผสมผสานกับช่วงล่างทางด้านหน้าแบบเมคเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลงทางด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีม ในส่วนของเบรกก็เป็นดีสเบรกทั้งสี่ล้อ ประสิทธิภาพของการเบรกมั่นใจได้เลยว่าสุดยอด หากมีการเบรกแบบกะทันหัน ไฟเบรกท้ายจะมีการทำงานแบบกระพริบทำให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น การบังคับเลี้ยวจะเป็นแบบไฟฟ้า(eps) หากมีการจอดรถบนทางชัน จะมีการทำงานของระบบ HAC ไม่ให้รถมีการเลื่อนไถลขณะออกตัวบนทางชันนั่นเอง จะเหมือนกับรถยนต์ ALPHARD และ LANDCRUISER PRADO เงื่อนไขการทำงาน จะต้องศึกษาเพิ่มเติมเล็กน้อย

มาดูกันที่มิติของรถยนต์ มีความยาวของทั้งหมด 4.46 เมตร กว้าง 1.745 เมตร และสูง 1.49 เมตร เรียกได้ว่ามีการออกแบบได้อย่างลงตัวทีเดียว รัศมีวงเลี้ยวแค่ 5.2 เมตร โดยมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน เท่ากับ cd 0.25 เท่านั้น ทำให้การเคลื่อนที่ของรถรวมถึงการทรงตัวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย การบรรทุกสัมภาระทางด้านท้ายสามารถจุได้ถึง 445 ลิตร ถือว่าไม่น้อยเลย ความจุของถังน้ำมันเชื้อเพลิงก็ 45 ลิตร เรียกได้ว่า หากใช้งานตามเงื่อนไขแทบจะลืมการเติมน้ำมันกันเลยทีเดียว

ถัดมาในเรื่องของอุปกรณ์ภายนอกที่มีให้ใน prius hybrid เริ่มที่ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED จะออกแนวๆสีฟ้าพิเศษ มีความสวยงามโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไฟประเภทนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานได้ส่วนหนึ่ง ยังไม่หมดแค่นั้น ยังสามารถปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ และเปิด-ปิดอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นรุ่น top ก็จะมีระบบทำความสะอาดไฟหน้า (pop-up type) มาพร้อมกับตัวรถอีกด้วย กระจกมองข้างเป็นแบบลดการเกาะตัวของหยดน้ำ (hydrophilllic) แต่ก็มีสิ่งที่เหนือชั้นคือ กระจกมองข้างจะ มีระบบไล่ฝ้าให้มาอีกด้วยนะครับ ทางด้านของปัดน้ำฝนด้านหน้าจะเป็นแบบอัตโนมัติส่วนทางด้านท้ายจะเป็นแบบหน่วงเวลาที่ดูเข้ากันกับสปอยร์เลอร์หลังที่ดูโดดเด่นมองเห็นอยู่ทางท้ายรถ

Prius

ต่อมาในเรื่องของอุปกรณ์ภายในขอนำเสนอที่เด่นๆและเน้นๆใน prius hybrid ได้แก่

– พวงมาลัยหนังแบบ 4 ก้าน

– หน้าต่างไฟฟ้ามาพร้อมระบบป้องกันกระจกหนีบทั้ง 4 บาน

– ไฟเอนกประสงค์มีทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

ไม่เพียงเท่านั้น ไฟส่องสว่างที่เท้าคู่หน้าก็มีมาให้พร้อมสรรพ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารก็เป็นแบบอัตโนมัติ กระจกมองหลังก็เป็นแบบตัดแสงอัตโนมัติ วัสดุหุ้มเบาะประเภทหนังแท้สีเทา ในรุ่น top ส่วนในรุ่นรองเบาะจะเป็นวัสดุคล้ายกำมะหยี่ ตำแหน่งผู้ขับจะมีชุดดันหลังมาให้ด้วย เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับแยกได้ ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ นอกจากนี้ ยังมีระบบขจัดฝุ่นละอองที่เหมือนกับรถยนต์ Alphard ที่เบาะคู่หน้าจะมีระบบอุ่นเบาะมาให้ด้วยในรุ่น top ซึ่งจะช่วยในเรื่องกล้ามเนื้อของร่างกายได้

มาดูกันต่อ ที่สิ่งอำนวยความสะดวกกันบ้างที่มีให้ ใน prius hybrid เริ่มด้วย push start ที่มีอยู่ในรถยนต์ระดับหรู บวกกับ smart entry ที่อำนวยความสะดวกอย่างมากในการเข้ารถยนต์โดยไม่ใช้กุญแจจะมีด้วยกันถึง 3 ตำแหน่ง (ประตูหน้าซ้าย และขวา, และประตูท้าย) แล้วยังมีระบบการล็อคแบบ 2 ชั้นซึ่งจะเปิดประตูไม่ออกเลยถ้ามีการล็อคไว้เพียงแค่การสัมผัสเท่านั้น ถัดมาก็จอแสดงผลการขับขี่อยากจะบอกว่าในรถยนต์ prius hybrid ไม่ธรรมดาเลย เพราะตำแหน่งของมาตรวัดจะอยู่บริเวณคอนโซลหน้าตรงกลาง สามารถควบคุมและสั่งการได้อย่างง่ายดายโดยผู้ขับขี่ส่งผลให้มีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

ขออนุญาตกล่าวถึงรายละเอียดบนหน้าจอสักเล็กน้อยโดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้ดังนี้

กลุ่มที่ 1 อยู่ทางด้านซ้ายมือ จะเป็นการแสดงสัญลักษณ์ที่เหมือนกับรถยนต์ทั่วๆไป

กลุ่มที่ 2 อยู่ตรงกลางของมาตรวัดเลย เป็นการแสดงผลการทำงานและการขับขี่รถยนต์ไฮบริด (advance multi-display zone) ซึ่งจะมีรายละเอียดต่างๆที่มากมายได้แก่

  • แสดงการทำงานหรือสถานะการทำงานของระบบไฮบริด (energy moniter)
  • แสดงผลการขับขี่แบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (hybrid system indicator)
  • แสดงผลอัตราการสิ้นเปลือง 1 นาที/ 5 นาที (1 min/ 5 min consumption record)
  • แสดงผลอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมัน ของการขับขี่ที่กำหนดไว้พร้อมแสดงผลที่ดีที่สุด (past trip fuel consumption record)

กลุ่มที่ 3 อยู่ทางด้านขวามือของมาตรวัดเป็นการแสดงข้อมูลการขับขี่ทั่วไปและข้อมูลการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆได้โดยเพียงสัมผัสเพียงเบาๆเท่านั้นที่สวิทซ์ที่พวงมาลัย

ดังนั้นข้อมูลที่ต้องการจะทราบสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนพร้อมกับการที่จะเลือกสามารถกระทำได้แบบไม่ยากเย็นได้ตามความต้องการ

มาดูกันต่อที่พวงมาลัยสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ ,ควบคุมเครื่องเสียง ,โทรศัพท์ , รวมถึงความเร็วคงที่ได้โดยสะดวกสำหรับผู้ขับขี่ ไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางมากนักทำให้มีความปลอดภัยเช่นกัน สิ่งอำนวยความสะดวกอีกชิ้นหนึ่งคือ สามารถเลือกระบบของการขับขี่ได้แบบ 3 ฟังก์ชั่น (power , eco , ev mode) ได้ตามความต้องการของท่าน ไม่เพียงเท่านี้ ยังมีการแสดงผลการขับขี่แบบอัจฉริยะบนกระจกบังลมหน้า HUD (hand-up display) ได้แก่ ความเร็วรถยนต์, และแสดงผลการขับขี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม(hybrid system indicator)ทางด้านความบันเทิง ในส่วนของเครื่องเสียง ในรุ่น top จะเป็นแบบ 6cd และ 1cd ในรุ่นรอง ลำโพงทั้งหมดที่มีให้ก็ 8 ลำโพง ควบคุมการทำงานได้อย่างง่ายดาย แถมยังมีระบบที่รองรับในอนาคตอีกด้วย ทางด้านการเชื่อมต่อ Bluetooth ผ่านทางเครื่องเสียงก็สามารถกระทำได้เช่นกัน

มาดูทางด้านความปลอดภัยกันบ้าง เริ่มด้วยไฟตัดหมอกหน้าและหลัง ไฟท้ายแบบ LED เลนส์ใส นอกจากนั้นยังมีสิ่งที่เหนือระดับ คือ หากมีการเบรกแบบกะทันหันไฟเบรกท้ายจะกระพริบ ส่วนระบบ ABS EBD VSC TRC ก็ให้มาอย่างครบชุด ถุงลมนิรภัยรอบคัน ทั้งหมด 7 ตำแหน่ง อยู่ที่คู่หน้า ด้านข้าง ผ้าม่านด้านข้างและหัวเข่าผู้ขับขี่ ที่พนักพิงศีรษะเบาะคู่หน้ายังมีระบบที่ช่วยลดการกระแทก ระบบป้องกันการโจรกรรม TDS และ immobilizer ยังไม่พอ ยังมีระบบล็อค 2 ชั้นอีกต่างหาก โครงสร้างตัวถังแบบ GOA อันลือชื่อจากโตโยต้า

ในเรื่องของสีที่มีให้เลือก ได้แก่

1. Blackish mica

2. HV Blue

3. Silver Metallic

4. Black

5. White Pearl เฉพาะรุ่น top เท่านั้น

ทั้งหมดตามที่ได้กล่าวมานั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีอยู่ในรถยนต์ prius hybrid ซึ่งยังมีรายละเอียดอีกมากมาย ดังนั้น จึงเรียนเชิญมาสัมผัสกับตัวรถจริง ที่ตัวแทนจำหน่ายโตโยต้าได้ทั่วประเทศ

“คิดถึงรถยนต์โตโยต้าครั้งใด เรียกใช้พิธานพาณิชย์”

หลายสิ่งดีดี ที่พรีอุส

แผนกเทคนิคและฝึกอบรม

บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด ( กรุงเทพ ฯ )

เทคโนโลยีพรีอุส Toyota Prius

PRIUS : EXTERIOR

(คลิกภาพเพื่อดูภาพใหญ่)






Toyota Camry Hybrid

Toyota Camry Exterior

กระจังหน้าโครเมียม
ดีไซน์พิเศษสำหรับรุ่น Camry Hybrid แนวเส้นสะท้อนบุคลิกเหนือระดับอย่างชัดเจน บอกตัวตนอันโดดเด่นได้ตั้งแต่แรกเห็น
ไฟตัดหมอก ดีไซน์พิเศษสำหรับรุ่น Camry Hybrid โฉบเฉี่ยวไม่เหมือนใคร เพิ่มทัศนวิสัยให้ทุกการขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม
ชุดไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ HID (High Intensity Dischared)
ให้ความสว่างได้กว้างและไกล พร้อมระบบปรับลำแสงสูง-ต่ำอัตโนมัติเพื่อความปลอดภัยสูงสุดยามค่ำคืน
ไฟเลี้ยงด้านข้าง ให้สัญญาณบอกทิศทางได้อย่างหรูหรา มีระดับ มองเห็นชัดเจน เพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่
ไฟท้ายใหม่
ดีไซน์พิเศษสำหรับรุ่น Camry Hybrid โดดเด่นสะดุดตา ส่องสว่างชัดเจนเห็นชัดจากระยะไกล ด้วยแสงนุ่มนวล ไม่สะท้อนสายตา เพิ่มความปลอดภัยทั้งคุณและรถที่ขับตามมา
รีเฟลกเตอร์ สะท้อนแสงตกกระทบ มองเห็นได้ชัดเจน ให้ความปลอดภัยเหนือระดับขณะขับขี่ยามค่ำคืน
ล้อแม็กอัลลอย 16 นิ้ว
โดดเด่นสะดุดตา ด้วยดีไซน์เฉียบคม งามสง่าทุกขณะเคลื่อนไหว
Image.aspx

คลายข้อข้องใจกับ Hybrid

ความแตกต่างของระบบไฮบริดของโตโยต้ากับไฮบริดอื่นๆ ?

ระบบไฮบริดของโตโยต้าจะเป็นการรวมเอาข้อ ดีของระบบไฮบริดทั้ง 2 แบบ เข้าไว้ด้วยกัน ซึ่งจุดแตกต่างจะมีอยู่ประมาณ 3 จุดใหญ่ๆ คือ 1. มีเจนเนอเรเตอร์(มอเตอร์) 2 ตัว ขณะที่ไฮบริดอื่นจะมีเพียงตัวเดียว 2. การชาร์จกับการขับแยกส่วนกันไม่จำเป็นต้องหมุนตลอดเวลา ทั่วไปจะรวมและหมุนตลอด 3. มอเตอร์อยู่บนเพลาขับ

หากให้เปรียบเทียบระบบไฮบริดของโตโยต้าจะเหมือนกับนักปั่นจักรยาน 2 คนช่วยกันปั่น คนหนึ่งเป็นนักปั่นสปรินท์คือทำเวลาเร็ว เน้นสปีดช่วงต้น ขณะที่อีกคนเป็นนักปั่นแบบระยะทางไกล สลับหรือช่วยกันทำงาน ขณะที่ระบบไฮบริดธรรมดาทั่วไปจะเป็นเหมือน ผู้ใหญ่กับเด็กช่วยกันปั่นจักรยาน คือเด็กจะทำได้แค่ช่วยปั่นลดภาระของผู้ใหญ่ส่วนหนึ่ง

การบำรุงดูแลรักษา ?

ไม่แตกต่างจากรถปกติมากนัก โดยเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายด้านการบริการหลังการขายในระยะทางที่วิ่งใช้งาน เท่าๆ กัน คัมรี่รุ่นเครื่องยนต์ธรรมดา มีค่าใช้จ่ายราว 23,700 บาท เท่ากันกับ คัมรี่รุ่นไฮบริดที่กำลังจะเปิดตัว โดยแบ่งเป็นค่าอะไหล่และของเหลวประมาณ 18,000 บาท และค่าแรง 5,700 บาท

ทั้งนี้ทางโตโยต้า ได้จัดเตรียมด้านการบริการหลังการขายสำหรับรถไฮบริดไว้พร้อมแล้ว โดยมีการอบรมบุคลากรระดับครูฝึกจำนวน 289 คน กระจายประจำอยู่ทุกศูนย์บริการแห่งละ 1 คน และจะมีพนักงานระดับปฏิบัติงานซ่อมที่ผ่านการอบรมอีก 1 คนอยู่คู่กัน นั่นเท่ากับว่า ทุกศูนย์จะมีช่างที่มีความรู้เรื่องเครื่องยนต์ไฮบริดไว้รองรับอย่างน้อย ศูนย์บริการละ 2 คน

ซึ่งครูฝึกจะมีหน้าที่ถ่ายทอดความรู้ให้กับช่างอื่นๆ ภายในศูนย์ด้วยในอนาคต รวมถึงทางโตโยต้า พัฒนาระบบการแก้ปัญหาแบบรีล ไทม์ (Real Time) ผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เพื่อให้ช่างสามารถรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถไฮบริดเข้ามายังศูนย์เทคนิค และสอบถามแนวทางการซ่อมได้ตลอดเวลา เรียกว่าโตโยต้าเตรียมความพร้อมให้กับทุกศูนย์บริการเพื่อสร้างความอุ่นใจ ให้กับลูกค้ารถไฮบริดทุกคน

อายุการใช้งานของแบตเตอร์รี่ ?

ในแง่ของการรับประกัน โตโยต้า การันตีรับคุณภาพของแบตเตอร์รี่ 5 ปี ส่วนอายุการใช้งานค่อนข้างมั่นใจว่า น่าจะเกิน 10 ปี สำหรับแบตเตอร์รี่รุ่นใหม่ที่ใช้อยู่ในคัมรี่ ไฮบริด ตัวนี้ เนื่องจากสถิติของการส่งแบตเตอร์รี่กลับไปทำลายที่ญี่ปุ่นในเวลานี้มีจำนวน ต่ำมาก ทั้งๆ ที่รถไฮบริดแบบโปรดักซั่นคาร์รุ่นแรกคือ โตโยต้า พรีอุส ออกจำหน่ายตั้งแต่เมื่อ 12 ปีที่แล้ว

สำหรับ การกำจัดแบตเตอร์รี่ของรถคัมรี่ ไฮบริดนั้นในช่วง 3 ปีแรกจะส่งกลับไปที่ศูนย์กำจัดแบตเตอรี่ที่ประเทศญี่ปุ่น ส่วนในอนาคตกำลังอยู่ระหว่างการจัดหาบริษัทที่จะเข้ามารับผิดชอบในการกำจัด แบตเตอร์รี่ในเมืองไทย ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้ทางบริษัทฯ โตโยต้า จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด ลูกค้าไม่ต้องจ่ายอีก ปกติค่าใช้จ่ายส่วนนี้ที่อเมริกาจะอยู่ประมาณ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อการกำจัดแบตเตอร์รี่ 1 ลูก

โอกาสไฟไหม้หรือไฟซ็อต ?

แทบ จะเป็นศูนย์เปอร์เซ็นต์ ในสภาพการใช้งานปกติ หากเป็นกรณีรถเกิดอุบัติเหตุ จะมีระบบเซฟตี้ ไม่ว่าจะเป็นการชนด้านหน้าหรือด้านท้าย แบตเตอร์รี่จะไม่มีการระเบิดอย่างแน่นนอน ส่วนกรณีรถตกน้ำ ไปก็จะไม่ดูดเช่นกัน เนื่องจากการแบ่งเซลล์ภายในของแบตเตอร์รี่ที่เป็นการต่อแบบอนุกรมเซลล์ละ 7.2 โวลท์ ดังนั้นเมื่อรถตกน้ำจะมีกระแสไฟเพียง 7.2 โวลท์เท่านั้น(ใกล้เคียงกับแบตมือถือ) ซึ่งไม่เป็นอันตรายต่อบุคคล

อย่างไรก็ตาม หากเป็นกรณีรื้อซ่อมโดยช่างที่ไม่รู้หรือไม่มีความชำนาญในการทำงาน อาจจะเกิดอันตรายไฟซ็อตถึงขึ้นเสียชีวิตได้ จากความรู้เท่าไม่ถึงการ ฉะนั้นการรื้อสายไฟหรือเครื่องยนต์เพื่อซ่อมควรจะกระทำโดยช่างที่ผ่านการอบ รมมาแล้วเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน

โตโยต้ามีการทดสอบคัมรี่ ไฮบริดภายใต้สภาพอากาศต่างๆ และพื้นผิวหลากหลายชนิดของถนนเมืองไทย เป็นระยะทางกว่า 100,000 กม. ก่อนที่จะมีการแนะนำตัวคัมรี่ ไฮบริดในเมืองไทย ดังนั้นจึงมั่นใจเมื่อใช้งานจริงจะไม่มีปัญหา

เทคนิคการขับ ?

ไม่มีอะไรพิเศษ นอกจากการเบรก ที่จำง่ายๆ ยิ่งเบรกแรง การชาร์จยิ่งน้อย ยิ่งเบรกน้อย(ค่อยๆ เบรก) การชาร์จจะมาก เนื่องจากการชาร์จแบตจะอาศัยแรงเฉื่อยของรถในขณะที่ทำการเบรก ฉะนั้นยิ่งรถเบรกหยุดเร็วการชาร์จไฟเข้าสู่แบตเตอร์รี่ก็จะสั้นลง

คงจะพอไขความกระจ่างได้ระดับหนึ่ง สำหรับใครที่ยังมีข้อข้องใจ โตโยต้า พร้อมให้ลูกค้าทุกท่านสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทุกแห่งทั่วประเทศ

ที่มา http://www.manager.co.th/Motoring

Camry-Battery

camry hybrid รับรองการใช้งานแบตเตอรี่ ถึง 10 ปี

วิสัยทัศน์ที่ยาวไกลกว่า กับการรับรอง
การใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด ที่ยาวนานถึง 10 ปี


ด้วยการพัฒนายนตรกรรมที่คำนึงถึงประสิทธิภาพและความทนทานเป็นหลัก
แบตเตอรี่ไฮบริดได้รับการออกแบบให้มีการควบคุมปริมาณการจาร์จไฟเข้า
และการนำไฟไปใช้อย่างเหมาะสม รวมถึงการควบคุมอุณหภูมิให้คงที่
ด้วยระบบควบคุมคอมพิวเตอร์ จึงทำให้แบตเตอรี่ไฮบริด
สามารถใช้งานได้ยาวนาน จึงหมดกังวลได้กับประสิทธิภาพที่ทนทาน

และเพื่อตอบแทนลูกค้าคนสำคัญที่มีวิสัยทัศน์เช่นคุณ
โตโยต้าพร้อมมอบสิทธิพิเศษในการรับรอง แบตเตอรี่ไฮบริด เพื่อเติมเต็มความเชื่อมั่น
ในระบบขับเคลื่อนอัจฉจริยะของวันพรุ่งนี้

สิทธิพิเศษแห่งการรับรองแบตเตอรี่ไฮบริด สำหรับคัมรี่ ไฮบริด ทุกคันที่จองและรับรถก่อน 31 ธันวาคม 2553

โตโยต้ามอบบริการพิเศษในการรับรองแบตเตอรี่ไฮบริด ครอบคลุมในปีที่ 6 ถึง 10 แบบไม่จำกัดระยะทาง (ต่อเนื่องจากระยะเวลาประกันในปีที่ 5 )
โปรดสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่พิธานพาณิชย์ทั้ง 5 สาขา


สาขาสุรวงศ์ : 0-2234-8760 , สาขาเพชรบุรีตัดใหม่ : 0-2716-6360, สาขารามอินทรา : 0-2973-1500, สาขาอู่สี รามอินทรา 0-2522-6859,  สาขาทวีวัฒนา 0-2888-2999 Call Center 0-2973-1268

เทคโนโลยี Camry Hybird กับบททดสอบในน้ำ!!?

เพิ่มความมั่นใจสำหรับท่านที่ใช้ Camry Hybrid ด้วยบททดสอบในน้ำ มาดูสมรรถภาพของ Camry Hybrid พร้อมๆกัน ในงาน “Drive confidence Drive Hybrid

Camry Hybrid รุ่นพิเศษ Blue Celebration ฉลองยอดขาย 1 หมื่นคัน

โตโยต้าส่ง Camry Hybrid รุ่นตกแต่งพิเศษ Blue Celebration ฉลองยอดขาย 1 หมื่นคัน เพื่อขอบคุณลูกค้า จำหน่ายเพียง 300 คัน พร้อมข่าวดีก่อนสิ้นปีส่ง Prius Hybrid ทำตลาดในไทย

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากบริษัทได้แนะนำรถยนต์โตโยต้า Camry Hybrid ออกสู่ตลาดไปเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมา ขณะนี้บริษัทได้มียอดการจำหน่ายสะสมของ Camry Hybrid ทั่วประเทศกว่า 10,000 คันแล้ว และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกใช้รถรุ่นนี้ และเป็นการเฉลิมฉลองยอดขายครบ 10,000 คันในประเทศไทย บริษัทจึงได้ตัดสินใจส่งรถยนต์โตโยต้า Camry Hybrid Blue Celebration ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ หรือ Limited Edition โดยภายนอกของตัวรถจะเป็นสีฟ้า

ภายในห้องโดยสาร Camry Hybrid Blue Celebration เน้นเป็นโทนสีดำ รวมถึงพรม สีดำ ส่วนรายละเอียดอื่นไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงจากรุ่นเดิมแต่อย่างใด รวมไปถึงราคาด้วย Camry Hybrid Blue Celebration ขายเพียง 300 คันเท่านั้น และจะจำหน่ายในราคาเท่าเดิมไม่มีการปรับขึ้นราคาแต่อย่างใด และในเร็วๆนี้จะมีการส่งรถยนต์นั่งไฮบริด อีก 1 รุ่น คือ พรีอุส ไฮบริด(Prius Hybrid) ลงขายในตลาดบ้านเรา

ภายใน toyota camry hybrid new limited edition

นอกจากนี้ลูกค้าที่ตัดสินใจซื้อรถยนต์โตโยต้า Camry Hybrid Blue Celebration จะได้รับสิทธิพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ห้องพักในเครือโรงแรมเซ็นทรัลทารา แกรนด์, สิทธิการใช้บริการห้องรับรองของการบินไทย, ที่จอดรถสำรองพิเศษห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล, สิทธิพิเศษรับรองแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี โดยลูกค้าสามารถใช้สิทธิข้างต้นได้ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี

2_13

New Camry 2009 และ Vigo 2.5 VNT (Variable Nozzle Turbo )

New Camry 2009 หรือ Camry Minorchange  ด้วยภาพลักษณ์ที่หรูหรา เปิดตัวพร้อมกับ Camry Hybrid สร้างความฮือฮาไม่แพ้ Camry Hybrid ด้วยระบบเครื่องยนต์ และสมรรถนะแห่งความปลอดภัยที่ทันสมัย ทำให้ถูกจองก่อนราคาออก

 

Vigo 2.5VNT  (Variable Nozzle Turbo : VNT) หน้าเดิม ตัวเดิม แต่ขอใส่เครื่องยนต์ 2.5 เทอร์โบแปรผัน ในรุ่น 4X4 และ ขับสองยกสูง

“การเปิดตัวปิกอัพโตโยต้า ไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VNT(Variable Nozzle Turbo) หรือที่เป็นเทอร์โบแปรผัน เพื่อเพิ่มสมรรถนะปิกอัพในไลน์ให้สมบูรณ์ขึ้น เพราะไฮลักซ์ วีโก้ เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบแปรผันปัจจุบัน มีอยู่ในเฉพาะรุ่น 3.0 ลิตรเท่านั้น ส่วนรุ่น 2.5 ลิตร เป็นเพียงเทอร์โบอินเตอร์คูลเลอร์ โดยโตโยต้าจะติดตั้งเทอร์โบแปรผัน ในปิกอัพไฮลักซ์ วีโก้ เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ส่งผลกำลังปรับเพิ่มเป็นมากกว่า 140 แรงม้า จากรุ่นเทอร์โบธรรมดาเดิม 120 แรงม้า ทำให้ใกล้เคียงกับคู่แข่งในตลาดที่เป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบแปรผันเหมือนกัน แต่ก็จะทำให้ราคาของไฮลักซ์ วีโก้ 2.5 VN เทอร์โบ ปรับเพิ่มขึ้น คาดว่าไม่เกิน 2 หมื่นบบาท นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า โตโยต้าอาจจะเปิดตัวปิกอัพยกสูง “ไฮลักซ์ วีโก้ พรีรันเนอร์” เครื่องยนต์ 2.5 VN เทอร์โบสู่ตลาดด้วย มีให้เลือกทั้งแบบสมาร์ทแค็บ (แค็บเปิดได้) และดับเบิลแค็บ (4 ประตู) ซึ่งเดิมรุ่นพรีรันเนอร์จะมีอยู่เฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ 3.0 VN เทอร์โบเท่านั้น”

รายละเอียดอุปกรณ์ภายใน, ภายนอก และข้อมูลทางเทคนิค..คลิกที่นี่

ตรวจสอบราคารถคลิกที่นี่
รายละเอียด New CAMRY และ CAMRY Hybrid คลิกที่นี่

hybrid_status

Toyota Camry Hybird ยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

รถยนต์ไฮบริด

“เทคโนโลยีไฮบริด คือ เทคโนโลยีรถยนต์ที่มีการใช้พลังงาน 2 ส่วน ทั้งพลังงานน้ำมันควบคู่มอเตอร์ไฟฟ้า”

การทำงานของระบบ Hybrid

รถยนต์ถูกขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว โดยอาศัยพลังงานไฟฟ้าที่สะสมไว้ในแบตเตอรี่

รถยนต์ถูกขับเคลื่อนโดยอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้า โดยระบบควบคุมอัจฉริยะจะตรวจสอบสภาพการขับขี่ในขณะนั้น แล้วสั่งการให้เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าทำงานประสานกันอย่างเหมาะสมลงตัว เพื่อให้ได้การประหยัดน้ำมันสูงสุด ณะเดียวกันพลังงานส่วนเกินที่ไม่ได้ใช้งานจะถูกแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าและเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่

รถยนต์ถูกขับเคลื่อนด้วยกำลังจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าผสาน 2 พลัง ทำให้ได้อัตราเร่งสูงสุด

เครื่องยนต์หยุดทำงานขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เป็นเครื่องกำเนิดไฟและเปลี่ยนพลังงานความร้อนที่เกิดจากการลดความเร็ว หรือเบรกไปเป็นพลังงานไฟฟ้า ส่งไปเก็บสะสมไว้ในแบตเตอรี่

เครื่องยนต์จะหยุดการทำงานขณะแตะเบรกแล้วจอดมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยประคองให้รถหยุดอย่างนุ่มนวล

 

อ่านรายละเอียดรถยนต์โตโยต้า แคมรี่ ไฮบริดทั้งหมด คลิกที่นี่

2_13

โตโยต้า ห่วงใย ในสิ่งแวดล้อม (TOYOTA Hybrid)

โตโยต้า  ห่วงใย ในสิ่งแวดล้อม  1

ปัญหาสิ่งแวดล้อม  ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิ่งมีชีวิต  และอันดับต้นๆ ก็เกิดจากรถยนต์ ในการที่ปล่อยไอเสียออกมาเป็นจำนวนมาก  บวกกับการสะสมที่เป็นระยะเวลานาน  ตั้งแต่มีการเริ่มผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง  เมื่อมีการปล่อยสู่บรรยากาศจะมีก๊าซที่เป็นมลพิษ   ได้แก่     ก๊าซคาร์บอนมอนนอกไซด์  (Co) คาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ไนโตรเจนออกไซด์ (Nox ) และสารไฮโดรคาร์บอน ( Hc ) สิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้มีปัญหาด้านมลพิษ  ดังนั้น สิ่งมีชีวิตรับไปแบบเต็ม ๆ
ในถนนหนทางที่มีการจราจรอย่างหนาแน่น  สังเกตได้ว่าการหายใจจะแสบจมูก, เวียนศีรษะ, คันตามร่างกาย เป็นต้น  การที่มีการสูดดมเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากๆ ที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า ไม่เป็นผลดีต่อร่างกายมนุษย์แน่นอนที่สุดส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ  บางครั้งร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งก็มีโอกาสเช่นกัน  เห็นไหมครับว่า ไอเสียที่คุณปล่อยออกมาจากรถยนต์นั้นน่ากลัวเช่นกัน  มิหนำซ้ำในเรื่องของชิ้นส่วนรถยนต์ที่เสื่อมสภาพจากการใช้งานก็มีอีกเป็นจำนวนมาก  ถึงแม้ว่าจะมีขบวนการนำชิ้นส่วนกลับมาใช้ใหม่     ( RECYCLE ) ก็ตาม   ด้วยเหตุนี้  ผู้ผลิตรถยนต์จึงพยายามหาแนวทางใหม่ ๆ ในการผลิตรถยนต์ที่จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด  ไม่ว่าจะอยู่ในขบวนการใดก็ตามผู้ผลิตย่อมคำนึงถึงโดยตลอด  การใช้เทคโนโลยีขั้นสูงที่ทันสมัยใหม่ ๆ การเลือกใช้เครื่องยนต์ที่มีค่ามลพิษจากการเผาไหม้ต่ำ เช่นรถยนต์พลังงานก๊าซธรรมชาติอัด  ไม่ว่าจะเป็น  NGV หรือ CNG ก็ตาม รถยนต์ไฟฟ้าลูกผสมหรือที่เรียกว่า ไฮบริด ( HYBRID ) (ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับไฮบริด)
ปัญหาสิ่งแวดล้อมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่  ในฐานะที่โตโยต้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ไม่นิ่งนอนใจ  จึงมุ่งมันพัฒนาเทคโนโลยี  เพื่อสร้างสรรค์ให้โลกปลอดมลพิษอากาศสดใส เมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วทางโตโยต้าได้มีสโลแกนคำหนึ่งว่า “ อากาศใส  สบายปอด ”  ถือว่าขณะนั้นประสบผลสำเร็จได้เป็นอย่างดี  บัดนี้ก็เช่นกัน  ทางโตโยต้าได้ยึดหลัก 4 ประการ  ดังนี้
1.การพัฒนาเครื่องยนต์ในรุ่นปัจจุบัน

  • เครื่องยนต์เบนซิน มีการพัฒนาทางเทคโนโลยีให้สูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบวาวล์แปรผันอัจฉริยะ VVT- i ซึ่งแปรผันเฉพาะวาวล์ไอดี แต่ปัจจุบันกายเป็น DUAL VVT- i ซึ่งเป็นการแปรผันวาวล์ทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์มีการปล่อยมลพิษที่น้อยลง  การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงก็น้อยลง แต่ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์เพิ่มมากขึ้น  นอกจากนี้ทางโตโยต้ายังมีระบบการจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้แบบโดยตรง ( Direct  injection  4-stoke หรือ  D – 4 ) สำหรับในประเทศไทยยังไม่ค่อยได้เห็นกัน  รวมถึงระบบเผาไหม้แบบเจือจาง ( Lean  Burn ) ที่ในประเทศไทยก็ไม่ค่อยได้เห็นเช่นกัน
  • เครื่องยนต์ดีเซล ปัญหาควันดำซึ่งพบมากในเครื่องยนต์ดีเซล มีมลพิษที่ปล่อยออกมาสูง ทางโตโยต้าจึงได้พัฒนาจากเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นเก่ามาเป็นระบบคอมมอนเรล (Common Rial ) ทุกรุ่นในปัจจุบัน  ซึ่งผ่านมาตรฐาน ยูโร 3 ( EuRo 3) ที่ประเทศไทยบังคับใช้ในปัจจุบัน

2.การใช้เชื้อเพลิงทดแทน
 ณ  ปัจจุบันทางโตโยต้า ได้ผลิตรถยนต์ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซได้  แต่มิใช่ว่าจะเป็นก๊าซเพียงอย่างเดียว  แต่สามารถใช้น้ำมันและก๊าซได้ ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้ใช้รถยนต์

3.การใช้พลังงานไฟฟ้า
 พลังงานนี้  ไม่ก่อให้เกิดไอเสีย  เพราะใช้มอเตอร์ไฟฟ้า และแบตเตอรี่ในการขับเคลื่อน  แต่ก็ยังมีข้อจำกัดอยู่บ้างในเรื่องของการใช้งาน คือต้องมีการชารท์บ่อยหลังการใช้งาน
4.การใช้เทคโนโลยี ไฮบริด (HYBRID) 
เป็นนวัตกรรมใหม่แห่งเทคโนโลยีเครื่องยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้ควบคู่กันในการขับเคลื่อนรถยนต์  ในระบบโตโยต้า ไฮบริด ( TOYOTA  HYBRID  SYSTEM – THS ) ได้รับการยอมรับอย่างมากในทางปฏิบัติ จากผู้บริโภค  เช่น  รถยนต์ พรีอุส ( PRIUS ) ที่ปัจจุบันมียอดจำหน่ายที่สูงมากในทั่วโลก  ระบบไฮบริดของโตโยต้าได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนกำเนิดเทคโนโลยีล่าสุด  รถยนต์ไฮบริดเซลล์เชื้อเพลิง ( FUEL  CELL  HYBRID  VEHICLE – FCHV ) ซึ่งใช้ก๊าซไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง


นอกเหนือการพัฒนารถยนต์  กระบวนการผลิต   ตลอดจนเลือกใช้วัตถุดิบในการผลิตโดยเฉพาะชิ้นส่วนที่สามารถรีไซเคิลได้เพื่อลดปริมาณขยะจากรถยนต์ที่เสื่อมสภาพ  การเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมซึ่งทางโตโยต้า พยายามอย่างต่อเนื่อง เพื่อรถยนต์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้มากที่สุด