phithan-toyota.com | พิธานพาณิชย์ จำกัด ศูนย์บริการและจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น

บทความ

ใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ไม่ดีอย่างที่คิด

หมวด อะไหล่ | จำนวนคนอ่าน 124260 ครั้ง | เมื่อ : 22 พ.ค. 2551 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ในแต่ละครั้ง จะต้องเป็นไปตามที่ระบุไว้อยู่ในคู่มือการใช้รถ เพื่อให้ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์คงทน สามารถที่จะใช้งานได้ยาวนาน ซึ่งสิ่งที่ได้นั้นเป็นสิ่งที่เจ้าของรถต้องการอยู่แล้ว เพราะหัวใจของรถยนต์คือเครื่องยนต์ จะได้ยินประโยคนี้กันบ่อยมาก ไม่ควรหลงเชื่อโฆษณา เพราะจะกล่าวถึงสิ่งดีๆ ว่าใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องยี่ห้อนี้ จะทำให้เครื่องยนต์ทนทาน ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง เครื่องยนต์เงียบขึ้น อะไรทำนองนี้ เป็นต้น แต่ความเป็นจริงนั้น มิได้ช่วยอะไรเลย

หากต้องการเติมหัวเชื้อน้ำมันเครื่องซึ่งจะไม่เป็นผลดีแก่เครื่องยนต์แล้ว ท่านยังจะต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการซื้อเติมใส่เข้าไปอีก ในการเติมใส่เพียงครั้งคราว ก็จะไม่เกิดผลข้างเคียงอะไรมากนัก แต่ถ้าหากมีการเติมใส่ทุกครั้งที่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง จะเกิดผลตามมาอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นเสียงจากภายในเครื่องยนต์ที่แปลกไปจากเดิม กำลังของเครื่องยนต์ตกลง การสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น นอกจากนั้น จะทำให้เกิดอาการกินน้ำมันเครื่อง บางคนสงสัยว่าใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องแล้วยังกินน้ำมันเครื่องได้อย่างไร เรามีตัวอย่างให้ดู ( ดังรูปข้างล่าง )


ผลของการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง
จากรูป เป็นชิ้นส่วนของเครื่องยนต์รุ่นหนึ่ง ซึ่งผู้ใช้รถยนต์ใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องมาเป็นระยะเวลานานทำให้เกิดคราบสะสมเป็นตะกอนเกิดขึ้นมากมาย ( ดังรูป ) การไหลเวียนของน้ำมันเครื่องก็ด้อยลงไป การสึกหรอย่อมมีสูงขึ้นตามลำดับ การไหลเวียนของน้ำมันเครื่องนั้น จะไหลไปหล่อลื่นยังชิ้นส่วนต่างๆ ตามวงจรของการหล่อลื่น แล้วจะตกลงสู่ด้านล่างของเครื่องยนต์ จากนั้นก็จะถูกปั๊มขึ้นไปหล่อลื่นเรื่อยไป ขณะเครื่องยนต์ทำงาน แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ น้ำมันเครื่องจะไหลกลับไปยังอ่างน้ำมันเครื่อง แต่ไหลไปไม่ได้ทั้งหมด ไม่เป็นไปตามค่ากำหนดของเครื่องยนต์ จะมีบางส่วนจะไหลไปยังช่องทางที่ไหลไปได้โดยง่าย ก็เท่ากับว่าไหลออกไปสู่ท่อร่วมไอดี ผ่านรูระบายแรงดันน้ำมันเครื่อง แล้วถูกดูดเข้าไปเผาไหม้พร้อมกับน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อใช้ไประยะเวลาหนึ่ง ทำการวัดระดับน้ำมันเครื่องจะพบว่าลดต่ำลง ตามที่กล่าวมาแล้วนั้น ได้เกิดขึ้นจริงมาแล้ว แต่กว่าจะทราบหรือหาสาเหตุที่แท้จริงนั้นค่อนข้างยาก ถ้าไม่ตรวจสอบอย่างละเอียดจริงๆ ต่อให้โอเวอร์ฮอลเครื่อง ( ยกเครื่อง ) ก็มิได้ช่วยให้ดีขึ้นแต่อย่างใด

บางคนอาจมีการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องได้บ้าง ในกรณีที่ทำการขายรถให้กับบุคคลอื่น ซึ่งต้องการให้เครื่องยนต์มีเสียงที่เงียบลง เพื่อที่จะขายรถคันนั้นได้ และวิธีการดังกล่าวก็เป็นที่นิยม ส่วนการที่จะใส่ลงไปเท่าไรนั้น ไม่สามารถระบุได้แน่นอน แต่ที่แน่ๆ เมื่อทำการวัดระดับน้ำมันเครื่อง จะต้องไม่เกินระดับที่กำหนด ถือว่าเป็นการตบตาผู้ที่จะซื้อรถนั่นเอง ไม่เพียงเท่านี้กับวิธีการที่แยบยลของผู้ค้าหรือผู้ขาย มีมากมายหลายวิธี หากมีข้อมูลอะไรใหม่ๆ ทางผู้เขียนจะนำเสนอในโอกาสต่อไป

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์ทุกท่าน ขอให้เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตามระยะเวลาที่กำหนดก็เพียงพอแล้ว และเลือกใช้เกรดน้ำมันเครื่อง ตรงตามคู่มือที่ระบุไว้เท่านั้น เครื่องยนต์ของท่านจะสามารถใช้งานได้ยาวนาน สังเกตไหมครับว่าบริษัทรถยนต์ส่วนมากก็ไม่ได้แนะนำให้ใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง นั่นก็หมายความว่า ส่งผลกระทบต่อเครื่องยนต์ของเขาอย่างแน่นอน หากมีการตรวจสอบเนื่องจากการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ในเครื่องยนต์ของเขาซึ่ง เกิดการชำรุดสึกหรอต่อเครื่องยนต์ อาจจะถูกปฏิเสธการเคลมโดยสิ้นเชิง ผู้ใช้รถคงต้องรับผิดชอบเองแต่ผู้เดียว โทษใครไม่ได้เพราะเลือกใช้เองหรือมีผู้แนะนำให้ใช้ จะไปเอาผิดกับผู้แนะนำคงทำไม่ได้

จากการสำรวจของผู้เขียน โดยการสอบถามจากรถแท็กซี่ ( โตโยต้า ) เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ารถแท็กซี่วิ่งใช้งานเกือบ 24 ชั่วโมงเต็มต่อวัน ก็มิได้เติมหัวเชื้อน้ำมันเครื่องแต่อย่างใด ( อาจสอบถามไม่ถูกคน ) ดังนั้น ขอให้พิจารณากันนะครับ เห็นมั้ยครับว่า ถ้าใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเครื่องยนต์อย่างแน่นอนไฉนเลยยังใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องกันอยู่อีก สำหรับผู้ที่มีรถยนต์ถูกใช้งานมานานแล้วนั้น ขอแนะนำให้โอเวอร์ฮอล ( ยกเครื่อง ) เครื่องยนต์สัก 1 ครั้ง ในกรณีที่เครื่องยนต์ของท่านโทรมจริงๆ ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่าย ก็ต้องตัดสินใจทำเพราะจะดีต่อเครื่องยนต์ของท่าน สุดท้ายนี้ขอให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ร่ำรวย เงินทอง สุขภาพแข็งแรง และมีความสุขมากๆ ครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
แผนกเทคนิคและฝึกอบรม
บริษัท พิธานพาณิชย์จำกัด ( กรุงเทพฯ )

 

 

 

หมวด อะไหล่ | จำนวนคนอ่าน 124260 ครั้ง | เมื่อ : 22 พ.ค. 2551 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

    แสดงความคิดเห็น (28)

  • ความเห็นที่ 1
  • ผมใช้สารหล่อลื่นบางชนิด แต่ไม่ใช่หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง แบบที่บรรดาผู้อวดรู้ทั้งหลายเข้าใจ ผมใช้รถมาหลายคัน ทดลองแล้วทุกคัน ไม่เห็นว่าจะเสียหายตรงไหน ถ้าเลือกใช้ถูก แต่ถ้าใช้แบบที่มีแต่โฆษณาแอบอ้าง เหมือนที่ผู้อวดรู้ทั้งหลายได้เจอ รถผมก็คงพังไปแล้วทุกคัน ของดีมีอยู่จริง แต่มันไม่ดีตรงที่คุณสมบัติของมัน ไปขัดผลประโยชน์กับ บรรดาน้ำมันหล่อลื่น หรือบรรดาช่างต่างๆ
  • จาก : โง่ที่ใช้มานาน
  • เมื่อ : 2008-06-22 15:39:53
  • ความเห็นที่ 2
  • แผนกเทคนิคเจอความเห็นแตกต่างแล้วครับ จริงๆผมก็เชื่อว่าโลกนี้มันต้องมีอะไรดีๆบ้าง ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครเก่งที่สุด เรื่องที่หลายๆคนไม่รู้ อาจมีบางคนที่เขารู้มากกว่าก็เป็นได้ ทุกวันนี้ผมก็เชื่อว่า ที่เขาเรียกกันว่า หัวเชื้อน้ำมันเครื่อง มันก็คงมีผสมอยู่ในน้ำมันเครื่อง แต่จะเป็นชื่อไหน อัตราส่วนเท่าไร พวกเราคงไม่รู้ นอกจากบริษัทน้ำมัน เพราะเป็นความลับทางการค้า อะไรที่เสียผลประโยชน์เขาไม่ยอมแน่ๆ เหมือนอย่างโตโยต้า ที่มีน้ำมันยี่ห้อโตโยต้า เพราะอะไรคิดไม่ยากครับ จากรูปชิ้นส่วนเครื่องยนต์ เจ้าของคงไม่รู้เรื่องสินค้าพวกนี้ จึงเลือกใช้ตามคำโฆษณา สุดท้ายก็เศร้า เท่าที่ผมเคยได้ยิน บรรดานักเลงรถสมัยก่อนๆโดนฝรั่งแหกตามากันถ้วนหน้า เพราะไปใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่มีส่วนผสมของ เทฟล่อน ที่มาจากบริษัท ดูปองท์ คงเจ็บและจำกันมาเป็นแถวๆ พวกนี้จึงสาปส่งหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง และไม่กล้าลองไม่ยอมรับ ทั้งๆที่ผ่านมานานแล้ว วิวัฒนาการสมัยใหม่ลบแผลในใจคนเหล่านี้ไม่ได้จริงๆ ฮ่า ฮ่า
  • จาก : ความรู้น้อย
  • เมื่อ : 2008-07-08 17:51:18
  • ความเห็นที่ 3
  • ไม่จริงเสมอไป ข้อมูลที่พูดมาไม่ตรงความน่าเชื่อถือน้อยมาก ของดียังมีอีกมากสมัยก่อนคนขับสิบล้อใช้กันมาก่อนที่ทำให้เครื่องยนต์แน่นและฟิตขึ้น หัวเชื่อต้องดูยี่ห้ออย่าเหมาะรวม เพราะบางตัวมีการพิสูจน์และทดสอบ
  • จาก : ป้อมออโต้
  • เมื่อ : 2008-07-16 11:31:16
  • ความเห็นที่ 4
  • นั่งรอดูช่างมาตอบคร้าบบ
    แบ่งๆความรู้กัน แชร์ประสบการณ์
    มีประโยชน์ดีครับ
  • จาก : Altis 2000
  • เมื่อ : 2008-08-01 11:13:50
  • ความเห็นที่ 5
  • เอาแค่นำ้มันเครื่อง ก็เป็นเรื่องขึ้นมาได้ ทำเองก็ไม่ได้ ทำขายก็ไม่เป็น เห็นคนโน้นว่าดี คนนี้ว่าไมใช่ เห็นใจผู้คนทั่วไป แล้วจะทำไงกันดีล่ะครับ
  • จาก : เข่ง ข้างถนน
  • เมื่อ : 2008-09-04 00:41:28
  • ความเห็นที่ 6
  • จากการสำรวจไปถามพวกแท็กซี่ ขำว่ะ นี่หรอช่างที่จบมาสูง ๆ เอาอย่างนี้ก่อนคุณจะโจมตีคนอื่น คุณมีห้องทดสอบมั้ยละ ว่าใช้แล้วเป็นอย่างไร รูปที่มาให้ดูแค่นี้ก็เป็นเครื่องยืนยันแล้วหรือ อย่าไปเชื่อเพราะเขาบอกต่อกันมาเลย ไอ้น้ำมันเครื่องที่โม้ว่าลดการสึกหรอสูงสุด ประหยัดน้ำมัน สุดท้ายเครื่องก็พัง มีให้เห็นเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แล้วคุณจะว่าไง
  • จาก : vrfour
  • เมื่อ : 2008-10-01 12:45:56
  • ความเห็นที่ 7
  • ไม่เคยใช้แต่ลองใช้ดูมันก็ ok ดี
    ทำให้เงียบดี
  • จาก : สิทธิศักดิ์
  • เมื่อ : 2009-08-12 15:09:56
  • ความเห็นที่ 8
  • Thanks A Lot !!!
  • จาก : SirBacheL
  • เมื่อ : 2009-08-19 10:52:17
  • ความเห็นที่ 9
  • ขอบคุณครับเกือบใช้แล้วใหมละ
  • จาก : บารเมษฐ์
  • เมื่อ : 2009-10-24 16:25:10
  • ความเห็นที่ 10
  • ถ้าเจอแบบนี้มาลองใช้ ตัวที่ผมใช้อยู่ supermiracleplus
    ผมใช้แล้วดีผิดจากที่เห็นแน่นอนใช้มาหมื่นนึงแล้วน้ำมันเครื่องยังใสอยู่เลย แต่ต้องพิสูจน์เองนะครับเพราะผมทำตัวนี้อยู่จะหาว่ามาโฆษณา
    สนใจโทรมาติดต่อได้ครับ 086-80-0779 รังสิมันตุ์
    150,000 km ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 20%แถมมีประกันเครื่องจากซัมซุงถ้าเครื่องเสียหาย
  • จาก : รังสิมันตุ์
  • เมื่อ : 2010-03-28 17:50:30
  • ความเห็นที่ 11
  • จำหน่ายน้ำมันเครื่อง SuperMiraclePlus !!
    • ช่ วยประหยัดน้ำมันเครื่องยนต์ ได้ถึง 30-50 เท่า
    • ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย เนื่องจาก Super Miracle Plus
    สามารถวิ่งได้ถึง 150000กม. จากปกติ
    • น้ำมันเครื่องยนต์ทั่วไป ใช้ได้เพียง 5,000 ถึง 10,000 กม.
    • ลดการปล่อยควัน จึงช่วยประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น
    • ลดการเสียดสีส่วนต่างๆของรถยนต์ เช่น เกียร์ จึงช่วยประหยัดเงินได้มากขึ้น
    • ช่วยลดมลพิษของรถยนต์
    สนใจติดต่อ คุณแป้ง 080-7792434

  • จาก : แป้ง
  • เมื่อ : 2010-05-30 11:21:09
  • ความเห็นที่ 12
  • เตชทัต เนตรุวงค์ อยู่แปดริ้วใช้มาแล้ว 16 วัน เป็นรถเก๋งติดแก๊ส LPG ปกติเครื่องจะร้อนมาก หลังจากใช้วิ่งทำงานไป กลับ 160 กม.เครื่องไม่ร้อน อัตราเร่งก็ดีขึ้น ยอมรับว่า ซุปเปอร์มิราเคิลพลัส ดีจริง สอบถามผมได้นะครับ 080-5663078
  • จาก : เตชทัต เนตรุวงค์
  • เมื่อ : 2010-06-12 15:33:19
  • ความเห็นที่ 13
  • ภาพที่เห็นนั้นเป็นบางส่วนที่เกิดจากการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ไม่ได้คุณภาพจึงทำให้เกิดการนอนของหัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ก้นเครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ จริงๆแล้วการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องให้ถูกต้องจริงๆต้องใช้ให้ถูกกับการใช้งานของเครื่องซึ่งตามหลักความเป็นแล้วนั้นภูมิอากาศในบ้านเรานั้นค่อนข้างร้อนจึงทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักกว่าปกติทางบริษัทผู้ผลิตหัวเชื้อน้ำมันเครื่องจึงได้ผลิตหัวเชื้อน้ำมันเครื่องออกมาวางจำหน่ายในท้องตลาดให้คนที่เข้าใจในเรื่องนี้ได้ใช้กัน ส่วนว่าจะเป็นยี่ห้อไหนนั้นก็แล้วแต่ราคาและคุณภาพของแต่ละยี่ห้อขึ้นอยู่กับสารที่เรียกว่า Additive เป็นสารที่ให้ความหนืดต่างกันไปซึ่งสารนี้มีอยู่แล้วในน้ำมันเครื่องแต่อาจจะไม่เพียงพอกับรถที่ต้องการอัตตราเร่งจัดๆ ใช้งานหนักๆ เช่นรถกระบะบรรทุก หรือรถที่ใช้แก๊ซทั่วไป
  • จาก : nat_kammy
  • เมื่อ : 2010-06-20 14:48:59
  • ความเห็นที่ 14
  • เห็นด้วยนะครับกับคุณ nat_kammy แต่เพิ่มเติมขอนิดนึงนะครับ คือการใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องนั้นไม่ได้เสี่ยงหรือสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุแต่อย่างใดเลยเพียงแต่ว่าเราเลือกใช้ให้ถูกต้องเท่านั้นเองเช่น เติมน้ำมันเครื่องเกรดธรรมดาและใช้หัวเชื้อน้ำมันเครื่องที่ราคาปกติสามารถประหยัดต้นทุนในการที่เราจะเติมน้ำมันเครื่องสังเคาะห์ในราคา 1800-2500(ไม่รวมค่าบริการ)แต่ถ้าเราต้องการอะไรที่ไม่ยุ่งยากมากนักการติมน้ำมันเครื่องสังเคาะห์ก็เป็นอีกทางเลือกนึงนะครับสำหรับรถบ้าน
  • จาก : โต้งคาร์แคร์
  • เมื่อ : 2010-06-20 15:02:17
  • ความเห็นที่ 15
  • มองได้2แง่
    1.บ.รถยนต์ต้องการขายน้ำมันเครื่องให้กับลูกค้าเป็นรายได้เสริม/หลัก
    เลยแนะนำให้ลูกค้าเปลี่ยนตามกำหนดระยะ
    ได้ขายอะไหล่ด้วย
    หากลูกค้าใช้สารเพิ่มที่ว่ารายได้คงหดหายไปเยอะ
    อะอะอย่าเพิ่งด่า
    นี้เป็นถ้าสมมติว่า สารฯมันดีจริงงัย
    2.ถ้าสารนี้ดีจริงก็คงมีคนใช้กันเต็มบ้านเต็มเมือง หรือเสนอให้รัฐบาลรณรงค์ใช้
    เพื่อลดค่าใช้จ่ายของทั้งรัฐหรือประชาชน ใช่ใหมครับ
    -รถเมล์ รถไฟ รถของรัฐ รถถัง รถตำรวจ ถ้าดีจริงนะ
    ลดค่าใช้จ่ายมากมาย คงใช้กันคันนึงเป็นร้อยๆปีคุ้มเกินคุ้ม

    ใครละจะลองของถ้าไม่ใช่คุณ
    (แต่ผมไม่ ขอฟังท่านอื่นๆบ้าง)

    สุดท้ายรถใครรถมันเด้อ





  • จาก : daimon
  • เมื่อ : 2010-07-19 17:12:11
  • ความเห็นที่ 16
  • ลองหันมาใช้ DSO พร้อมทั้งปรึกษาเจ้าหน้าที่ผู้มีความชำนาญ จักสามารถแก้ปัญหานี้ได้ ครับ

    บริษัท ดีโซ่ เคมีคอล จำกัด
    โรงงานอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ผู้ผลิต น้ำมันหัวเชื้อสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน, เครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์พลังงานทางเลือก(CNG, NGV, LPG, E20, B5, etc.) Brand DSO
    มีจำหน่ายที่ ปั๊มน้ำมัน ESSO และร้านค้าน้ำมันเครื่องน้ำมันหัวเชื้อทั่วไป
  • จาก : DSO
  • เมื่อ : 2010-08-11 15:43:59
  • ความเห็นที่ 17
  • สรุปแล้วหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง super miracle plus ขายราคาเป็นธรรมต่อผู้บริโภคแล้วหรือ เพียงแค่ ครึ่งลิตร ขายตั้ง 3500 บาท
  • จาก : moa
  • เมื่อ : 2010-09-23 18:57:31
  • ความเห็นที่ 18
  • ผมใช้toyota มือ2เขาเรียกรุ่นโดเรม่อน 3ห่วง1300ccเกียออโต้ปี39ผมชื้อมาปี47ดูแลมาอย่างดี ถูกช่างหลอกเป็นประจำ ถ้าไปทางไกลจะต้องให้เช็คให้ทั้งหมด จากบุรีรัมย์ไปสิงห์บุรี ขากลับกลางวัน ขับช้าไม่ใด้ความร้อนขึ้น ปกติขับ80-90 แอร์ก๊ต้องปิด จอดกินข้า้้วต้องเปิดฝากระโปง เดียวมันไม่ิติดกลับมา ช่างบอกต้องยกเครื้องมันเก่าแล้วจริงของช่าง ไปห้างลองซื้อหัวเชื้อมาไส่ดู650บาทใส่ไปเกือบหมด ผลประหยัดนำ้มันความร้อนไม่ขึ้น เหลือนิดหน่อยเอาเติมมอเตอร์ไซ บอกใด้คำเดียว มันยอดมาก
  • จาก : พรชัย
  • เมื่อ : 2010-11-01 21:36:23
  • ความเห็นที่ 19
  • มีคนชวนไปขายหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง รายไ้ด้ีดีนะ กำลังคิดหนักว่าใครเป็นข้อสรุปให้ได้ว่าควรหรือไม่ที่จะใช้ หากไม่ดีรัฐก็ควรควบคุม เลยตัดสินใจศีึกษาผลิตภัณฑ์แล้วทดลองใช้เอง
    ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบ หรือใครที่ลองใช้แล้วดีก็โพสถ์มายืนหยันให้มั่่นใจหน่อยค่ะ
  • จาก : funfun
  • เมื่อ : 2011-01-29 08:54:08
  • ความเห็นที่ 20
  • ขอแสดงความคิดเห็นแบบกลางๆว่าถ้าสินค้าไม่ดีจริงบ.ประกันที่ไหนจะกล้าให้วงเงินประกันตั้ง 3 ล้านบาทแสดงว่าต้องผ่านการทดสอบมาอย่างมากมายจริงลองคิดว่าถ้าเราเองเป็นบ.ประกันจะกล้าจ่ายใหมถ้าสินค้าไม่ดีจริง เพราะนวัตกรรมใหม่ๆมีเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เลยมีสินค้าที่ดีมาให้เราได้ใช้กันอยู่ที่ว่าเราคิดยังงัยคิดมากไปปล่าวก็แค่ลองใช้เพราะยังงัยรถยนต์ก็ต้องถ่ายน้ำมันเครื่องอยู่ดีถ้าไม่ถ่ายแล้ววิ่งได้ก็ไม่ต้องคิดมากแต่นี่ถ่ายครั้งเดียววิ่งได้ตั้ง150,000กม.มีประกันเครื่องยนต์อีกคิดเยอะทำไมถ้าไม่ดีครั้งเดียวจบถ้าดีประโยชน์เป็นของเจ้าของรถคุ้มสุดๆ สอบถามเพิ่ม 083-0521976 (อ้อน)
  • จาก : อ้อน มิราเคิล(นครนายก)
  • เมื่อ : 2011-01-31 08:11:23
  • ความเห็นที่ 21
  • น้ำมันเครื่อง 100000up มีมานานแล้ว ยี่ห้อโอเมก้าราคาลิตรละ15-3000บาทต่อลิตร มีเมืองไทยก็มี แต่ไม่โฆษณา พี่ผมอยู่โรงงานผลิตยางรถยนต์ยี่ห้อดิลอป บอกว่าโอเมก้าขายแต่อุตสาหกรรม เสป็กระบุใช้กับเครื่องจักร จาระบีอย่างถูกของโอเมก้า 2000บาทต่อกิโล แพงสุด ขีดละ9000บาทขนาดซัมซุงยังใช้ผลิตภัณฑ์โอเมก้าเลย ดูโพสถามว่ามีการันตรีกับเขาบ้างป่าว บอกว่ามีมาสามสิบปีแล้ว หนึ่งล้านปอนด์ เป็นเงินไทยกี่บาท
  • จาก : ชัย
  • เมื่อ : 2011-04-17 22:18:20
  • ความเห็นที่ 22
  • ขอถามคนด้านล่างนะครับ ว่า 100000 up นี่หมายถึงรถวิ่งไป100000 หรือมีรับประกันครับ ผมได้ลองค้นข้อมูลเกี่ยวกับ โอเมก้า หลายเว็บ บอกว่า เหมาะสำหรับรถที่วิ่งไปแล้ว 100000 โล ส่วนซัมซุง เค้าเป็นผู้รับประกันครับ ไม่ใช่ผู้ใช้ แล้วที่หนึ่งล้านปอนนี่ เค้ามีเงื่อนไขอ่ะไรบ้างครับ กี่ปี หรือกี่กิโลเมตร
  • จาก : ผู้ใช้หัวเชื้อ
  • เมื่อ : 2011-04-19 12:20:16
  • ความเห็นที่ 23
  • กระทู้หายครับ เศร้าเลยยยย
  • จาก : tae
  • เมื่อ : 2011-04-24 23:02:31
  • ความเห็นที่ 24
  • ขอบคุณครับ
  • จาก : พง
  • เมื่อ : 2011-04-27 12:54:18
  • ความเห็นที่ 25
  • ขอบคุณบทความดีๆครับ
  • จาก : กวิวังโศ
  • เมื่อ : 2011-05-09 09:43:40
  • ความเห็นที่ 26
  • จริง ๆ แล้ว สารเพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ หรือหัวเชื้อน้ำมันเครื่อง ที่ด้อยคุณภาพและไม่มีมาตรฐานสูง พวกที่ขาย ๆ กันตามคลองถม ตลาดพูลทรัพย์ ฉลากยี่ห้อ โฆษณา เกินความจริง

    โดยส่วนตัวแล้วใช้อยู่ประจำ และลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันได้อยู่มากในช่วง 3- 4 เดือนแรกจะ SAVE ได้มากเลยทีเดียว

    ทดสอบกับรถเก่า โตโยต้าโคโลน่า เครื่อง 1.6 อายุการใช้งาน 20 ปี 220,000 กิโล

    ตอนไม่ได้ใช้สารเพิ่มประสิทธิภาพทำความเร็วได้สูงสุด 160-170 กิโลเมตรเครื่องก็ไม่วิ่งไปกว่านี้แล้ว อัตราการเร่ง อืด เครื่องร้อนมาก เสียงดัง

    พอใส่สารเพิ่มประสิทธิภาพ มานานกว่า 3 ปี
    เครื่องเดินเรียบตลอดไม่เสียงดัง เครื่องก็ไม่ร้อนเร็ว
    อันตราการเร่ง ดีมาก ประหยัดน้ำมันได้ไม่มากไม่น้อย

    ทำความเร็วได้สูงสุดตอนนี้ 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง เครื่องไม่มีน๊อค


    ผมว่าจากภาพคงไปใช้พวกของยี่ห้อ เน่า ๆ เกรดต่ำ ๆ หรือว่า พวกของ USA Japan ปลอม มากกว่าน่ะ
  • จาก : CK
  • เมื่อ : 2011-06-05 15:15:08
  • ความเห็นที่ 27
  • สุดยอดจริงๆ DJ SMP(SUPER MIRACLE PLUS) ผมใช้กับ วีโก้,ยาริส,มาสด้า,ฟอร์ด,อีซูซุ ทุกคนผลออกมาเป็นที่น่าพอใจ ยินดีให้คำปรึกษาสำหรับคนรักรถทุกท่าน ที่เบอร์ 081-7208685
  • จาก : หม่อง
  • เมื่อ : 2011-06-15 09:13:35
  • ความเห็นที่ 28
  • เอาอย่านี้ดีกว่าคับท่านทั้งหลาย ก่อนอื่นที่จะบอกว่าหัวเชื้อน้ำมันเครื่องไม่ดีนั้น
    ตอบหน่อยสิว่าหัวเชื้อน้ำมันเครื่องคืออะไร สารเคมีที่ใช้ทำนั้นคืออะไร
    และในน้ำมันเครื่องนอกจากตัวน้ำมันหนีียวๆนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้างที่ทำให้น้ำมันแต่ละเกรดแต่ละยี่ห้อ ราคาและผ่านมาตราฐานต่างกัน ท่านที่ฟันธงมาว่าไม่ดี กล้ารับประกันได้ใหมว่าทุกยี่ห้อที่มีขายในโลกนี้ ไม่ดีทั้งหมด ผมว่าสิ่งที่ว่าไม่ดีนั้นอาจจะเกิดจากหนึ่ง คนหัวหมอเอาน้ำมันหนืดๆ หรือน้ำมันสังเคราะห์แท้มาแบ่งใส่ขวดเล็กๆขายซึ่งอาจจะมีเยอะครับ ทีนี้ก็โฆษรากันว่าช่วยยืดอายุน้ำมันเครื่องได้ ใช้ไปก็พังสิครับ เพราะมันไม่ดี มันคือน้ำมันเครื่องะธรรมดาๆ ถึงอายุเปลี่ยนไม่เปลี่ยนทิ้งก็เสื่อมสภาพ ก็พังครับ แต่ถ้าเป็นหัวเชื้อแท้ๆ ซึ่งก็คือพวกสารประกอบไฮโดรคาบอน ที่ใช้เพื่อเพื่มประสิทธิภาพการหล่อลื่น การเคลือบป้องกันการสึกหรอ ส่วนใหญ่แล้วน้ำมันที่ใช้หล่อลื่นเฟืองหรื่อเครื่งจักรใหญ่ๆที่มีแรงกดทับเยอะในโรงงานอุตสาหกรรมมักจะใช้กัน สารเหล่านี้เองซึ่งสูตรทางเคมี CnH2N+2 n=1,2......50 ประมาณนี้ แล้วแต่ผูผลิตว่าจะเลือกใช้ตัวใหนใส่ในน้ำมันเครื่องซึ่ง มีผลทำให้ จุดเดือดและค่าต่างๆที่มาตราฐาน API ACEA CCMC USARMY กำหนดออกมา นี่หากเป็นสารนี้ที่เขาทำขายจริงๆเป็นของแท้ๆผมว่าไม่พังหรอกครับเครื่องของท่าน และที่บอกว่ายืดอายุนำ้มันเครื่องได้100000 โล โม้ทังเพครับ คือแนะนำถ้าจะใส่ก็ใส่ได้ของย่างนี้ต้องลองใช้เอง ดีไม่ดีอยู่ที่ความรู้สึกของผู้ใช้ เสียงเงียบดีใหม รถพุ่งกว่าเดิมไหม ถ้าไม่ดีก็เลิกใช้ ที่สำคัญก็เปลี่ยนถ่ายนน้ำมันเครื่องตามระยะ แค่นี้เครื่องก็จะพังช้าลงแล้วไอ้ที่เปิดเครื่องมาแล้วเป็นอย่างในรูปผมว่าเจ้าของปล่อยน้ำมันเครื่องจนเป็นโคลนบ่อยค่อยเปลี่ยน และรถเก่าน้ำมันเผาไหม้ไม่หมดก็เกิดเขม่านานใช้พวกฟัสซิ่งออยส์ล้างครายเขม่าในเครื่องสักทีก็ดี ก็ขอให้เจอหัวเชื้อแท้ๆนะครับทุกท่าน
  • จาก : โตนี่ เอส
  • เมื่อ : 2011-06-17 10:56:19

เลือกซื้อสินค้าออนไลน์ Trumq