phithan-toyota.com | พิธานพาณิชย์ จำกัด ศูนย์บริการและจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น

บทความ

พึงระวัง สำหรับ ขับล้อหน้า

หมวด ลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ | จำนวนคนอ่าน 42347 ครั้ง | เมื่อ : 07 ก.พ. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

รถยนต์แต่ละคันกว่าจะได้มาแสนยากลำบาก การบำรุงรักษาตลอดการใช้งานอาจจะยากกว่าและในบทความที่จะกล่าวถึงนี้ จะอยู่ในส่วนของการขับเคลื่อนนั่นก็คือ "เพลาขับ"

 

 

 

 

 

 

 

ชิ้นส่วนดังกล่าว  จะถูกติดตั้งอยู่ระหว่างชุดเกียร์กับล้อ  การหมุนของเพลาขับจะเท่ากับการหมุนของล้อ  การทำงานถือว่าหนักมาก และสำคัญมาก ซึ่งสาระสำคัญไม่เกี่ยวกับการหมุนของล้อแต่อย่างใด  แต่จะกล่าวถึงในส่วนที่พึง 
ระวัง คือ "การเลี้ยวในวงแคบ"   
 
แล้วรู้ได้อย่างไรว่าเป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้า ?  

ในรถยนต์โตโยต้า มีด้วยกันหลายรุ่น นับตั้งแต่ ปี ค.ศ.1990 เป็นต้นมา  
 -   CORONA
 -   COROLLA
 -   CAMRY
 -   VIOS  
 -   SOLUNA
 -   YARIS 
 -   CELICA  

ข้อพึงระวังดังกล่าว  ไม่เพียงแต่ในรถยนต์โตโยต้าเท่านั้น  แต่รวมถึงรถยนต์ ยี่ห้ออื่นที่เป็นแบบขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยเช่นกัน  ในการเลี้ยวหรือกลับรถในพื้นที่แคบ  ผู้ขับขี่แต่ละท่านการขับขี่ไม่เหมือนกัน  เช่น ช้าบ้าง-เร็วบ้าง หรือตีวงกว้าง-ตีวงแคบ แตกต่างกันไป  แต่ในสภาพการจราจรที่แออัด จำเป็นที่จะต้องเร่งรีบ เลยทำให้ส่งผลถึงตัว "เพลาขับ" นั่นเอง   
 
เอ๊ะ ! แล้วเกี่ยวกับเพลาขับตรงไหน ?  

การที่เลี้ยว หรือ กลับรถในที่แคบแล้วไหนจะรีบอีก  (คันหลังจะต่อว่าเอา)  เลยทำให้รีบหักพวงมาลัย  แล้วเร่งเครื่องอย่างรวดเร็ว  ด้วยเหตุผลนี้  เพลาขับ  (ด้านติดล้อ) จะถูกหักเลี้ยวตามการเลี้ยว  ลูกปืนที่หัวเพลาจะเกิดการบิดตัวภาย  ในอย่างรุนแรง  ซึ่งจะทำให้เกิดการสึกหรอสูง  ถ้ากระทำเช่นนี้บ่อยๆ จะทำให้หลวมคลอนเร็วกว่าการใช้งานปกติ  ซึ่งจะไม่เป็นผลดีเท่าไรต่อท่านเจ้าของรถ  การซ่อมบำรุง  หรือเปลี่ยน  จะมีราคาค่อนข้างสูง  ดังนั้น  ในการเลี้ยวแต่ละครั้งให้คำนึงถึงจุดนี้ด้วย

อีกจุดหนึ่งที่จะชำรุดก่อน ก็คือ "ยางกันฝุ่นเพลาขับ" ตัวที่ติดล้อนั่นแหล่ะ ยางกันฝุ่นเป็นยาง ย่อมมีอายุการใช้งานเหมือนยางทั่ว ๆ ไป  แต่ถ้ามีการเลี้ยวเหมือนข้อความข้างต้น  ก็จะทำให้ฉีกขาดเร็ว  ในเมื่อฉีกขาดเร็วก็จะทำให้สารหล่อลื่น (จารบี)  หลุดออกจากชุดลูกปืนหัวเพลา  และเมื่อเป็นเช่นนี้  หัวเพลาจะได้รับความเสียหายอย่างแน่นอน   ดังนั้น  เมื่อยางกันฝุ่นเพลาขับตัวใดตัวหนึ่งขาด ให้รีบซ่อมโดยด่วน มิฉะนั้น จะส่งผลให้เพลาหลวมคลอนได้ และเปลี่ยนในที่สุด  
 
จะรู้ได้อย่างไรว่า ยางกันฝุ่นเพลาขับชำรุด หรือ ฉีกขาด ?  

โดยทั่วไปแล้ว ยางกันฝุ่นเพลาขับตัวนอก (ด้านติดล้อ) จะขาดก่อน ให้สังเกตว่ามีคราบจารบี หรือ สิ่งสกปรกติดอยู่ทางด้านในของล้อนั้นๆ แสดงว่าขาดแน่นอน แต่จะให้ชัวร์เลย ก็ให้ก้มลงดูใต้ท้องรถก็จะทราบว่ามาจากจุดใด หรือ ให้ช่างผู้ชำนาญงานตรวจสอบก็จะดียิ่งขึ้น   
 
และมีวิธีใดที่ช่วยให้การใช้งานยาวนาน ?  

 1.   เลี้ยวรถ หรือ กลับรถด้วยความเร็วต่ำ  
 2.   ให้ตีวงเลี้ยวกว้าง (ถ้าเป็นไปได้)  
 3.   หลีกเลี่ยงการหักพวงมาลัยสุด หรือ หักเลี้ยวสุดขณะรถเคลื่อนที่  
 4.   ตรวจสภาพยางกันฝุ่นเพลาขับสม่ำเสมอ (เริ่มชำรุดเปลี่ยนทันที)  
 5.   ตรวจสอบสารหล่อลื่น (จารบี) ในเพลาขับ อันนี้ตรวจสอบเองลำบาก คงให้ช่างตรวจสอบ  
 

*** เพียงเท่านี้ เพลาขับของท่านก็จะอยู่ตราบนานเท่านาน ตลอดอายุการใช้งานครับ *** 
 


 ด้วยความปรารถนาดีจาก  
 แผนกเทคนิคและฝึกอบรม  
 บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด (กรุงเทพฯ)

 

 

 

หมวด ลักษณะปัญหาที่เกิดขึ้นกับรถยนต์ | จำนวนคนอ่าน 42347 ครั้ง | เมื่อ : 07 ก.พ. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

    แสดงความคิดเห็น (1)

  • ความเห็นที่ 1
  • ละถ้าเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลังละครับ จะต้องทำตามแบบที่ว่าไหมครับ
  • จาก : kaeko
  • เมื่อ : 2009-02-26 08:09:53

เลือกซื้อสินค้าออนไลน์ Trumq