phithan-toyota.com | พิธานพาณิชย์ จำกัด ศูนย์บริการและจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น

บทความ

น้ำมันเครื่องโตโยต้า

หมวด ข้อมูล-ความรู้ทางเทคนิค | จำนวนคนอ่าน 105449 ครั้ง | เมื่อ : 15 พ.ย. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

การทำงานของเครื่องยนต์ก่อให้เกิดพลังงานที่ใช้ในการขับเคลื่อนรวมถึงการทำงานของระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ จึงถือได้ว่าเครื่องยนต์ เป็นส่วนสำคัญมากส่วนหนึ่งสำหรับรถยนต์ ดังนั้นการดูแลรักษาชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์จึงมีความสำคัญมาก ระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์จึงเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากในการทำงานของเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนต่าง ๆจะมีการเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง ทำให้เกิดการเสียดสีกันเป็นผลให้เกิดการสึกหรอได้ น้ำมันหล่อลื่นจึงต้องเข้ามาทำหน้าที่ปกป้องชิ้นส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น

      โครงสร้างและหลักการทำงานของระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์

 

 

 

      ระบบหล่อลื่นของรถยนต์โตโยต้าเป็นแบบป้อนด้วยแรงดันซึ่งจะจ่ายน้ำมันให้แก่ชิ้นส่วนต่าง ๆ ของเครื่องยนต์ เช่น เพลาข้อเหวี่ยง เสื่อสูบ เป็นต้น ระบบหล่อลื่นประกอบไปด้วยอ่างน้ำมันเครื่อง,ปั้มน้ำมันเครื่อง, กรองน้ำมันเครื่อง และชิ้นส่วนภายนอกอื่น ๆ ซึ่งจ่ายน้ำมันเครื่องให้แก่ชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวในเสื้อสูบเครื่องยนต์

      น้ำมันเครื่องโตโยต้าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการคิดค้นและพัฒนาโดยวิศวกรผู้เชี่ยวชาญของโตโยต้าตามมาตรฐาน และสูตรเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ของโตโยต้า ด้วยเทคโนโลยีและวิทยาการอันทันสมัยสามารถแบ่งประเภท น้ำมันเครื่องแบ่ง ออกเป็น 2 ประเภท คือ
        1. น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน ได้แก่
            - น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ SAE 5W-40 API SH
            - น้ำมันเครื่องเบนซิน SAE 10W-30 API SJ
            - น้ำมันเครื่องเบนซิน SAE 20W-40 API SH

        2. น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล ได้แก
            - น้ำมันเครื่องดีเซล SAE 15W-40 API CF-4

ส่วนประกอบหลักของน้ำมันเครื่องโตโยต้า

      น้ำมันเครื่องโตโยต้า มีส่วนประกอบหลักทางเคมีอยู่ 2 ส่วน คือ
1. น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน ( BASE OILS ) ซึ่งเป็นน้ำมันหล่อลื่นบริสุทธิ์ ที่ได้จาการสกัดแยกส่วนที่ไม่ต้องการออก โดยผ่านกระบวนการกลั่นในหอกลั่นสูญญากาศ ยกเว้น น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ ซึ่งผลิตจากสารเคมีสังเคราะห์ 100%
2. สารเคมีเพิ่มคุณภาพ ( ADDITIVE ) เป็นสารเคมีที่เติมผสมกับน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานเพื่อให้มีคุณสมบัติ ที่ดีขึ้น ได้แก่
    2.1 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ต้านทานการรวมตัวกับออกซิเจน
    2.2 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ช่วยปกป้องกันสนิม
    2.3 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ต้านทานการกัดกร่อน
    2.4 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ช่วยชะล้างทำความสะอาด
    2.5 สารเพิ่มคุณภาพประเทภ กระจายเขม่าตะกอน
    2.6 สารเพิ่มคุณภาพประเภท เพิ่มดัชนีความหนืด
    2.7 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ต้านทานการเกิดฟอง
    2.8 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ต้านทานการสึกหรอ
    2.9 สารเพิ่มคุณภาพประเภท ลดแรงเสียดทาน


คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องโตโยต้า

      - คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องสังเคราะห์ SAE 5W-40 SH
        1. เกิดจากการรวมตัวของสารประกอบ Hydrocarbons นำมาปรับปรุงผ่านขบวนการในการจัดเรียงโครงสร้างโมเลกุลให้เหมือนกัน ซึ่งมีคุณสมบัติดีกว่า น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานทั่วไป
        2. ประสิทธิภาพในการหล่อลื่นดีเยี่ยม แม้อยู่ในอุณหภูมิต่ำถึง -55 องศาเซลเซีย หรือ -67 องศาฟาเรนไฮต์
        3. ทนความร้อนสูงเป็นพิเศษกว่า 300 องศาเซลเซีย ในจังหวะที่เครื่องยนต์ให้กำลังสูงสุด
        4. ปกป้องการสึกหรอของเครื่องยนต์เนื่องจากความหนืดของน้ำมันเหมาะสม
        5. อัตราการระเหยต่ำ ทำให้ช่วยประหยัดน้ำมันเครื่อง
        6. ช่วยประหยัดน้ำมันเชื้องเพลิงเนื่องจากน้ำมันเครื่องสังเคราะห์มีแรงเสียดทานต่ำและมีดัชนีความหนืดสูง
        7. สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่ติดเครื่องแปรสภาพไอเสียได้ดีเนื่องจากมีฟอสฟอรัสต่ำ จึงทำให้ตัวเร่งปฎิกิริยาในเครื่องแปรสภาพไอเสียมีอัตราการสลายตัวต่ำ
        8. อายุการใช้งานยาวนานกว่า น้ำมันเครื่องทั่วไป 2-3 เท่า แนะนำเปลี่ยนถ่ายที่ 10,000 กม. หรือ 6 เดือน

 

 

 

       9. ผ่านมาตรฐานการรับรองคุณภาพจากสถาบันปิโตเลี่ยมสหรัฐอเมริกาได้รับเครื่องหมาย API Donut Mark
       10. ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการกำหนดคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นจากกองน้ำมันเชื้อเพลิง กระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย ได้รับเครื่องหมายทะเบียนการค้า

 

 

 

       11. ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานทางวิศวกรรม โดยโตโยต้า  มอเตอร์คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีการทดสอบพิเศษ 22 รายการรวมระยะเวลา 10,000 ชั่วโมง
     - คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องเบนซิน SAE 10W-30 SJ
       1. เพิ่มประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรฐานใหม่  API Certification Mark   ILSAC GF2 สถาบันปิโตรเลียม สหรัฐอเมริกา
       2. ประสิทธิภาพการหล่อลื่นสูง เพื่อปกป้องการสึกหรอของเครื่องยนต์
       3. ช่วยชะล้างและกระจายเขม่าตะกอนได้ดีเป็นพิเศษ ป้องกันการอุดตันของไส้กรองน้ำมันเครื่อง
       4. สามารถใช้กับเครื่องยนต์ที่ติดตั้งเครื่องแปรสภาพไอเสีย ช่วยให้ไอเสียที่ออกมาสะอาดเนื่องจากมีปริมาณธาตุฟอสฟอรัสต่ำ
       5. ป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนในเครื่องยนต์ โดยชั้นของน้ำมันจะเคลือบผิวโลหะไม่ให้เสียดสีกันโดยตรง
       6. ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ โดยการกำจัดกรดที่เกิดจากการเผาไหม้ของเชื้อเพลิง
       7. ผ่านการรับรองการทดสอบ Value Train Wear กับเครื่องยนต์โตโยต้าโดยโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น
       8. ผ่านการรับรองคุณภาพตามมาตรฐานการกำหนดคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นจากกองน้ำมันเชื้อเพลิงกระทรวงพาณิชย์ ประเทศไทย ได้รับเครื่องหมายทะเบียนการค้า

 

 

 

       9. ได้รับเครื่องหมายรับรองมาตรฐานคุณภาพสากลโดยสถาบันปิโตเลี่ยมสหรัฐอเมริกา

      


        10. ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน
      - คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องเบนซิน SAE 20W-50 SH
        1. ช่วยยืดอายุการใช้งานของเครื่องแปรสภาพไอเสีย ( Catalytic Converter )
        2. ขจัดคราบเขม่าที่เกาะติดกับชิ้นส่วนของเครื่องยนต์ เช่น ฝาครอบวาล์วลูกสูบและแหวนลูกสูบ
        3. ช่วยระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ และช่วยยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วน ต่าง ๆ ของเครื่องยนต์
        4. ป้องกันการเกิดสนิม และการกัดกร่อน
        5. เพิ่มการหล่อลื่น และเพิ่มกำลังอัดของเครื่องยนต์
        6. ต้านทานการเกิดฟอง และป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์
        7. สามารถใช้กับเครื่องยนต์เบนซิน ระบบมัลติวาล์ว รวมทั้งเครื่องยนต์ที่ติดตั้งเทอร์โบชาร์จทุกรุ่น
        8. ผ่านมาตรฐานการทดสอบ และได้รับเครื่องหมาย API Donut Mark จากสถาบันปิโตเลียมอเมริกัน ประเทศสหรัฐอเมริกา

 

 

 

         9. ผ่านมาตรฐานการกำหนดคุณภาพน้ำมันหล่อลื่นและได้รับอนุมัติเครื่องหมายทะเบียนการค้าจากกลุ่มพัฒนามาตรฐาน กองน้ำมันเชื้อเพลิง กระทรวงพาณิชย์ประเทศไทย

 

 

 

          10. ผ่านมาตรฐานทางวิศวกรรม Value Train Wear โดยโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น
          11. ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน
        - คุณสมบัติของน้ำมันเครื่องดีเซล SAE 15W-40 CF-4
          1. ชะล้างคราบสกปรก และทำความสะอาดเครื่องยนต์ ช่วยลดอัตราการกินน้ำมันเครื่อง
          2. กระจายเขม่าตะกอน ไม่ให้เกิดโคลนตม ช่วยป้องกันการอุดตันของไส้กรองน้ำมันเครื่อง
          3. ทนความร้อนได้ดี เพื่อปกป้องเครื่องยนต์ทุกสภาวะ
          4. ป้องกันการเกิดสนิม และการกัดกร่อน
          5. เพิ่มการหล่อลื่น และเพิ่มกำลังอัดของเครื่องยนต์
          6. ต้านทานการเกิดฟอง และป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์
          7. ยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์
          8. สามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลทุกรุ่น รวมทั้งเครื่องยนต์ที่ติดเทอร์โบชาร์จหรือซุปเปอร์ชาร์จ
          9. ผ่านมาตรฐานการทดสอบ และได้รับเครื่องหมาย API Donut Mark จากสภาบันปิโตเลียมอเมริกัน

 

 

 

           10. ผ่านมาตรฐานการกำหนดคุณภาพน้ำมันหล่อลื่น และได้รับอนุมัติ เครื่องหมายทะเบียนการค้า จากกระทรวงพาณิชย์

 

 

 

            11. ผ่านมาตรฐานทางวิศวกรรม โดยโตโยต้า ประเทศญี่ปุ่น
            12. ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน

ข้อแนะนำการใช้น้ำม้นเครื่องโตโยต้า
      1. เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพการทำงานสูงสุดของเครื่องยนต์ และเพื่อยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนต่าง ๆของเครื่องยนต์ ควรเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องโตโยต้าให้ตรงตามระยะเปลี่ยนถ่ายที่กำหนดไว้ ดังนี้
        - น้ำมันเครื่องสังเคราะห์โตโยต้า SAE 5W-40 SH ระยะเปลี่ยนถ่าย 10,000 กม. หรือ 6 เดือน
        - น้ำมันเครื่องเบนซิลโตโยต้า SAE 10W-30 SJ ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน
        - น้ำมันเครื่องเบนซิลโตโยต้า SAE 20W-50 SH ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน
        - น้ำมันเครื่องดีเซลโตโยต้า SAE 15W-40 CF-4 ระยะเปลี่ยนถ่าย 5,000 กม. หรือ 3 เดือน

      2. การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องควรจะใช้น้ำมันชนิดเดียวกัน ไม่ควรใช้น้ำมันเครื่องต่างชนิดหรือต่างยี่ห้อผสมกัน เพราะสารเคมีที่ผสมอยู่ในน้ำมันเครื่องอาจจะทำปฎิกิริยากัน ทำให้น้ำมันเครื่องด้อยประสิทธิภาพลงได้
      3. การตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง : มีขั้นตอนดังนี้
        3.1 จอดรถบนพื้นราบ
        3.2 ก่อนการตรวจระดับน้ำมันเครื่อง ให้ติดเครื่องยนต์ให้ร้อนขึ้นจนกระทั่งถึงอุณหภูมิทำงานปกติแล้วดับเครื่องทิ้งไว้ ประมาณ 2-3 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องไหลกลับลงอ่างเสียก่อน
        3.3 ชักก้านวัดน้ำมันเครื่องออกมาตรวจน้ำมันเครื่องที่ติดกับก้านวัด แล้วเช็ดออกด้วยผ้า เสร็จแล้วสอดก้านวัดน้ำมันเครื่องกลับจนสุด
        3.4 ชักก้านวัดออกมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อตรวจระดับน้ำมันเครื่องที่ปลายก้านวัดถ้าระดับน้ำมันอยู่ที่ " F " หรืออยู่ระหว่างขีด " F " และ " L" แสดงว่าระดับน้ำมันเครื่องปกติ แต่ถ้าระดับน้ำมันอยู่ที่ " L" หรือ ต่ำกว่า
ให้ค่อย ๆ เติมน้ำมันเครื่องเพิ่มที่ละน้อยจนกระทั่งน้ำมันเครื่องอยู่ในระดับปกติ
      4. การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง : มีขั่นตอนดังนี้
        4.1 จอดรถบนที่พื้นราบ อุ่นเครื่องทิ้งไว้อย่างน้อยให้มาตรวัดความร้อน ขึ้นมาเล็กน้อยแล้วดับเครื่อง
        4.2 เปิดฝาเติมน้ำมันเครื่องออกและนำถาดมารองไว้ใต้ปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่อง
        4.3 ถอดปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่องออก และปล่อยให้น้ำมันเครื่องไหลออกจนหมด

 

 

 

 

         4.4 ใช้ประแจถอดไส้กรองน้ำมันเครื่องออก โดยหมุนทวนเข็มนาฬิกาและหงายไส้กรองไว้เพื่อป้องกันน้ำมันหก

 

 

 

           4.5 ทำความสะอาดและตรวจเช็คผิวหน้าของแท่นยึดไส้กรอง ระวังปะเก็นยางของเก่าติดอยู่ที่ ผิวหน้าแท่นยึดไส้กรอง
           4.6 ทาน้ำมันเครื่องที่ปะเก็นยางของไส้กรองตัวใหม่

 

 

 

 

           4.7 ประกอบไส้กรองเข้ากับแท่นยึด ขันไส้กรองเข้าจนกระทั่งปะเก็นสัมผัสกับแท่นยึดไส้กรองแล้วขันเข้าอีก 3/4 รอบด้วยประแจ

 

 

 

           4.8 ทำความสะอาดปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่องแล้วประกอบเข้าที่เดิมพร้อมปะเก็นใหม่ ขันด้วยประแจให้แน่น
           4.9 เติมน้ำมันเครื่องเข้าไปในเครื่องตามปริมาณที่ระบุของรถแต่ละคัน แล้วปิดฝาที่เติมน้ำมันเครื่อง
           4.10 ติดเครื่องยนต์ เพื่อตรวจดูว่ามีน้ำมันเครื่องรั่วบริเวณปลั๊กถ่ายน้ำมันเครื่องหรือไส้กรองหรือไม่
           4.11 ดับเครื่อง แล้วตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องอีกครั้ง ถ้าน้อยไปให้เติมจนถึงขีด " F "

 

 

 

ข้อควรระวังในการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
        การที่สัมผัสกับน้ำมันเครื่องบ่อย และเป็นเวลานานจะเกิดผลในการทำลายไขมันธรรมชาติ ออกจากผิวหนังทำให้ผิวหนังแห้ง เนื่องจากน้ำมันเครื่องที่ใช้แล้วจะมีสิ่งสกปรกที่เป็นอันตรายเจือปนอยู่ภายในซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้ 

  • เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดกับผิวหนัง จึงควรจัดเตรียมอ่างล้างและอุปกรณ์ป้องกันผิวหนังไว้ให้เพียงพอ เช่น ถุงมือชนิดที่น้ำมันเครื่องซึมเข้าไม่ได้สำหรับสวมเวลาเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
  • ในกรณีที่ผิวหนังสัมผัสถูกน้ำมันเครื่องต้องล้างออกด้วยสบู่แล้วล้างน้ำตามไม่ควรล้างด้วยน้ำมันเบนซิน ทินเนอร์หรือตัวทำละลายอื่น ๆ
  •  

 

 

 

ขอบคุณภาพ

fuelandwheels.blogspot.com

หมวด ข้อมูล-ความรู้ทางเทคนิค | จำนวนคนอ่าน 105449 ครั้ง | เมื่อ : 15 พ.ย. 2550 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

    แสดงความคิดเห็น (6)

  • ความเห็นที่ 1
  • สงสัยว่าเวลารถเปลี่ยนน้ำมันเครื่องแล้วแต่ไม่ค่อยได้ใช้ทำให้เข็มไมล์ไม่ไปถึงจุดระยะทางที่กำหนดให้เปลี่ยน แล้วทำไมต้องเปลี่ยนตามระยะเวลาแทน หากบอกว่าเนื่องจากน้ำมันเครื่องจะหมดอายุ ถ้าเช่นนั้นน้ำมันเครื่องที่ยังเหลืออยู่ในแกลลอนก็ต้องหมดอายุด้วยหรือไม่และน้ำมันเครื่องที่ยังค้างสต๊อกที่ร้านก็น่าจะหมดอายุด้วย ซึ่งกรณีนี้หากร้านคิดไม่ซื่อกับลูกค้าโดยเอาน้ำมันเครื่องที่ค้างสต๊อกแต่ยังไม่แกะแกลลอนมาเติมให้ลูกค้า ลูกค้าจะตรวจสอบยังไง
  • จาก : ต้น
  • เมื่อ : 2009-09-28 11:40:13
  • ความเห็นที่ 2
  • 2KD FTV I/C 40,000 กม.แล้ว จะใช้นำมันเครื่อง
    CI/ API /SAE 15W40 จะมีปัญหาต่อเครื่องยนต์หมือไม่?
  • จาก : มกุฎเพชร
  • เมื่อ : 2009-10-01 13:43:24
  • ความเห็นที่ 3
  • สอบถามว่า 2.5 vn turbo prerunner ใช้น้ำมันเครื่องกี่ลิตร
  • จาก : อานนท์ สังทอง
  • เมื่อ : 2010-08-05 12:49:05
  • ความเห็นที่ 4
  • ระหว่าง mobil 1 supersyn 5w-40 กับ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์toyota อย่างไหนดีก่าวกันเมือเทียบหลายๆอย่าง
  • จาก : คน บอดอ
  • เมื่อ : 2010-08-06 15:34:59
  • ความเห็นที่ 5
  • น้ำมันเครื่องโตโยต้าดีเซลสามารถใช้กับเครื่องยนต์ดีเซลยี่ห้ออื่นได้เปล่าครับ
  • จาก : นายธรรมรักษ์ เพี้ยนศรี
  • เมื่อ : 2010-11-29 13:15:22
  • ความเห็นที่ 6
  • toyota vigo รุ่นแรก สามารถใช้น้ำมันเครือง toyota motor oil
    API SM/CF SAE 5W40
    ไหมครับ
  • จาก : อัสรี
  • เมื่อ : 2011-03-18 23:11:09

VIOS ราคาเริ่มต้น 609,000 บาท

1.สำหรับลูกค้าเก่าที่มีสำเนารถโตโยต้า เลือกรับส่วนลด 15,000 หรือส่วนลดดอกเบี้ย 60 สตางค์
2.สำหรับลูกค้าที่มีสำเนารถยี่ห้ออื่น เลือกรับส่วนลด 10,000 หรือ ส่วนลดดอกเบี้ย 40 สตางค์
3. สำหรับลูกค้าใหม่ ที่มีญาติ เพื่อน หรือคนรู้จักมีสำเนารถโตโยต้า 
   - ผู้ถูกแนะนำ : เลือกรับส่วนลด 5,000 หรือ ส่วนลดดอกเบี้ย 20 สตางค์
   - ผู้แนะนำ : รับแต้มสะสม T-MEX 2,000 แต้ม (1 แต้ม = 1 บาท)

ขอใบเสนอราคา