phithan-toyota.com | พิธานพาณิชย์ จำกัด ศูนย์บริการและจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น

บทความ

เชื้อเพลิง(น้ำมัน,ก๊าซ) กับประกายไฟ

หมวด ข้อมูล-ความรู้ทางเทคนิค | จำนวนคนอ่าน 11177 ครั้ง | เมื่อ : 01 ก.ย. 2554 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

เป็นที่เราๆทราบกันดีอยู่แล้วว่า การจุดติดไฟหรือมีการลุกไหม้นั้น จะต้องมีองค์ประกอบหลักอยู่  3 อย่างได้แก่  เชื้อเพลิง, อากาศ ( อ๊อกซิเจน ), และความร้อน ( ประกายไฟ ) ซึ่งก็เป็นกฎแห่งธรรมชาติ  มนุษย์เราก็ได้นำสิ่งเหล่านั้นนำมาใช้ในชีวิตประจำวันเพื่อการดำรงชีวิต,การทำงาน,การสร้างสรรค์,และอื่นๆอีกมากมายไม่เว้นแต่การนำมาใช้หรือการนำหลักการต่างๆเหล่านั้นมาใช้ในรถยนต์ในรูปของการสันดาป ( การลุกไหม้ภายในห้องเผาไหม้ ) ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเชื้อเพลิงหรือก๊าซบวกกับการดูดนำอากาศเข้าไปพร้อมการทำให้เกิดความร้อนหรือทำให้เกิดประกายไฟ( แยกออกเป็นเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์เบนซิน ) ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวในรูปแบบของกำลังงานได้นั่นเอง


     จากหัวข้อเรื่องทีว่า เชื้อเพลิงกับประกายไฟนั้นจะอยู่ใกล้ชิดกับผู้ใช้รถยนต์ทุกท่าน เพราะรถยนต์ทุกคันจะต้องใช้เชื้อเพลิงและจะต้องมีการเติมในรูปแบบของเชื้อเพลิง (ยกเว้นรถยนต์ที่ใช้ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ100% ) ตรงจุดนี้แหละ  รถยนต์ของท่านผู้อ่านจำเป็นที่จะต้องนำรถเข้าไปยังสถานีบริการของประเภทของเชื้อเพลิงนั้นๆ  ในการนำรถเข้ายังสถานีบริการทางผู้ให้บริการก็จะมีข้อกำหนดหรือกฎระเบียบของการที่จะมีการเติมเชื้อเพลิงอยู่สำหรับท่านเจ้าของรถยนต์  เช่น ให้ดับเครื่องยนต์, จอดรถให้ตรงกับตำแหน่งการเติม, ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ, ห้ามสูบบุหรี่, และอื่นๆ  ข้อกำหนดต่างๆเหล่านั้นก็เพื่อความปลอดภัยแก่ทุกๆท่าน  แต่ก็มีอยู่จำนวนที่ไม่น้อยเลยที่ทำการละเลยไม่กระทำกัน บางทีที่เป็นไปได้เพราะรถยนต์สมัยใหม่นี้มีการออกแบบรถยนต์คำนึงถึงความสะดวกที่มากขึ้นแก่ผู้ขับขี่  อย่างเช่น  การเปิดฝาถังน้ำมันเชื้อเพลิงจะอาศัยแค่สายดึงเปิดเท่านั้นยิ่งรถยนต์สมัยใหม่แล้วละก็  จะมีแทบทุกคัน (จะโทษผู้ผลิตรถยนต์ดีหรือเปล่าเนี่ย) ไม่เหมือนรถยนต์สมัยก่อนที่จะต้องอาศัยกุญแจในการเปิดฝาถังเชื้อเพลิง ก็เท่ากับว่าจะต้องมีการดับเครื่องยนต์แน่ๆ  ท่านเจ้าของรถยนต์หลายๆท่านอาจเกรงว่า  กลัวแอร์ไม่เย็นไม่อยากติดเครื่องใหม่  แต่ก็มีอยู่บ้างที่แบตเตอรี่รถยนต์ไม่ดีเลยทำให้ดับเครื่องยนต์ไม่ได้  ตรงจุดนี้อาจยกเว้นและอื่นๆอีกมากมาย  แต่ถ้าทุกท่าน ปฏิบัติได้ก็เป็นผลดีทางด้านความปลอดภัยแน่ๆครับ

        มีเรื่องที่มีการเกิดขึ้นมาเล่าสู่กันฟัง ดังนี้ครับ
เชื้อเพลง


     มีบริษัทขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงยี่ห้อหนึ่ง พนักงานขับรถได้นำรถเทรนเลอร์ขับมายังช่องจอดเพี่อการตรวจระดับของน้ำมันเชื้อเพลิงว่ามีปริมาณคงเหลืออยู่เท่าใดหรือทำการอันใด ( สังเกตจากภาพวีดีโอ )  โดยที่เจ้าหน้าที่ผู้นั้น  มิได้ใช้ก้านวัดที่เป็นแท่งระดับ  แต่กลับอาศัยความสว่างจากโทรศัพท์มือถือเพื่อการตรวจ  ก็เท่ากับว่ามีการทำให้เกิดประกายไฟ  และในจังหวะนั้นมีองค์ประกอบของการจุดติดไฟครบถ้วนพอดิบพอดีนั่นเอง  ทำให้เกิดการระเบิดและการลุกไหม้ติดไฟในทันที่  แล้วเจ้าหน้าที่ผู้นั้นก็โดนไฟคลอกอีกด้วย  และนี่ก็เป็นอุทาหรณ์หนึ่งที่มีการเกิดขึ้นมาแล้วสำหรับเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมัน

     มาต่อในเรื่องของเชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซ LPG กันบ้าง  ขอกล่าวในส่วนของที่อยู่อาศัยกันก่อนนะครับ  ซึ่งก๊าซประเภทนี้มีใช้อยู่ในทุกครัวเรือน  มีไว้สำหรับการดำรงชีวิตในประจำวัน  สิ่งที่ได้มาแน่นอนที่สุดในเมื่อมีคุณก็ย่อมมีโทษเช่นกัน  หากมีการปล่อยปละละเลย  คุณสมบัติของก๊าซประเภทนี้จริงๆแล้วจะไม่มีกลิ่นแต่ในขบวนการผลิตมีการเติมแต่งเข้าไป  หากมีการรั่วก็จะได้ทราบในรูปของกลิ่นนั่นเอง  ดั้งนั้น  หากมีการรั่วของก๊าซไม่ว่าจะอยู่ที่บริเวณใดอย่าทำให้เกิดประกายไฟเกิดขึ้นอย่างเด็ดขาด  หากมีประกายไฟจะเกิดการลุกไหม้ในทันที่  เหมือนกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่ถนนเพชรบุรี่ตัดใหม่ ( เป็นสิบปีมาแล้ว ) จากรถยนต์ที่ขนก๊าซ  ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์อย่างมากมาย  ดังนั้นหากพบว่าได้รับกลิ่นของก๊าซห้ามทำให้เกิดประกายไฟโดยเด็ดขาดมว่าจะมาจากแหล่งใดก็ตาม

        ขอแนะนำในส่วนของครัวเรือนสักเล็กน้อย ดังนี้ครับ

      หากในครัวเรือนได้รับกลิ่นก๊าซรั่ว  ให้ระบายอากาศโดยเร็ว โดยการเปิดหน้าต่างเปิดประตู  และถ้าเป็นไปได้ให้ทำการปิดวาวล์จากแหล่งที่มา สวิทซ์ของไฟต่างๆที่มีการปิดไว้อย่าเปิดและที่เปิดไว้อย่าปิดอย่างเด็ดขาด ( เพราะจะเป็นการทำให้เกิดประกายไฟ )  มิฉะนั้นเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันอย่างแน่นอน

        อันดับต่อไปขอกลับมาในส่วนของรถยนต์กันต่อนะครับ

     สำหรับท่านผู้อ่านที่ใช้เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซในรถยนต์หรือสองระบบ  ในตอนแรกนี้จะกล่าวถึงการเติมก๊าซก่อนนะครับ  ข้อกำหนดของการเติมก๊าซนั้นจะเข้มงวดกว่าการเติมเชื้อเพลิงที่เป็นน้ำมัน  คือจะต้องมีการดับเครื่องยนต์แบบ100%  ซึ่งรถที่เติมน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่พบจะไม่ค่อยดับเครื่องยนต์(และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ) ส่วนข้อกำหนดอื่นๆที่เป็นข้อห้ามจะเหมือนกัน  ถัดมาในส่วนการใช้งาน  ท่านเจ้าของรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงที่เป็นก๊าซนั้นจะต้องเอาใจใส่เพิ่มเป็นทวีคูณกับรถยนต์ของคุณ  การเปลี่ยนอะไหล่หรือชิ้นส่วนบางตัวก็จะบ่อยขึ้นมากขึ้นเป็นสองเท่า , จะต้องมีการปรับตั้งที่บ่อยขึ้น , การตรวจสอบชิ้นส่วนจะต้องมีความเข็มงวดที่มากขึ้นละเอียดมากขึ้น  และอื่นๆอีกมากมาย 

        ดังที่เป็นข่าวที่เคยเกิดขึ้นว่า รถยนต์เกิดไฟลุกไหม้ตามเส้นทาง สาเหตุนั้นตรวจสอบได้บ้างไม่ได้บ้าง และก็เป็นข่าวที่บ่อยขึ้น  หลังจากที่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว  ทำให้ผู้ใช้รถยนต์หันไปหาพลังงานทางเลือกที่มากขึ้น  จากใช้น้ำมันอย่างเดียวมาเป็นน้ำมันกับก๊าซ  ทำให้ผู้ใช้พอใจเพราะมีความประหยัดพลังงานหรือจำนวนเงินไปได้มากเลยทีเดียว  ดังนั้น อยากจะเรียนท่านผู้อ่านว่า  ในการติดตั้งนั้นขอให้มีการติดตั้งที่ได้มาตรฐาน, การบริการและอะไหล่, ความคงทนของชิ้นส่วน, การรับประกันหรือแม้กระทั่งทางผู้ประกอบการมีกรมธรรม์คุ้มครองให้  เป็นต้นครับ 

        ท้ายนี้ขอให้ท่านผู้อ่านที่ใช้รถยนต์  ไม่ว่าจะใช้เชื้อเพลิงในรูปแบบใด  ขอให้ระมัดระวังกันให้มากๆนะครับ  ดังที่กล่าวมาตั้งแต่ต้นครับ

ระวังไว้  ปลอดภัยแน่นอน

แผนกเทคนิคและฝึกอบรม
 บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด ( กรุงเทพฯ )
หมวด ข้อมูล-ความรู้ทางเทคนิค | จำนวนคนอ่าน 11177 ครั้ง | เมื่อ : 01 ก.ย. 2554 | ส่งบทความนี้ให้เพื่อน

เลือกซื้อสินค้าออนไลน์ Trumq